
คาดกำไร SCC เพิ่มขึ้นเล็กน้อย
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดกำไรบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) งวดไตรมาสแรก ปี 2557 กำไรจากการดำเนินงาน 9,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส คาดกำไรบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) งวดไตรมาสแรก ปี 2557 กำไรจากการดำเนินงาน 9,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ธุรกิจปูนซีเมนต์และวัสดุก่อสร้าง ในช่วงไตรมาสแรก ปี 2557 ของ SCC ยังคงมีอัตราการเติบโตขึ้นได้เล็กน้อยเทียบกับช่วงไตรมาสแรก ปี 2556 จากโครงการก่อสร้างในประเทศที่ดำเนินการต่อเนื่องมาจากปีก่อน รวมไปถึงการขยายฐานธุรกิจไปต่างประเทศ โดยราคาวัสดุก่อสร้างส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ดังนั้น จึงคาดว่า SCC จะมีกำไรจากธุรกิจดังกล่าวใกล้เคียงกับไตรมาสแรก ปี 2556
สำหรับธุรกิจปิโตรเคมี คาดว่า ผลประกอบการจะเติบโตโดดเด่น แม้ว่า SCC จะมีการระบายสต๊อกสินค้าออกไป ในช่วงไตรมาส 4 ปี 2556 ที่โรงงาน MOC มีการหยุดซ่อมบำรุง ทำให้ยอดขายเม็ดพลาสติกในไตรมาสแรก ปี 2557 ถูกจำกัดจากกำลังการผลิตของโรงงานที่เดินเครื่องอย่างเต็มที่ แต่ก็ได้รับประโยชน์จากส่วนต่างราคาวัตถุดิบและราคาขาย (Spread) ของผลิตภัณฑ์หลักทั้ง PE และ PP เทียบกับ Naphtha ที่ปรับตัวขึ้นประมาณ 100 เหรียญสหรัฐ/ตัน จากงวดไตรมาสแรก ปี 2556
ด้านธุรกิจกระดาษ เริ่มมีทิศทางดีขึ้นหลังการปรับสายการผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษพิมพ์เขียนมาผลิตสินค้าประเภท Dissolving Grade Pulp ที่ใช้ในอุตสาหกรรมสิ่งทอ และให้อัตรากำไรสูงกว่ามาตั้งแต่ปลายปีก่อน โดยภาพรวมฝ่ายวิจัยประเมินยอดขายงวดไตรมาสแรก ปี 2557 ที่ 1.17 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดการณ์กำไรสุทธิที่ 9,449 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน
ทิศทางธุรกิจยังเป็นช่วงขาขึ้น แรงขับเคลื่อนหลักมาจากธุรกิจปิโตรเคมี การดำเนินธุรกิจเชิงรุกตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการขยายการลงทุนในภูมิภาคอาเซียนอย่างต่อเนื่อง เริ่มส่งผลบวกต่อ SCC เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยธุรกิจหลักที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนกำไรที่สำคัญที่สุดในช่วง 3 ปีข้างหน้า คือ ธุรกิจปิโตรเคมีที่คาดว่าจะมีช่วงวัฏจักรขาขึ้นยาวนานไปจนถึงปี 2560
ขณะที่ธุรกิจปูนซีเมนต์จะกลับมาโดดเด่นอีกครั้งในปี 2559 หลังโรงงานใหม่ 3 แห่ง กำลังการผลิตรวม 4.5 ล้านตัน ที่อินโดนีเซีย พม่า และกัมพูชา เริ่มใช้กำลังการผลิตเต็มที่ ในส่วนธุรกิจกระดาษนั้น SCC พยายามลดจุดอ่อนในส่วนธุรกิจกระดาษพิมพ์เขียนที่เป็นตัวฉุดกำไร ด้วยการจับมือร่วมเป็นพันธมิตรกับ Nippon Paper Industries ซึ่งเป็นผู้ผลิตกระดาษรายใหญ่ของญี่ปุ่นที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนาสินค้าที่มีอัตรากำไรสูงขึ้น
SCC ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินหน้าลงทุนต่อไป และตั้งงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าไว้ถึง 2.5 แสนล้านบาท เติบโตอย่างมั่นคง ราคาหุ้นยังมีโอกาสปรับขึ้นอีก 22% ดังนั้น จึงแนะนำ ซื้อ
แนวโน้มธุรกิจที่ยังคงเติบโตได้ดีตามการขยายตัวของเศรษฐกิจในอาเซียน เชื่อว่าปี 2557 SCC จะมีกำไรเติบโต 7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็น 39,342 ล้านบาท
บล.เอเซีย พลัส กำหนดมูลค่าที่เหมาะสมด้วยวิธีส่วนลดกระแสเงินสดจะให้ราคาเหมาะสมที่ 520 บาท เทียบเท่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (PER) 15.86 เท่า มีโอกาสปรับขึ้นอีก 22% แนะนำ ซื้อ







