
การเดินทางสีเขียว
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี องค์กรที่ผลักดันพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจของมนุษย์ให้ออกมาอยู่ในโลกของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม จัดทำอีบุ๊ก “เจาะเทรนด์โลก 2014 โดย TCDC : แฟชั่น วัสดุ เทคโนโลยี สี พื้นที่ และการใช้ชีวิต” ที่ต่อเนื่องจากบทสรุปเทรนด์ในปีที่ผ่านมา โดยในปี 2557 มีหลายเทรนด์สุดน่าทึ่ง และยังเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะโลกของการเดินทางที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่ระบบการเดินทางสีเขียว หรืออีโคโมบิลิตี “ECOMOBILITY”
ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ หรือทีซีดีซี องค์กรที่ผลักดันพลังแห่งความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจของมนุษย์ให้ออกมาอยู่ในโลกของธุรกิจอย่างเป็นรูปธรรม จัดทำอีบุ๊ก “เจาะเทรนด์โลก 2014 โดย TCDC : แฟชั่น วัสดุ เทคโนโลยี สี พื้นที่ และการใช้ชีวิต” ที่ต่อเนื่องจากบทสรุปเทรนด์ในปีที่ผ่านมา โดยในปี 2557 มีหลายเทรนด์สุดน่าทึ่ง และยังเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ โดยเฉพาะโลกของการเดินทางที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่ระบบการเดินทางสีเขียว หรืออีโคโมบิลิตี “ECOMOBILITY”
ในมหานครขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นเมืองมอสโก นิวเดลี เซาเปาโล บัวโนสไอเรส ปักกิ่ง เม็กซิโกซิตี้ โยฮันเนสเบิร์ก ปัญหาด้านการเดินทางกลายเป็นปัญหาประจำวันที่ทุกคนต้องประสบ ถนนในเซาเปาโลมีรถติดเป็นทางยาว เนื่องจากระบบการคมนาคมขนส่งสาธารณะไม่ดี ในเมืองที่มีประชากรกว่า 18 ล้านคน แต่กลับมีรถใต้ดินเพียง 5 สาย และให้บริการได้ไม่ทั่วถึงทุกพื้นที่ ขณะเดียวกันจำนวนรถยนต์ในเมืองใหญ่ๆ ของประเทศจีนก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว
การสำรวจของบริษัทประกันภัย ManulifeSinochem คาดการณ์ว่า ในปี 2015 ปัญหาจราจรจะหนักขึ้น โดยรถยนต์จะสามารถวิ่งได้ในความเร็วเฉลี่ยน้อยกว่า 158 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งไม่ต่างกับคนวิ่งเลย การสำรวจโดย The Beijing Transportation Research Center ก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยประมาณการว่าชาวจีนในเมืองใหญ่ต้องใช้เวลาบนท้องถนนกับภาวะรถติดกว่า 6 ชั่วโมงต่อวัน รถยนต์ซึ่งเคยเป็นสัญลักษณ์ของความอิสระในอดีต จึงกลายเป็นสินค้าราคาสูง เกินความจำเป็น มากด้วยข้อจำกัด และเต็มไปด้วยความไม่สะดวกสบายสำหรับผู้บริโภคในยุคนี้ ซึ่งสอดคล้องกับคำพูดของ Phillip Rode ผู้อำนวยการบริษัท LSE Cities Project ที่ว่าคำสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า รถยนต์ คือ ความอิสระนั้น ได้ถูกทำลายลงไปแล้ว ด้วยสภาพท้องถนนและการเดินทาง แบบตัวใครตัวมันจนนำไปสู่ถนนมุมที่แออัด การขับรถบนถนนโล่งจึงเป็นไปได้แค่ความฝัน
อย่างไรก็ดี มุมมองอีกด้านหนึ่งเห็นว่าจำนวนคนที่เพิ่มขึ้นภายในเมือง และปัญหาเชิงโครงสร้างนั้น คือ ความท้าทายที่จะนำมาซึ่งผลกำไรจากโครงสร้างพื้นฐานใหม่ๆ ภายในเมือง ซึ่งไม่ใช่เพียงแค่เรื่องยานพาหนะเท่านั้น แต่รวมถึงบ้านและที่อยู่อาศัย โดยคาดว่าในปี 2025 เมืองใหญ่ 35 เมืองทั่วโลก จะมีเงินไหลเวียนในเศรษฐกิจโลกกว่า 30 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ นี่เป็นเครื่องมือสำคัญสำหรับการวัดพลังทางเศรษฐกิจของแต่ละประเทศ
ดังนั้น การสร้างมิติใหม่ให้กับยานพาหนะในเมือง ถือเป็นความจำเป็นเร่งด่วนของผู้ผลิต เพื่อตอบสนองผู้บริโภคที่กำลังมองหาความชัดเจนและเป็นไปได้ ซึ่งแนวโน้มผู้ผลิตรถยนต์ส่วนใหญ่นั้น ต่างมีทิศทางสร้างรถยนต์ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตแบบครบวงจร ปลอดภัยมากขึ้น และง่ายต่อการขับ
ปัจจัยสำคัญอันดับต้นๆ ของการสร้างยานพาหนะรูปแบบใหม่ คือ การเดินทางพร้อมระบบการติดต่อสื่อสาร เพราะผู้บริโภคยุคนี้คาดหวังการเชื่อมต่อแบบครบวงจรแบบนาทีต่อนาที แม้ในขณะขับรถก็ตาม State Farm Mutual Automoblie Insurance Company ให้ข้อมูลว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ขับขี่รถยนต์อายุ 18-29 ปี ใช้อินเทอร์เน็ตระหว่างการขับรถ โดย 36% อัพเดทข้อมูลในสังคมออนไลน์ เพิ่มจาก 21% ในปี 2009 ขณะที่ 43% เช็กอีเมล โดยเพิ่มขึ้นจากเดิม 32% และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
พร้อมแนวคิดใหม่สำหรับการออกแบบรถยนต์ จึงพยายามเปลี่ยนทัศนคติจากรูปแบบการถือครองรถยนต์แบบของใครของมันมาสู่การแบ่งปันกันใช้ เช่น คอนเซปต์ล่าสุดจาก Rinspeed ซึ่งร่วมมือกับ MicroMax กระตุ้นให้มีการแบ่งรถยนต์กันใช้ผ่านระบบ GPS และสมาร์ทโฟน และดูเหมือนว่าระบบการเช่ารถยนต์แบบ Zipcar จะกลายเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคในเมืองใหญ่ต้องการมากขึ้น เพราะช่วยลดค่าใช้จ่าย ทั้งค่าบำรุงรักษา ค่าที่จอดรถ ซึ่งผู้บริโภคส่วนใหญ่ยินดีตัดค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยดังกล่าวออกก่อนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ผนวกกับภาวะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น
การจอดรถทิ้งไว้และขับในกรณีที่มีความจำเป็นจริงๆ จึงเป็นคำตอบที่ดีที่สุดสำหรับผู้มีรถยนต์ในยุคที่กำลังขับเคลื่อนไปสู่เส้นทางสีเขียว







