posttoday
BGH โรงพยาบาลอันดับ 1 ของโลก

BGH โรงพยาบาลอันดับ 1 ของโลก

21 เมษายน 2557

โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

โดย...พนิตศรณ์ หวังจงชัยชนะ

ในการประชุมผู้ถือหุ้นสามัญประจำปี 2557 ของบริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BGH) เมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ถือหุ้นลุกขึ้นโอดครวญถึงราคาหุ้น BGH ที่ย่อตัวลง และยังนำไปเปรียบ บริษัท โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ (BH) พร้อมกับย้อนความไปถึงเมื่อครั้ง BGH ประกาศควบรวมกิจการกับกลุ่มโรงพยาบาลพญาไทและเปาโลของทนายชื่อดัง “วิชัย ทองแตง” ที่ได้เคยกล่าวไว้ว่า 1 บวก 1 ต้องได้มากกว่า 2 แต่ทุกวันนี้กลับไม่เห็นภาพที่ได้เคยประกาศไว้

“คุณหมอปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ” ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหาร BGH ได้ลุกขึ้นชี้แจงว่า เรื่องราคาหุ้นนั้นมีหลายองค์ประกอบ และข้อสำคัญนโยบายการเติบโตของกลุ่ม BGH กับ BH ไม่เหมือนกัน

ทาง BGH มีแผนชัดเจนในเรื่องการขยายเครือข่าย ตั้งเป้าเปิดโรงพยาบาลอีก 7 แห่ง ในปีนี้ จากปัจจุบันมีจำนวน 31-32 แห่ง เพื่อรองรับการเติบโตในระยะยาว ซึ่งจะเป็นโรงพยาบาลในกัมพูชา ชื่อ “รอยัล พนมเปญ” ขนาด 104 เตียง คาดว่าจะเปิดให้บริการได้ใน 3 เดือนข้างหน้า และน่าจะเป็นโรงพยาบาลที่ดีที่สุดในกัมพูชาและเวียดนาม ส่วนอีก 6 แห่งเปิดในประเทศ และยังมีแผนขยายโรงพยาบาลอีก 3 แห่ง น่าจะเปิดได้ในปี 2558

โดยปกติโรงพยาบาลเปิดใหม่ จะใช้เวลา 3 ปีกว่าจะถึงจุดคุ้มทุน หากผลงานดีก็อาจใช้เวลาเพียง 2 ปี ทำให้มีข้อแตกต่างจากโรงพยาบาลที่ไม่มีแผนขยายตัว เพราะไม่มีค่าใช้จ่าย กำไรก็จะดี

“ขณะนี้เราอาจจะมีค่าใช้จ่ายสูง แต่เมื่อมีโรงพยาบาลหลักครบ 50 แห่งตามแผนระยะยาว เพื่อครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ การลงทุนจะเหลือเพียงคลินิกหรือสถานรักษาพยาบาลขนาดเล็กลงทุนไม่เกิน 1020 ล้านบาท เมื่อนั้นค่าเสื่อมก็จะลด กำไรก็จะเพิ่ม หุ้น BGH ก็จะขึ้นเอง”

ข้อสำคัญเมื่อตอนที่รวมกิจการกับกลุ่มโรงพยาบาลพญาไท สมิติเวช และเปาโลนั้น ราคาหุ้นอยู่ที่เกือบ 40 บาท มาถึงวันนี้ราคาขึ้นสูงกว่า 100 บาท นั่นเป็นผลมาจากการที่สามารถเสริมส่วนที่ขาดกับกลุ่มพญาไทได้ดี

นอกจากนี้ หากพิจารณาในรายละเอียดของ BGH พบว่า บริษัทพยายามรักษาอัตราการทำกำไรให้อยู่ในระดับ 10-12% และรักษาการเติบโตของรายได้ในระดับ 11% พร้อมกับมุ่งกระจายโรงพยาบาลให้ไปทั่วประเทศ ทั้งโรงพยาบาลหลักและโรงพยาบาลเครือข่าย

ปัจจุบัน BGH นับเป็นโรงพยาบาลที่ติดอันดับชั้นนำของโลก จากการจัดลำดับธุรกิจโรงพยาบาลที่วัดกันในเรื่องของความสามารถทำกำไร มูลค่าตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) และจำนวนเตียง

BGH นับเป็นอันดับ 1 ของโลก เรื่องความสามารถทำกำไร เพราะมีอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 11.9% สิงคโปร์ 9.8% มาเลเซีย 9.3% ออสเตรเลีย 6.4% และสหรัฐอเมริกา 4.1% แต่มาร์เก็ตแคปยังติดอันดับ 34

ในแง่จำนวนเตียงนั้น หากเปิดโรงพยาบาลครบ 7 แห่งในปีนี้ตามแผน จำนวนเตียงเพิ่มเป็น 7,000 เตียง รั้งอันดับ 3 ของโลก เทียบกับสหรัฐมีจำนวน 1 หมื่นเตียง

ด้านฐานะการเงินของ BGH ถือว่ามีความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับบริษัทในกลุ่มโรงพยาบาลในประเทศด้วยกัน โดยได้รับการจัดอันดับเครดิตจากทริส ที่ระดับ A+ และแต่ละปีมีกำไรก่อนหักภาษีและค่าเสื่อม (อีบิตดา) 1 หมื่นล้านบาท และมีอัตราหนี้สินต่อทุน (ดีอี) ต่ำเพียง 0.8 เท่า จากหนี้สินทั้งหมด 3.3 หมื่นล้านบาท

นอกจากนั้น ผู้ถือหุ้นได้อนุมัติให้บริษัทเพิ่มทุนอีกจำนวน 1,549.09 ล้านหุ้น วัตถุประสงค์หลักเพื่อรองรับกรณีซื้อกิจการ เพราะบางครั้งเจ้าของเดิมไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมใน BGH และยังแตกพาร์หุ้น จาก 1 บาท เหลือ 0.10 บาท เพราะต้องการให้ผู้ลงทุนที่มีกำลังทุนไม่มากสามารถเข้าลงทุนได้ จากที่ได้รับเสียงบ่นจากผู้ลงทุนว่าราคาหุ้น BGH สูงกว่า 100 บาท เข้าถึงได้ยาก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท