
ธุรกิจครอบครัว"ยาคุน"ร้านคู่ชาวสิงคโปร์
เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในจุดหมายที่เป็นไฮไลต์ก็คงจะไม่พ้น “ร้านยาคุน” ร้านกาแฟชื่อดัง
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
เชื่อว่านักท่องเที่ยวที่เคยเดินทางไปยังประเทศสิงคโปร์ หนึ่งในจุดหมายที่เป็นไฮไลต์ก็คงจะไม่พ้น “ร้านยาคุน” ร้านกาแฟชื่อดัง ซึ่งมีเมนูเลื่องชื่อคือขนมปังปิ้งสังขยารสเลิศ ที่มีประวัติอยู่คู่กับประเทศเล็กๆ ที่ทรงอิทธิพลแห่งนี้มาตั้งแต่ปี 1944 ซึ่งเรื่องราวที่ทำให้ธุรกิจครอบครัวแห่งนี้ยืนยาวเป็นเวลากว่า 70 ปี น่าจะเป็นบทเรียนให้กับผู้ประกอบการในยุคนี้ได้ดีทีเดียว
“อา คุน” ผู้ก่อตั้งร้านยาคุนแห่งนี้เป็นชาวจีนที่ล่องเรือมาจากเกาะไหหลำเพื่อมาตั้งรกรากบนสิงคโปร์ในปี 1926 โดยก่อนจะเปิดแผงขายกาแฟเล็กๆ ของตนเอง คุนได้ทำงานเป็นผู้ช่วยในร้านกาแฟ ก่อนที่จะเปิดร้านที่ให้บริการอาหารเช้าสไตล์สิงคโปร์ ซึ่งก็ได้แก่ ไข่ลวก กาแฟ และขนมปังปิ้งทาสังขยา
อย่างไรตาม เมื่อเวลาที่คุนล้มป่วย หลังบริการลูกค้ามาเป็นเวลากว่า 60 ปี ลูกๆ ส่วนใหญ่ของคุนกลับไม่อยากจะสานต่อธุรกิจแผงขายกาแฟของพ่อ ทว่า สำหรับ “แอดริน ลอย” ลูกชายคนเล็กและน้องคนสุดท้องของครอบครัวพี่น้อง 7 คนแล้ว กลับมองว่าเป็นเรื่องน่าอายอย่างยิ่งที่จะทำให้ธุรกิจของครอบครัวหายไป
ลอย ระบุว่า ต้องการที่จะรักษาสายสัมพันธ์ของพ่อที่มีต่อลูกค้า และลูกค้าที่มีต่อพ่อเอาไว้ ลอยและอัลจี พี่ชายร่วมสายเลือดจึงขอพ่อสืบสานธุรกิจต่อ ซึ่งแน่นอนว่าคุนตอบตกลง แต่เตือนว่าเป็นงานที่หนักมาก
หลังรับช่วงต่อธุรกิจจากพ่อในปี 1998 ลอยและพี่ชายจำเป็นต้องเปลี่ยนที่ตั้งร้านใหม่ เนื่องจากมีการก่อสร้างที่เลาปาสาท สถานที่ตั้งเดิมของร้าน ทั้งคู่ถึงตัดสินใจเปลี่ยนชื่อแผงกาแฟให้เป็น “ยาคุน คายาโทสต์” และได้กู้ยืมเงินจำนวน 1 หมื่นเหรียญสิงคโปร์ (ราว 2.5 แสนบาท) เพื่อตั้งร้านใหม่ พร้อมกับตั้งสโลแกนของร้านว่า “ร้านกาแฟ ตั้งแต่ปี 1944” เพื่อเน้นย้ำให้เห็นว่าเป็นธุรกิจที่สืบทอดมาของครอบคัว และยิ่งมีความสำคัญมากขึ้นเมื่อคุนจากครอบครัวไปในปี 1999
ทว่า แม้ช่วงแรกลอยจะกังวลอย่างหนัก ทว่าเมื่อเปิดร้านใหม่ได้เพียง 2 สัปดาห์ ร้านก็ดำเนินไปด้วยดี
“เราตระหนักได้ว่า นี่เป็นธุรกิจที่ยอดเยี่ยม เพราะพ่อของผมเป็นคนสร้างชื่อให้ตัวเขาเอง” ลอย ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริหารยาคุน กล่าว
หลังจากที่ธุรกิจประสบความสำเร็จ ความคิดที่อยากจะขยายธุรกิจก็ผุดขึ้นมาในหัวของลอย โดยได้จ้างที่ปรึกษาและยื่นขอรับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อใช้ในการเสาะแสวงหาโอกาสในการทำธุรกิจแบบแฟรนไชส์ ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จอย่างยิ่ง เพราะในเวลาเพียง 6 เดือน ก็มีคนที่ยื่นขออยากทำแฟรนไชส์มากกว่า 400 รายเลยทีเดียว
จนถึงวันนี้ ลอยได้ขยายธุรกิจออกไปอย่างกว้างขวาง โดยในสิงคโปร์มีร้านกาแฟยาคุนมากกว่า 50 แห่ง รวมไปถึงอีก 49 สาขาทั่วโลก ตั้งแต่อินโดนีเซียจนถึงอาบูดาบี ซึ่งรายได้ในปีที่แล้วสูงถึง 25 ล้านเหรียญสิงคโปร์ (ราว 625 ล้านบาท) นับว่าเพิ่มขึ้นจากปี 1998 ที่ลอยได้รับช่วงต่อมาจากพ่อถึง 2,000%
ทั้งนี้ ประธานบริหารของยาคุน ลูกคนสุดท้องของคุน ระบุว่า นิสัยการรับประทานอาหารได้ช่วยให้ธุรกิจครอบครัวยืนหยัดมาจนทุกวันนี้ เพราะคนสิงคโปร์จะกินอาหารราว 5 มื้อต่อวัน ดังนั้นแล้วเมื่อคนเข้ามาซื้อกาแฟตอนเช้า เดี๋ยวช่วงบ่ายก็จะกลับมาซื้อใหม่อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าในครอบครัวอื่นๆ เมื่อธุรกิจที่ดำเนินไปได้ด้วยดีแล้ว มักจะเกิดการแก่งแย่งธุรกิจกันระหว่างพี่น้อง ทว่าสำหรับครอบครัวพี่น้อง 7 คนเชื้อสายจีนสิงคโปร์ครอบครัวนี้แล้ว กลับไม่มีปัญหานั้น ซึ่งลอยยอมรับว่าเป็นเรื่องที่โชคดีมาก
“แม้ว่าเราจะเติบโตอย่างมาก แต่พวกเขาก็ไม่เคยอิจฉาผม แถมยังช่วยเหลือธุรกิจของผมอยู่เสมอ” ประธานบริหารของยาคุน คอฟฟี่ อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุพร้อมเสริมว่า ตั้งใจที่อยากจะส่งต่อธุรกิจประจำครอบครัวแห่งนี้ไปยังลูกชายวัย 28 ปีอีกด้วย







