
ธุรกิจจีนอ่วมพิษต้นทุนพุ่งแผนช่วยเหลือจากรัฐไม่เอื้อ
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลายแห่งเริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว
โดย...พันธสิทธิ เจริญพาณิชย์พันธ์
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจจีนที่เริ่มชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจหลายแห่งเริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนักแล้ว เนื่องจากพบว่าลำพังกลยุทธ์ที่มุ่งการลดต้นทุนไม่เพียงพอที่จะใช้สู้กับศึกในสมรภูมิธุรกิจในแดนมังกรอีกแล้ว หลังจากที่ต้นทุนค่าแรงพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่รายได้จากการส่งออกไปขายสินค้าในต่างประเทศก็ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่เปราะบาง
จึงไม่แปลกที่บรรดาภาคธุรกิจที่เน้นใช้แรงงานราคาถูกต้นทุนต่ำ ทั้งในภาคอุตสาหกรรมการผลิตเสื้อผ้า ไปจนถึงของเล่นเด็ก จึงต้องพากันปิดกิจการกันเป็นจำนวนมาก ท่ามกลางภาวะที่รัฐบาลจีนกำลังหันมามุ่งเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างการเติบโตโดยเน้นการบริโภคภายใน จากเดิมที่มุ่งภาคการส่งออกและการลงทุน
การที่รัฐบาลหันมาเน้นให้ความสำคัญกับการสร้างการบริโภคภายใน ทำให้ผู้ประกอบการธุรกิจจำนวนมากต้องตัดสินใจเลือกแล้วว่าจะเอาตัวรอดอย่างไร ระหว่าง “การย้ายฐานการผลิตเข้าไปยังพื้นที่ด้านในของจีน” ซึ่งยังคงมีแรงงานต้นทุนต่ำคอยป้อนอยู่ กับ “เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพขึ้น” เพื่อตอบสนองต่อสังคมการบริโภคของจีน
ทางเลือกดังกล่าวอาจเป็นเรื่องง่ายสำหรับบางธุรกิจ แต่สำหรับบริษัท หลี่หนาน มิเต ผู้จำหน่ายสายเคเบิลอิเล็กทรอนิกส์สำหรับเรือคอนเทนเนอร์โดยมีตลาดหลักอยู่ในยุโรปและสหรัฐ อาจเป็นเรื่องยากลำบากที่ต้องตัดสินใจเลือก เพราะแม้ว่าการยกระดับและพัฒนาเทคโนโลยีสายการผลิตให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นจะช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าในระยะยาวได้ แต่เมื่อมองดูจากปัจจัยอื่นๆ เช่น ต้นทุนค่าแรงคนงานที่นับวันยิ่งสูงขึ้น ขณะที่ความต้องการในตลาดโลกยังไม่แข็งแกร่งพอ ทำให้การลงทุนดังกล่าวส่อแววว่าจะไม่คุ้มค่า
การชะลอตัวของตลาดในต่างแดนสะท้อนได้จากตัวเลขการส่งออกของจีนในช่วง 2 เดือนหลังสุดที่หดตัวลงต่อเนื่องกัน ซึ่งเป็นเครื่องบ่งชี้ว่าจีนกำลังเผชิญกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและการจ้างงานที่จะลดลง
ส่งผลให้รัฐบาลจีนภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ต้องออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา โดยมุ่งช่วยเหลือภาคธุรกิจรายย่อยในประเทศ เช่น การงดเว้นการจัดเก็บภาษีในภาคธุรกิจเอสเอ็มอี ไปจนถึงการลดกันทุนสำรองของสถาบันการเงินและธนาคาร เพื่อกระตุ้นให้เกิดการปล่อยสินเชื่อในตลาดมากขึ้น
แต่ถึงกระนั้น ดูเหมือนว่ามาตรการที่รัฐบาลออกมามุ่งช่วยเหลือภาคธุรกิจรายย่อยบางส่วนยังคงไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและปัญหาที่ภาคธุรกิจเอสเอ็มอีเผชิญอยู่ได้ เพราะผู้ได้รับประโยชน์ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มรัฐวิสาหกิจมากกว่า
“รัฐบาลอาจพูดได้ว่าเป็นความช่วยเหลือ แต่เราก็มีอีกสารพัดเหตุผลที่จะตั้งข้อสงสัย และมาตรการช่วยเหลือที่ออกมานั้นก็ดูเหมือนจะมุ่งให้ประโยชน์แก่รัฐวิสาหกิจขนาดใหญ่เป็นหลัก” แพทริก ฉาน ผู้จัดการฝ่ายการตลาดของบริษัท ไอน็อตเทน ผู้ผลิตสายชาร์จและแบตเตอรี่สมาร์ทโฟนในเสิ่นเจิ้น กล่าวกับเอพี
ฉาน กล่าวเสริมอีกว่า ปัจจุบันไม่เพียงแต่ต้องเผชิญกับต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเท่านั้น แต่ยังต้องมาเผชิญกับแรงกดดันของรัฐบาลท้องถิ่นที่ต้องการบีบคั้นให้เจ้าตัวย้ายฐานการผลิตเข้าไปยังพื้นที่ตอนใน เพราะรัฐบาลท้องถิ่นต้องการแทนที่ด้วยบริษัทที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเข้ามาแทนที่ เพื่อสอดรับกับนโยบายรัฐบาลกลางที่ต้องการหันมาสร้างการผลิตที่มีมูลค่าสูงขึ้น รวมถึงธุรกิจภาคการบริการ
จึงนับเป็นภาระความท้าทายของธุรกิจแดนมังกรที่กำลังเผชิญอยู่อย่างแสนสาหัสเลยทีเดียว







