posttoday
เจาะตลาด CLMV โอกาสแทนกำลังซื้อในประเทศ

เจาะตลาด CLMV โอกาสแทนกำลังซื้อในประเทศ

22 เมษายน 2557

แนวโน้มสถานการณ์ธุรกิจในปี 2557 ที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ภาคธุรกิจเบนเข็มสู่ตลาดส่งออก ซึ่งตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคต คือ ประเทศกลุ่ม CLMV น่าจะเป็นหนทางช่วยผู้ประกอบการทดแทนกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนตัวลง

แนวโน้มสถานการณ์ธุรกิจในปี 2557 ที่ต้องเผชิญกับปัญหาหลายด้านทั้งการเมืองและเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้ภาคธุรกิจเบนเข็มสู่ตลาดส่งออก ซึ่งตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูงในอนาคต คือ ประเทศกลุ่ม CLMV น่าจะเป็นหนทางช่วยผู้ประกอบการทดแทนกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนตัวลง

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ท่ามกลางภาวะอ่อนแรงของกำลังซื้อภายในประเทศ การปรับตัวของภาคธุรกิจที่มีความยืดหยุ่น อาจทำได้โดยการเพิ่มสัดส่วนและให้ความสำคัญมากขึ้นกับตลาดส่งออก โดยเฉพาะกลุ่มอาเซียน เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะเดียวกันธุรกิจที่เน้นผลิตเพื่อส่งออกอยู่แล้ว ควรใช้กลยุทธ์ทางการค้าที่เหมาะสมในการขยายตลาดศักยภาพเพิ่มเติม พร้อมกับแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่อยู่เสมอภายใต้การบริหารจัดการความเสี่ยงที่สอดคล้องกัน ซึ่งน่าจะเป็นแผนสำหรับการดำเนินการในระยะกลางถึงยาว

ทั้งนี้ กลุ่มประเทศ CLMV เป็นตลาดที่ผู้ประกอบการมีโอกาสสูงในการเจาะตลาดผู้บริโภค เนื่องจากยังมีแนวโน้มความต้องการสินค้าเพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการขยายตัวของความเป็นเมืองอีกมาก และผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็ให้การตอบรับที่ดีต่อสินค้าไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สินค้าเครื่องจักรกลและส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ วัสดุก่อสร้าง และสินค้าอุปโภคบริโภคที่ใช้ในชีวิตประจำวัน เป็นต้น

สำหรับในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2557 การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ยังสามารถรักษาการเติบโตได้ดี โดยมีมูลค่าส่งออกทั้งสิ้น 3,181.7 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 10.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งหากมองไปในระยะข้างหน้า การส่งออกไปยังกลุ่มประเทศ CLMV คาดว่าจะยังเติบโตไปได้ เนื่องจากสินค้าของไทยได้รับความนิยมค่อนข้างสูง ทั้งในเรื่องคุณภาพและรสนิยมการบริโภคที่ใกล้เคียงกัน

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการไทยควรเข้าไปมีบทบาทมากขึ้น โดยเฉพาะในตลาดพม่าและกัมพูชา ซึ่งเป็นสองตลาดที่มีศักยภาพการเติบโตสูง จากจำนวนผู้บริโภคในตลาดที่มีจำนวนมากและกำลังซื้อที่เริ่มเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่เติบโตอย่างรวดเร็ว

สินค้าที่มีศักยภาพเข้าไปเจาะตลาด น่าจะอยู่ในส่วนของสินค้าที่เข้าไปสนับสนุนการค้าและลงทุนภายในประเทศ รวมไปถึงสินค้าที่ตอบโจทย์การขยายความเป็นเมือง ซึ่งบางส่วนผู้ประกอบการไทยอาจจะเข้าไปทำตลาดอยู่แล้ว แต่อาจจะต้องเน้นความสำคัญไปที่กลยุทธ์ในการจับตลาดผู้บริโภค คือ การผลิตสินค้าที่เจาะผู้บริโภค 2 กลุ่ม เช่น 1) กลุ่มตลาดบน (กลุ่มผู้มีรายได้สูง/นักธุรกิจ/นักท่องเที่ยว/ข้าราชการ) เน้นสินค้าที่มีคุณภาพสูง มีการสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รับรู้ในหมู่ผู้บริโภค และ 2) กลุ่มตลาดปานกลางล่าง (กลุ่มผู้ใช้แรงงาน/นักศึกษา/ประชาชนทั่วไป) เน้นสินค้าที่มีคุณภาพปานกลาง แต่กำหนดระดับราคาที่เหมาะสม โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งมีปริมาณความถี่ในการซื้อสูง เป็นต้น

นอกเหนือจากการเบนเข็มสู่ตลาดส่งออกซึ่งเป็นกลยุทธ์เพื่อรับมือกับโจทย์ที่ท้าทายเฉพาะหน้าในประเทศแล้ว ผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพควรพิจารณาการขยายฐานการผลิต/การลงทุนไปยังต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV ภายใต้รูปแบบทางธุรกิจที่เหมาะสมและรัดกุม เพื่อสร้างโอกาสและความแข็งแกร่งทางธุรกิจให้มีมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการกระจายความเสี่ยงจากการพึ่งพาฐานการผลิตแห่งใดแห่งหนึ่งเป็นหลัก

กลุ่มธุรกิจที่น่าสนใจในการขยายการลงทุนไปยังต่างประเทศ ได้แก่ ธุรกิจที่ใช้แรงงานเข้มข้น อาทิ เครื่องนุ่งห่ม รองเท้า/เครื่องหนัง เฟอร์นิเจอร์และชิ้นส่วน เป็นต้น เนื่องจากในกลุ่ม CLMV ยังมีข้อได้เปรียบด้านค่าจ้างแรงงานที่อยู่ในระดับต่ำ จำนวนแรงงานที่มีอยู่มาก และสิทธิประโยชน์ด้านภาษีภายหลังจากการเปิดเสรีเออีซี

อย่างไรก็ดี ประเด็นด้านกฎระเบียบและเกณฑ์การลงทุนต่างๆ รวมถึงวัฒนธรรมในแต่ละพื้นที่ที่แตกต่างกัน เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการไทยจะเข้าไปลงทุนไม่ควรละเลย ทั้งนี้ ก็เพื่อให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท