
บ้านมะขามลุยตลาดตปท.
มุ่งจับคู่ธุรกิจเน้นเจาะประเทศอาเซียนหนีกำลังซื้อในประเทศซบพิษการเมือง
มุ่งจับคู่ธุรกิจเน้นเจาะประเทศอาเซียนหนีกำลังซื้อในประเทศซบพิษการเมือง
บ้านมะขาม หนีเศรษฐกิจในประเทศซบ มุ่งจับคู่ธุรกิจบุกตลาดต่างประเทศ เน้นกลุ่มอาเซียน
นายนิวัฒน์ โฆวงศ์ประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สวนผึ้งหวาน ผู้ผลิตและทำตลาดสินค้ามะขามแปรรูปตรา “บ้านมะขาม” เปิดเผยว่า ยอดขายโดยรวมของธุรกิจบ้านมะขามในช่วง 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสภาพตลาดมีปัญหาจากสถานการณ์การเมือง และภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ อย่างไรก็ตาม คาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์จะดีขึ้น โดยบริษัทยังคงรักษาเป้าหมายการเติบโตที่ 20% จากปีก่อนที่มีรายได้ประมาณ 200 ล้านบาท
สำหรับแนวทางการปรับตัวในช่วงที่สภาพตลาดในประเทศมีปัญหา ต้องพยายามหาช่องทางตลาดใหม่ ซึ่งปีนี้บริษัทจะรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น จากช่วง 1 ปีก่อนหน้านี้เริ่มบุกไปตลาดจีน โดยจับคู่ธุรกิจกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ อินเตอร์เทรด โดยการสนับสนุนกับธนาคารกสิกรไทย กระจายสินค้าบ้านมะขามในสถานีบริการน้ำมันซิโนเปค ที่มีกว่า 3 หมื่นสาขาในจีน
นอกจากนี้ ยังได้ร่วมมือกับบริษัท ล็อกซเล่ย์ อินเตอร์เทรด ขยายตลาดอื่นๆ เพิ่มเติม โดยเฉพาะประเทศในกลุ่มอาเซียนที่กำลังเติบโต และโดยเฉพาะสินค้าในกลุ่มอาหารไทยเป็นที่ถูกปาก ถูกใจหลายชาติในภูมิภาคนี้ อาทิ ลาว พม่า เวียดนาม และกัมพูชา รวมทั้งได้เข้าไปดูตลาดเองที่ฟิลิปปินส์ โดยออกงานร่วมกับกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์
“การจับคู่ธุรกิจจะทำให้การขยายตลาดในต่างประเทศทำได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะบริษัท ล็อกซเล่ย์ ที่มีการตั้งสำนักงานเพื่อทำตลาดในประเทศนั้นๆ ช่วยอำนวยความสะดวกให้คู่ค้าได้ค่อนข้างมาก ในฐานะผู้ผลิตเราจึงทุ่มเทพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพดียิ่งขึ้น” นายนิวัฒน์ กล่าว
รวมทั้งได้ขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ มะขามเปียก หรือ Tamarind Paste ผลิตเพื่อส่งออกไปขายในตลาดตะวันออกกลาง ซึ่งมีการบริโภคมะขามเปียกค่อนข้างสูง โดยใช้เพื่อผสมในเครื่องดื่ม หรือนำไปประกอบอาหารได้เลย ส่วนตลาดในประเทศได้ปรับปรุงบรรจุภัณฑ์ใหม่ เพื่อให้ทันสมัยและดึงดูดลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเป้าหมายชาวต่างชาติ
นายนิวัฒน์ กล่าวว่า สำหรับการปรับตัวของเอสเอ็มอีในภาวะเศรษฐกิจผันผวนเช่นนี้ ถือเป็นสูตรสำเร็จที่ต้องรักษาสภาพคล่องทางการเงิน เพื่อดูแลพนักงานให้อยู่รอดได้ ในภาวะที่ยอดขายลดลง อย่างไรก็ตาม เอสเอ็มอีสามารถปรับตัวได้ง่าย การลงทุนใหม่ต้องชะลอไว้ก่อน







