posttoday
ทีวีดิจิทัลชูจุดขายเด็ดชิงเม็ดเงินโฆษณา 7,000 ล้าน

ทีวีดิจิทัลชูจุดขายเด็ดชิงเม็ดเงินโฆษณา 7,000 ล้าน

24 เมษายน 2557

เริ่มทยอยออกมาเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ชนะการประมูลช่องธุรกิจทีวีดิจิทัล

โดย...จะเรียม สำรวจ

เริ่มทยอยออกมาเปิดตัวกันอย่างต่อเนื่องสำหรับผู้ชนะการประมูลช่องธุรกิจทีวีดิจิทัล แต่ละช่องก็พยายามหาจุดเด่นเพื่อเป็นจุดขายดึงความสนใจของผู้ชม แต่จะดึงสายตาผู้ชมได้มากหรือน้อยคงต้องวัดกันที่คุณภาพของคอนเทนต์

แม้ว่าจำนวนช่องฟรีทีวีที่เพิ่มขึ้นจาก 6 ช่อง เป็น 24 ช่อง หลายฝ่ายต่างออกมาคาดการณ์ว่าช่วงแรกของการเปลี่ยนผ่านจากระบบอะนาล็อกสู่ระบบทีวีดิจิทัล ผู้ชมจะยังคงให้ความสนใจช่องฟรีทีวีเดิมอย่างช่อง 3 และช่อง 7 เนื่องจากคุ้นเคยในเนื้อหารายการ แต่หากผู้เล่นหน้าใหม่สามารถผลิตคอนเทนต์ได้โดนใจผู้ชม ก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะดึงดูดให้ผู้ชมหันมาชมรายการ

เริ่มต้นด้วยช่อง Thairath TV ของบริษัท ทริปเปิล วี บรอดคาสท์ ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ เดินหน้าลุยทีวีดิจิทัลภายใต้แนวคิด “คิดต่างอย่างเข้าใจ” ด้วยการนำความแข็งแกร่งที่มีอยู่ของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐมาใส่ไว้ในช่อง Thairath TV ช่อง HD 32 โดยคอนเทนต์ 50% จะเป็นรายการข่าว ที่เหลืออีก 50% จะเป็นรายการวาไรตี้อื่นๆ

แหล่งข่าวจากไทยรัฐ เปิดเผยว่า ในปีแรกของการลงทุนทีวีดิจิทัล บริษัทได้เตรียมงบประมาณไว้ทั้งสิ้น 2,000 ล้านบาท เพื่อพัฒนาและซื้อคอนเทนต์รายการต่างๆ มาออกอากาศในช่อง Thairath TV ซึ่งจะเริ่มออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 24 เม.ย.นี้ โดยเป้าหมายของการเข้ามาทำทีวีดิจิทัลในครั้งนี้ บริษัทจะดึงฐานผู้อ่านหนังสือพิมพ์ไทยรัฐที่มีอยู่ทั่วประเทศให้มาชมช่อง Thairath TV

ด้านเดลินิวส์ ประกาศทุ่มงบ 5,000 ล้านบาท ลุยทีวีดิจิทัลในหมวดหมู่ข่าวและสาระภายใต้ชื่อ new)tv ช่อง 18 ชูจุดเด่นด้วยการนำเสนอข่าวในประเทศและต่างประเทศรูปแบบใหม่ เข้าใจง่าย เกาะติดสถานการณ์ รวมไปถึงสารคดีชั้นนำระดับโลก และรายการสาระบันเทิงที่สามารถรับชมได้ทั้งครอบครัว

ปารเมศ เหตระกูล กรรมการบริหาร บริษัท ดีเอ็น บรอดคาสท์ ในเครือหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ กล่าวว่า บริษัทจะนำเสนอข่าวของช่อง new)tv ด้วยเทคโนโลยีทันสมัยระบบมัลติสกรีน เพื่อให้ผู้ชมเกิดอรรถรสในการติดตามชมรายการของ new)tv ซึ่งงบกว่า 5,000 ล้านบาท ที่เตรียมไว้จะนำไปใช้ในการพัฒนารายการต่างๆ และซื้อคอนเทนต์ที่น่าสนใจมาตอบสนองความต้องการของผู้ชมในช่วง 5 ปีนับจากนี้ภายใต้แนวคิด “เข้าใจโลก เข้าใจชีวิต”

สุรินทร์ กฤตยาพงศ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก เอ็นเตอร์เทนเม้นต์ ผู้บริหารสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 กล่าวว่า บริษัทจะทดลองออกอากาศทีวีดิจิทัลทั้ง 3 ช่องในวันที่ 25 เม.ย.นี้ โดยแบ่งระยะเวลาการออกอากาศเป็น 3 เฟส ซึ่งเฟสแรกจะทดลองออกอากาศรายการใหม่ 7-8 ชั่วโมง เวลาที่เหลือจะเป็นรายการรีรัน ขณะที่เฟส 2 จะปรับผังรายการใหม่ ด้วยการเพิ่มเนื้อหารายการต่างๆ ให้มากขึ้นเป็น 16 ชั่วโมงต่อวัน และเฟส 3 จะเริ่มการออกอากาศอย่างเต็มรูปแบบประมาณเดือน ต.ค.นี้

ในส่วนของช่อง 3 แฟมิลี่ ซึ่งอยู่ทีวีดิจิทัลช่อง 13 จะเน้นรูปแบบรายการที่ตอบโจทย์กลุ่มผู้ชมทั้งครอบครัว เบื้องต้นจะนำรายการผู้หญิงถึงผู้หญิง และรายการแจ๋ว มาออกอากาศในช่องนี้ ขณะที่ช่อง 3 SD ซึ่งอยู่ในทีวีดิจิทัลช่อง 28 จะเป็นช่องวาไรตี้ข่าวรูปแบบใหม่ Top News Variety เน้นเจาะกลุ่มผู้ชมตลาดแมส ส่วนช่อง 3 HD ซึ่งตรงกับทีวีดิจิทัลช่อง 33 จะจัดผังรายการด้วยคอนเทนต์ที่หลากหลายทั้งข่าวสารและสาระ รวมไปถึงรายการบันเทิงต่างๆ

เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง ผู้บริหารทีวีดิจิทัลช่อง PPTV HD กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของช่อง PPTV HD นับจากนี้ จะใช้งบลงทุนในธุรกิจทีวีดิจิทัลปีละประมาณ 1,500-2,000 ล้านบาท เพื่อใช้ผลิตรายการและซื้อคอนเทนต์จากต่างประเทศ ซึ่งในส่วนของกลยุทธ์การทำตลาด บริษัทได้วางตำแหน่งเป็นสถานีพรีเมี่ยม แมส มีคุณภาพ และมาตรฐานสูง แต่สามารถเข้าถึงได้ง่าย

พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ไทย ทีวี กล่าวว่า แนวทางการดำเนินธุรกิจของช่องข่าว THV และช่องเด็ก LOCA จะเน้นไปที่ความหลากหลายและแตกต่างไปจากคู่แข่ง เช่น ช่องข่าวจะเน้นเป็นข่าวสำหรับคนรุ่นใหม่ดูแล้วเข้าใจง่าย ซึ่งในส่วนของรายการข่าวได้ โพสต์ทีวี เป็นผู้ผลิตคอนเทนต์ข่าวหลักให้ ขณะที่ช่องเด็กจะเป็นช่องที่ทุกคนในครอบครัวดูได้ โดยเตรียมงบลงทุนไว้ช่องละไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

จุดเด่นของช่อง THV จะดำเนินธุรกิจภายใต้สโลแกน YOUR TIME ALL TIME แบ่งเป็น ข่าวบันเทิง 25% ข่าวทั่วไป 25% ส่วนที่เหลืออีก 50% เป็นรายการบันเทิง เช่น ละคร วาไรตี้ ซีรีส์ รายการตลก ขณะที่ช่อง LOCA ชูจุดเด่นการเป็นทีวีสีขาวแห่งแรกของประเทศไทย เน้นรายการที่ปราศจากอบายมุข ความรุนแรง เทรนด์ของสังคมและครอบครัว

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หลังจากใช้งบลงทุน 300 ล้านบาท ปรับปรุงคอนเทนต์และปรับเปลี่ยนผังรายการใหม่ของช่อง 8 ให้สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของผู้ชมทุกเพศทุกวัย ด้วยการให้ความสำคัญกับ 3 คอนเทนต์หลัก ได้แก่ ละคร รายการวาไรตี้ และรายการข่าว มั่นใจว่าสิ้นปีนี้จะมีรายได้จากทีวีดิจิทัลไม่ต่ำกว่า 850 ล้านบาท

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจโทรทัศน์ 2 และโครงการพิเศษ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่อง Workpoint TV กล่าวว่า จะดำเนินงานภายใต้แนวคิด “เวิร์คพอยท์ ครีเอทีฟทีวี” ด้วยการชูจุดแข็งเรื่องรายการวาไรตี้ ซึ่งเบื้องต้นได้ใช้งบลงทุนในด้านคอนเทนต์และอุปกรณ์ต่างๆ ไปแล้วประมาณ 600 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท

ปิดท้ายที่ สุทธิชัย หยุ่น ประธานเครือเนชั่น ที่วางแนวทางธุรกิจทีวีดิจิทัลของช่อง NBT และช่อง NOW ด้วยการจะใช้กลยุทธ์ 5 Screen Strategy มุ่งนำเสนอคอนเทนต์ทีวีดิจิทัลผ่านอุปกรณ์รับชมหลักของผู้ชมในปัจจุบัน คือ “จอทีวี มือถือ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ และจอเอาต์ดอร์” เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย “ทุกที่ ทุกเวลา” โดยช่อง NOW จะเน้นการนำเสนอข่าวเศรษฐกิจ ธุรกิจ ที่รอบด้าน ขณะที่ช่อง NBT จะมีจุดเด่นช่องข่าว 24 ชั่วโมง วิเคราะห์รอบด้าน ทุกสถานการณ์สำคัญ

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลของแต่ละช่อง ใครจะสามารถคว้าส่วนแบ่งการตลาดเม็ดเงินโฆษณาทีวีดิจิทัลมูลค่า 7,699 ล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 9% ของเม็ดเงินโฆษณาสื่อทีวีรวม 87,048 ล้านบาท สิ้นปีนี้คงเริ่มเห็นภาพ

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69