
โอกาส-ความเสี่ยงลงทุนจัดเอเชี่ยนเกมส์
หลังเวียดนามประกาศถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2019
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
หลังเวียดนามประกาศถอนตัวจากการเป็นเจ้าภาพการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ในปี 2019 ทุกสายตาจึงจับจ้องไปถึงสาเหตุข้อดีและข้อเสียของการถอนตัวของเวียดนาม ตลอดจนมองหา “ว่าที่” เจ้าภาพประเทศใหม่ คำถามสำคัญคือไทยควรมีท่าทีอย่างไรต่อการถอนตัวของเวียดนามครั้งนี้
ปิติ ศรีแสงนาม รองผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษาแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิเคราะห์ว่า สาเหตุที่เวียดนามถอนตัวน่าจะมีสาเหตุเชิงลึก 3 ประการ 1.เวียดนามเล็งเห็นแล้วว่าการจัดมหกรรมกีฬาขนาดใหญ่มีแนวโน้ม “ขาดทุน” มากกว่ากำไร
“ในอดีตเราคิดว่าจัดมหกรรมกีฬาแล้วจะมีประโยชน์ทางตรงจากการขายตั๋วและสินค้ากีฬา และมีประโยชน์ทางอ้อมจากการมีคนเดินทางมาท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น แต่เอาเข้าจริง มหกรรมกีฬาที่จัดแล้วได้กำไรครั้งล่าสุดของโลกคือฟุตบอลโลก 2002 ที่ญี่ปุ่นเป็นเจ้าภาพร่วมกับเกาหลีใต้ หลังจากนั้นไม่มีใครเคยได้กำไรอีกเลย ขาดทุนมาตลอด”
2.เวียดนามเห็นตัวอย่างกรีซ “เจ๊ง” หลังกู้เงินจำนวนมากมาลงทุนเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลยูโรและโอลิมปิกเกมส์ และ 3.เวียดนามอยู่ในช่วงเศรษฐกิจร้อนแรง เสี่ยงเกิดวิกฤตฟองสบู่ รัฐบาลจึงต้องลดรายจ่ายภาครัฐ ไม่ให้เกิด “โอเวอร์อินเวสต์เมนต์” หรือการลงทุนมากเกินไป เพื่อให้เศรษฐกิจเกิดเสถียรภาพ
ทั้งนี้ หากเวียดนามได้เป็นเจ้าภาพ ข้อดีที่จะเกิดขึ้น ได้แก่ 1.กลายเป็นประเทศที่โดดเด่นในสายตาชาวเอเชียว่ามีศักยภาพในการจัดงานขนาดใหญ่ 2.ได้พัฒนาคุณภาพคน คุณภาพชีวิตของชาวเวียดนามให้ดีขึ้น พร้อมต่อการเป็นเจ้าภาพจัดแข่งกีฬา 3.กระตุ้นให้เกิดการลงทุนมหาศาล
อย่างไรก็ตาม ปิติ ย้ำว่า การตัดสินใจถอนตัวของเวียดนามน่าจะส่งผลดีต่อเวียดนามเองมากกว่าเสีย โดยเฉพาะการตัดสินใจช่วงก่อนจัดงานจริงถึง 5 ปี น่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ อีกทั้งยังมีเวลาให้เจ้าภาพใหม่เตรียมตัวด้วย
สำหรับท่าทีของไทยจากนี้ ปิติ มองว่า หากไทยเสนอตัวเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์แทน จะส่งผลดีอย่างมาก เพราะหากไทยได้รับเลือกจะส่งสัญญาณกลับไปยังต่างชาติทันทีว่าจะมีการลงทุนด้านต่างๆ เกิดขึ้น สร้างความเชื่อมั่น และส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัว หลังจากตอนนี้ซบเซาติดกันมา 2 ไตรมาส
“แต่ถ้าจะให้ดีกว่านั้น ผมว่าเราต้องคุยกับเวียดนาม เพื่อเสนอเป็นเจ้าภาพร่วม อะไรที่เขาไม่พร้อม ก็มาจัดที่เรา วิธีนี้จะทำให้เวียดนามมีเกียรติ เพราะยังสามารถจัดงานต่อไปได้ เป็นการช่วยเหลือกันในฐานะประชาคมอาเซียน”
ด้าน ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มองว่า แม้ไทยจะไม่ได้เป็นเจ้าภาพมานานแล้ว แต่ไทยก็มีความพร้อม 3 ด้าน 1.ด้านสนามกีฬา 2.ด้านธุรกิจและแวดวงกีฬา 3.ด้านแหล่งท่องเที่ยว หากจะเป็นเจ้าภาพอีกครั้งในช่วง 5 ปีจากนี้ โครงสร้างพื้นฐาน เช่น รถไฟฟ้าใต้ดิน ก็น่าจะสะดวกมากขึ้นแล้วในปีที่จัด ภาพรวมไทยไม่น่าจะต้องลงทุนปรับปรุงอะไรมากนัก เมื่อเทียบกับสิ่งที่จะได้รับกลับมาแล้ว เชื่อว่าคุ้มค่า
“การเป็นเจ้าภาพแข่งขันกีฬาจะส่งผลดีต่อหลายอุตสาหกรรม เช่น ธุรกิจสื่อสารมวลชน หากมีการถ่ายทอดสดไปยังหลายประเทศ ก็จะมีโฆษณาเพิ่มขึ้น เข้ามาเป็นฐานรายได้ให้ประเทศ ธุรกิจโรงแรม แหล่งท่องเที่ยว ร้านค้าต่างๆ ก็ได้ประโยชน์”
ขณะที่ ปิยะมาน เตชะไพบูลย์ ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย บอกว่า การเป็นเจ้าภาพเอเชี่ยนเกมส์จะช่วยให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของไทยดีขึ้น เนื่องจากไทยไม่มีกิจกรรมลักษณะนี้มานานแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีใครได้ศึกษาว่าหากเป็นเจ้าภาพจริง จะต้องลงทุนมากน้อยเพียงใด ส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรมต่างๆ แค่ไหน
“เราอยากให้ศึกษากันให้ดีก่อน ถ้าลงทุนไม่มากแล้วได้เป็นเจ้าภาพก็ดี แต่ถ้าต้องลงทุนมากแล้วฟื้นได้แค่ภาคท่องเที่ยว ก็คงไม่คุ้ม เราไม่อยากให้พัฒนาสนามกีฬา แล้วสุดท้าย หลังจัดแข่งขันเสร็จกลายเป็นสนามร้าง โดยไม่มีประโยชน์กับภาคส่วนอื่น”







