
หุ้นเช้า21 เม.ย.ปิดบวก3.64จุด
หุ้นภาคเช้า 21 เม.ย.ดัชนีปิดที่ 1,412.82 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด มูลค่า 14,960.30 ล้านบาท
หุ้นภาคเช้า 21 เม.ย.ดัชนีปิดที่ 1,412.82 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด มูลค่า 14,960.30 ล้านบาท
ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้าวันที่ 21 เม.ย. เปิดตลาดมาเคลื่อนไหวในกรอบแคบตลอดภาคเช้าจนปิดที่ 1,412.82 จุด เพิ่มขึ้น 3.64 จุด หรือ 3.64 % มูลค่าการซื้อขาย 14,960.30 ล้านบาท
บล.ทรีนิตี้ ระบุว่า การเคลื่อนไหวของดัชนีหุ้นวันนี้อาจมีการพักฐาน หลังดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง 4 วันทำการ อีกทั้งปริมาณการซื้อขายคาดว่าจะเบาบางลง เนื่องจากตลาดหุ้นสหรัฐ ยุโรป รวมถึงตลาดหุ้นหลักในเอเซียหยุดทำการ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลอีสเตอร์ อย่างไรก็ตาม มองว่า ยังมีมุมมองบวกต่อกระแสเม็ดเงินต่างชาติไหลเข้าซื้อหุ้นไทยต่อเนื่อง โดยเดือน เม.ย. นักลงทุนต่างชาติมียอดซื้อสุทธิแล้วกว่า 8,800 ล้านบาท
ขณะที่มองว่าการชุมนุมการทางเมืองหลังจากนี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อดัชนีอย่างมีนัย สำหรับปัจจัยต่างประเทศ มองว่าตลาดยังคงติดแนวโน้มการขยายตัวเศรษฐกิจจีน หลังราคาบ้านในเมืองสำคัญมีทิศทางอ่อนตัวลง สร้างความกังวลต่อสภาพคล่องของสินเชื่ออสังหาฯ นอกจากนี้ ตลาดยังมีความกังวลต่อจีดีพีปี 2557 ซึ่งอาจขยายตัวไม่ถึงเป้าหมายของภาครัฐที่ 7.5% โดยนักเศรษฐศาสตร์ ปรับลดคาดการณ์ลงเหลือเพียง 7% เรามองว่าจะส่งผลลบต่อหุ้นกลุ่มสินค้าภืคภัณฑ์ เช่น PTTGC, IVL, SCC, TTA
สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยสัปดาห์นี้ มองว่า ตลาดยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบ เพราะมี 2 ประเด็นสำคัญ 2 ในวันที่ 23 เม.ย. นี้ ซึ่งมีผลต่อทิศทางตลาดหุ้นไทย ตั้งแต่การพิจารณาคำร้องของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลการตัดสินการย้ายนายถวิล ซึ่งมองว่าการถอดถอนเฉพาะนายกมีความเป็นไปได้มากกว่าถอดถอน ครม. ทั้งคณะ ขณะที่หลายฝ่ายยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับการแต่งตั้งนายกฯตามมาตรา 7 ซึ่งเรามองว่ายังเป็นเหตุให้ความขัดแย้งการเมืองไทยยังอยู่ในภาวะสุญญากาศต่อไป รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เกี่ยวกับอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 2% ในปัจจุบัน ซึ่งตลาดคาดกว่ามติ จะคงไว้ที่ระดับ 2%
กลยุทธ์การลงทุน คาดว่าดัชนีจะยังมีมูลค่าซื้อขายในระดับต่ำต่อไปตราบใดที่ปัจจัยการเมืองยังคงเป็นสุญญากาศอย่างนี้ แนะนำลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว หรือหุ้นที่ให้ผลตอบแทนเงินปันผลสูง เช่น ADVANC, INTUCH, BTS, BCP
หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับ คือ
ICHI มูลค่าการซื้อขาย 4,882 ล้านบาท ปิดที่ 16.50 บาท เพิ่มขึ้น 3.50 บาท (+26.92)
KBANK มูลค่าการซื้อขาย 689 ล้านบาท ปิดที่ 191.00 บาท เพิ่มขึ้น 3.00 บาท (+1.60)
SCB มูลค่าการซื้อขาย 549 ล้านบาท ปิดที่ 166.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท (+1.22)
ADVANC มูลค่าการซื้อขาย 466 ล้านบาท ปิดที่ 242.00 บาท เพิ่มขึ้น 2.00 บาท (+0.83)
KTB มูลค่าการซื้อขาย 453 ล้านบาท ปิดที่ 18.80 บาท ลดลง 0.80 บาท (-4.08)







