posttoday
มองตลาดหุ้นจีนยังมีโอกาส แม้เศรษฐกิจอาจชะลอกว่าที่คาด

มองตลาดหุ้นจีนยังมีโอกาส แม้เศรษฐกิจอาจชะลอกว่าที่คาด

22 เมษายน 2557

สวัสดีครับ ตัวเลขเศรษฐกิจจีนไตรมาส 1/2557 ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ทำให้นักลงทุนต่างๆ คลายความกังวลไปได้บ้าง หลังจากที่จีดีพีจีนได้ขยายตัว 7.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าจะเติบโตต่ำสุดในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา และตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ อย่างเช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) จะออกมาชะลอลงก็ตาม สำหรับมุมมองของผมต่อเศรษฐกิจจีนนั้น ผมมองว่าแม้เศรษฐกิจจีนในปีนี้ อาจจะมีโอกาสเติบโตไม่ได้เป็นไปตามที่ทางการจีนคาดไว้ คือ ที่ 7.5% เนื่องจากจีนเองยังคงมีมุ่งเป้าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาพึ่งพิงการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อทดแทนการพึ่งพิงต่างประเทศ รวมทั้งยังมีปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเช่น ปัญหาระบบธนาคารเงา (Shadow Banking) ครอบงำอยู่ก็ตาม

สวัสดีครับ ตัวเลขเศรษฐกิจจีนไตรมาส 1/2557 ได้ประกาศออกมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ทำให้นักลงทุนต่างๆ คลายความกังวลไปได้บ้าง หลังจากที่จีดีพีจีนได้ขยายตัว 7.4% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าจะเติบโตต่ำสุดในรอบ 18 เดือนที่ผ่านมา และตัวเลขดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ อย่างเช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) จะออกมาชะลอลงก็ตาม สำหรับมุมมองของผมต่อเศรษฐกิจจีนนั้น ผมมองว่าแม้เศรษฐกิจจีนในปีนี้ อาจจะมีโอกาสเติบโตไม่ได้เป็นไปตามที่ทางการจีนคาดไว้ คือ ที่ 7.5% เนื่องจากจีนเองยังคงมีมุ่งเป้าการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้กลับมาพึ่งพิงการใช้จ่ายภายในประเทศเพื่อทดแทนการพึ่งพิงต่างประเทศ รวมทั้งยังมีปัญหาเฉพาะหน้าอย่างเช่น ปัญหาระบบธนาคารเงา (Shadow Banking) ครอบงำอยู่ก็ตาม

อย่างไรก็ดี คาดว่าด้วยมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจและเครื่องมือที่ทางการจีนได้ทยอยใช้ผ่านการตั้งเป้างบประมาณขาดดุลในปี 2557 ไว้ถึง 1.35 ล้านล้านหยวน ซึ่งสูงกว่าการขาดดุลในช่วงอดีตที่ผ่านมา การพัฒนาระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น การก่อสร้างทางรถไฟจำนวน 5 สาย ซึ่งเป็นระยะทางที่ยาวกว่าในปีก่อนๆ การจัดตั้งกองทุนเพื่อพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางรถไฟทั่วประเทศกว่า 23 แสนล้านหยวน การเตรียมขยายเวลาการลดหย่อนภาษี 50% แก่กิจการเอสเอ็มอีจนถึงสิ้นปี 2558 และขยายเพดานกิจการขนาดเล็กที่มีรายได้พึงประเมินให้เพิ่มขึ้น รวมทั้งนโยบายการเงินขยายตัวอย่างระมัดระวัง ก็น่าจะผลักดันให้เศรษฐกิจจีนเติบโตได้ประมาณ 7.27.3%

ด้านตลาดหุ้นจีน ผมมองว่าหุ้นจีนน่าจะกลับมาให้ความสนใจอีกครั้ง แม้ว่าอาจต้องเผชิญกับความผันผวนต่ออีกระยะหนึ่งอยู่บ้าง เนื่องจากนักลงทุนยังรอดูแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจจีน แต่ด้วย Sentiment ของตลาดหุ้นจีนที่เริ่มดีขึ้น จากความคาดหวังจากมาตรการการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ที่กล่าวไปข้างต้น รวมทั้งแผนการปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินที่เริ่มทยอยใช้อย่างต่อเนื่อง ก็น่าจะสร้างความเชื่อมั่นและดึงความน่าสนใจของการลงทุนในตลาดหุ้นจีนกลับมาได้อีกครั้ง โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมที่ได้รับอานิสงส์จากการเติบโตของเศรษฐกิจ และแผนปฏิรูปเศรษฐกิจและการเงินของจีน

เช่น กลุ่มพลังงานจากการบริโภคน้ำมันที่เพิ่มขึ้นตามการขนส่งและการเติบโตของเศรษฐกิจ กลุ่มรถไฟทางรางและวัสดุก่อสร้างรถไฟทางราง จากการลงทุนตามนโยบายภาครัฐที่มุ่งสร้างทางรถไฟต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาการขนส่งทั้งในและต่างประเทศ และเพื่อพัฒนาสังคมชนบทให้เป็นสังคมเมือง ซึ่งสอดคล้องกับแผนปฏิรูปเศรษฐกิจจีน รวมถึงกลุ่มสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์ ที่ได้รับผลบวกจากปัจจัยหลักๆ คือ การสร้างรายได้ค่าธรรมเนียมได้มากขึ้นจากการอนุญาตให้นักลงทุนจีนและฮ่องกงสามารถซื้อขายระหว่างทั้งสองตลาดได้ และเปิดกว้างให้นักลงทุนสามารถซื้อขายผ่าน Local Broker ได้ไม่จำกัด Broker การขยายสินเชื่อได้มากขึ้นจากการสนับสนุนให้ภาคเอกชนลงทุนและการทยอยเปิดเสรีการค้าการลงทุน ขณะที่ความเสี่ยงจากการปล่อยสินเชื่อที่เป็นเอ็นพีแอล จะลดลงจากการลดความเสี่ยงจากการเป็นตัวกลางให้รัฐบาลท้องถิ่นกู้เงินมาใช้ในการลงทุนจากนโยบายของทางการจีน ที่อนุญาตให้รัฐบาลท้องถิ่นสามารถออกพันธบัตรได้เอง

ด้านมูลค่าหุ้นเมื่อเทียบกับปัจจัยพื้นฐาน เมื่อเทียบกับระดับราคาหุ้นในกลุ่มอุตสาหกรรมสถาบันการเงินยังคงอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากราคาหุ้นต่อกำไร (พี/อี) และราคาหุ้นต่อมูลค่าทางบัญชี (พีบี) ของตลาด MSCIChina Index อยู่ที่ประมาณ 6 เท่า และ 1.2 เท่า ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดที่ประมาณ 14 เท่า และ 2.5 เท่า ตามลำดับ จึงยังมีโอกาสให้ราคาหุ้นปรับเพิ่มขึ้นได้ต่อ จึงทำให้คาดว่าหุ้นในกลุ่มสถาบันการเงินน่าจะยังมี Upside ต่อในระดับหนึ่ง หลังจากที่ปรับตัวขึ้นจนทำให้กองทุนเปิดวรรณ ไชน่า แวลู 7 เปอร์เซ็นต์ ฟันด์ (ONECHINA7) สามารถปิดกองทุนได้ตามเป้าหมายภายในเวลาช่วงประมาณ 2 เดือน

ทั้งนี้ บลจ.วรรณ คาดว่าหุ้นกลุ่มสถาบันการเงินยังมีโอกาสสร้างผลตอบแทนต่อได้ บลจ.วรรณ จึงเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดวรรณ ไชน่า แวลู 5 เปอร์เซ็นต์ ฟันด์ (ONECHINA5) ซึ่งปัจจุบันอยู่ในช่วงระหว่างการพิจารณาจากทางสำนักงาน ก.ล.ต. และคาดว่าน่าจะเสนอขายได้ในช่วงประมาณปลายเดือน เม.ย. 2557 ซึ่งนักลงทุนสามารถติดตามข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.วรรณ หรือผู้สนับสนุนตัวแทนขายหรือรับซื้อคืนหน่วยลงทุน แต่ทั้งนี้การลงทุนมีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลในหนังสือชี้ชวนก่อนการตัดสินใจลงทุนครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท