posttoday
"ราคาตราสารหนี้เพิ่มสูงขึ้น(ผลตอบแทนลดลง)ตามเงินไหลเข้า"

"ราคาตราสารหนี้เพิ่มสูงขึ้น(ผลตอบแทนลดลง)ตามเงินไหลเข้า"

22 เมษายน 2557

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (16-18 เม.ย. 2557) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 209,696 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,899 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 33% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 130,669 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 70,831 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,206 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

ภาวะตลาดตราสารหนี้ (16-18 เม.ย. 2557) มีมูลค่าการซื้อขายรวม 209,696 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,899 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 33% ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารแล้วจะพบว่ากว่า 62% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 130,669 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 70,831 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 6,206 ล้านบาท หรือคิดเป็น 34% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล รุ่นที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น LB196A (อายุ 5.2 ปี) LB176A (อายุ 3.2 ปี) และ LB236A (อายุ 9.2 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 23,304 ล้านบาท 11,934 ล้านบาท และ 9,718 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วนพันธบัตรที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย รุ่นที่มีปริมาณซื้อขายสูงสุด 3 อันดับแรก คือ รุ่น CB14506A (อายุ 14 วัน) BOT161A (อายุ 1.7 ปี) และ CB14717B (อายุ 91 วัน) มูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 16,841 ล้านบาท 13,663 ล้านบาท และ 9,789 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ หุ้นกู้ของบริษัท การบินไทย รุ่น THAI16DA (A+) มูลค่าการซื้อขาย 566 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท เหมราชพัฒนาที่ดิน รุ่น HEMRAJ177A (A) มูลค่าการซื้อขาย 509 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT155A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 284 ล้านบาท

เส้นอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Yield Curve) ของตราสารหนี้อายุน้อยกว่า 3 ปี ปรับตัวลดลงเล็กน้อยประมาณ 1 Basis Point (100 Basis Point มีค่าเท่ากับ 1%) ขณะที่ Yield ของตราสารหนี้อายุตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลงในช่วงประมาณ 3 ถึง 8 Basis Point ตามทิศทางของเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ไทยอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในตราสารระยะยาว หลังจากที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวว่า เฟดจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับต่ำต่อไป และยังไม่สามารถระบุระยะเวลาที่แน่นอนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยได้ ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในตลาดแรงงาน ขณะที่ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) กล่าวว่าอีซีบีอาจจำเป็นต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม หากค่าเงินยูโรยังคงแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้แล้วความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทยที่คาดว่าไม่น่าจะเกิดเหตุรุนแรงและอาจหาทางออกร่วมกันได้ในเร็วๆ นี้ ทำให้นักลงทุนต่างชาติเริ่มมีความเชื่อมั่นและมีเม็ดเงินไหลกลับเข้ามาในตลาดตราสารหนี้ค่อนข้างมาก ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ Yield ของตราสารหนี้ปรับตัวลดลง (ราคาเพิ่มสูงขึ้น) ในทุกช่วงอายุ

นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิในตราสารหนี้ทุกประเภท (ทั้งระยะสั้นและระยะยาว) รวมกัน4,550 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการซื้อสุทธิในตราสารหนี้ระยะยาว 5,291 ล้านบาท และขายสุทธิในตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุคงเหลือน้อยกว่า 1 ปี)740 ล้านบาท ทางด้านนักลงทุนรายย่อยมียอดขายสุทธิ 171 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69