
BKDงานล้นมือทะลุ2พันล.
ชนะประมูลตกแต่งรพ.จุฬาฯพลาซ่าแอทธินีรัดเข็มขัดคุมค่าใช้จ่ายรับลูกค้าเอกชน
ชนะประมูลตกแต่งรพ.จุฬาฯพลาซ่าแอทธินีรัดเข็มขัดคุมค่าใช้จ่ายรับลูกค้าเอกชน
BKD งานล้นมือ ชนะประมูลตกแต่งโรงพยาบาลจุฬาฯพลาซ่าแอทธินี หนุนงานในมือทะลุ 2,000 ล้าน
นางนุชนารถ รัตนสุวรรณชาติ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บางกอก เดคคอน (BKD) ซึ่งเป็นบริษัทดำเนินธุรกิจรับเหมาตกแต่งภายในอาคาร ผลิตและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์สำเร็จรูปตามคำสั่งซื้อลูกค้า เปิดเผยว่า ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2557 แม้จะได้รับผลกระทบจากปัจจัยทางการเมือง แต่ยังมั่นใจว่าผลการดำเนินงานจะยังโตต่อเนื่อง
ปัจจุบันยังมีงานในมือที่รอรับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) มากกว่า 2,000 ล้านบาท ล่าสุดได้ชนะการประมูลโครงการตกแต่งภายในของโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ มูลค่าประมาณ 500 ล้านบาท รวมทั้งเพิ่งได้รับการว่าจ้างจากโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ให้ดำเนินการปรับปรุงโฉมใหม่ มูลค่ากว่า 207 ล้านบาท ซึ่งทั้งสองโครงการจะเริ่มดำเนินการในเดือนหน้า นอกจากนี้ยังมีโครงการที่อยู่ระหว่างรอการเปิดประมูลในปีนี้อีก 4,0005,000 ล้านบาท
“งานในมือรอรับรู้รายได้กว่า 2,000 ล้าน น่าจะหนุนให้ผลประกอบการของบริษัทปีนี้ทุบสถิติใหม่ แม้การเมืองจะยังไม่ชัดเจน แต่งานของเราก็ยังเดินต่อไปได้”
ประธานกรรมการบริหาร กล่าวว่า สถานการณ์การเมืองที่ยังไม่มีความชัดเจน แม้บริษัทจะประเมินว่ากระทบระยะสั้น แต่บริษัทต้องปรับตัวเพื่อตั้งรับหากการเมืองยืดเยื้อ พยายามหาตลาดใหม่ชดเชยหากโครงการประมูลงานภาครัฐล่าช้า โดยได้จับมือกับบริษัท ลีโอ อินเตอร์เนชั่นแนล ดีไซน์ กรุ๊ป ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบยักษ์ใหญ่ระดับโลก รับงานตกแต่งภายในที่ประเทศซาอุดิอาระเบีย ขณะนี้อยู่ระหว่างการออกแบบ และคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้กลางปีนี้ สามารถทยอยรับรู้รายได้ทันที มูลค่าของงานดังกล่าวอยู่ระหว่างการตีมูลค่า
นางนุชนารถ กล่าวต่อว่า การรับงานในต่างประเทศถือเป็นการกระจายรายได้เพื่อลดความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจ ที่ผ่านมาบริษัทได้เข้าไปรับงานของสถานทูตไทยในประเทศลาว อยู่ระหว่างการก่อสร้าง รวมถึงยังมีอีกหลายโครงการที่อยู่ระหว่างเจรจา อย่างไรก็ดี ปี 2557 ภาพการลงทุนในกลุ่มอาเซียนจะมีความชัดเจน และมีนัยสำคัญต่อผลประกอบการของรายได้ของบริษัท
นอกจากนี้ ยังกำหนดเป็นนโยบายของบริษัทให้ทุกฝ่ายในองค์กรตั้งเป้าการลดค่าใช้จ่ายลง 20% เพื่อเป็นการบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันก็เพิ่มความเข้มงวดในการเลือกลูกค้ามากขึ้น โดยเฉพาะภาคเอกชนจะต้องเลือกเฉพาะลูกค้าที่มีเครดิตทางด้านการเงิน มีความสามารถในการชำระหนี้
ขณะเดียวกัน มีนโยบายรักษาวินัยการเงินอย่างเคร่งครัด ไม่มีการลงทุนในโครงการที่สุ่มเสี่ยง เน้นเฉพาะธุรกิจหลักตกแต่งภายใน ปัจจุบันบริษัทมีเงินสดในมือกว่า 300 ล้านบาท เพียงพอใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน สัดส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 0.4 เท่า ซึ่งหลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ฯ ทำให้ภาพลักษณ์เป็นที่ยอมรับในวงกว้าง ลูกค้ามีความเชื่อมั่น ช่วยให้การหางานมีความคล่องตัวมากกว่าในอดีต สะท้อนได้จากมูลค่างานในมือร่วม 2,000 ล้านบาท







