
แผน 10 ปี เชื่อมอาเซียนฝันไกลถึงจีน-อินเดีย
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
แม้อาเซียนจะมีแผนแม่บทว่าด้วยความเชื่อมโยงระหว่างกันในอาเซียน หรือ Master Plan on ASEAN Connectivity เป็น “ตัวคุม” ระยะ 5 ปีให้เกิดความเชื่อมโยงระหว่างกันในภูมิภาคแล้ว แต่เมื่อกล่าวถึงการเชื่อมโยงทางกายภาพ เช่น การเชื่อมโยงทางถนน เวลาที่ต้องใช้อาจไม่ใช่แค่ 5 ปี จำเป็นต้องมีหน่วยควบคุมและแผนสนับสนุนระยะยาว
ธีระศักดิ์ มงคลโภชน์ รองผู้อำนวยการ ปฏิบัติหน้าที่แทนผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (สพพ.) หรือ NEDA กล่าวว่า 9 ปีนับแต่ตั้งองค์กรมา สพพ.ได้พยายามเข้าไปสร้าง “ความเชื่อมโยง” กับประเทศเพื่อนบ้าน 4 ประเทศ ได้แก่ กัมพูชา ลาว พม่า และเวียดนาม ด้วยการสนับสนุนเงินกู้เงื่อนไขผ่อนปรน เงินให้เปล่า และความช่วยเหลือทางวิชาการ รวมทั้งสิ้น 51 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 1.24 หมื่นล้านบาท แต่กว่าจะเกิดความเชื่อมโยงกันได้อย่างแท้จริง ต้องสนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในเพื่อนบ้านอีกราว 10 ปี
“9 ปีที่ผ่านมาเป็นแค่ระยะเปิดตลาด แต่ละประเทศก็ยังไม่กล้าลงทุน ไม่กล้าพัฒนาอะไรมาก ไทยก็เข้าไปช่วยเริ่มต้นได้แค่บางส่วน 10 ปีจากนี้ต่างหาก คือเวลาที่เพื่อนบ้านจะต้องการเงินกู้จำนวนมหาศาลเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งถนน สนามบิน ราง สาธารณูปโภคต่างๆ”
เขา มองว่า เส้นทางสำคัญในช่วง 10 ปีจากนี้ ไม่ใช่แค่เส้นทางที่เชื่อมไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ต้องเป็นเส้นทางเชื่อมไทยสู่เวียดนาม เชื่อมไทยสู่จีน และเชื่อมไทยสู่อินเดีย เพราะจะทำให้ตลาดของไทยใหญ่ขึ้นมาก กลายเป็นศูนย์กลางด้านการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภูมิภาคอย่างแท้จริง
ที่ผ่านมา สพพ.เข้าไปให้ความช่วยเหลือลาวมากที่สุด คิดเป็นวงเงินกว่า 9,900 ล้านบาท ตามด้วยกัมพูชา 2,100 ล้านบาท พม่า 149 ล้านบาท และเวียดนาม 188 ล้านบาท ทิศทางในช่วง 10 ปีจากนี้ จะให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือพม่ามากขึ้น พร้อมทั้งยังคงการสนับสนุนงบประมาณในลาวและกัมพูชาต่อไป
สำหรับเส้นทางที่ต้องดำเนินการในพม่า คือ 1.ถนนจากแม่สอดผาอันเนย์ปิดอว์ เริ่มต้นจาก อ.แม่สอด จ.ตาก ของไทย ข้ามฝั่งไปพม่าที่เมียวดี เข้าสู่กอกาเร็ก ต่อไปถึงผาอัน เพื่อเชื่อมถึงเนย์ปิดอว์ในที่สุด โดย สพพ.กำลังก่อสร้างถนนจากเมียวดีถึงกอกาเร็ก และอยู่ระหว่างศึกษาการก่อสร้างจากกอกาเร็กไปถึงผาอัน คาดว่าต้องใช้เวลาก่อสร้าง 5-10 ปี เมื่อเสร็จสิ้นจะช่วยเชื่อมโยงไทยไปถึงเนย์ปิดอว์และอินเดีย เพราะถนนเชื่อมจากผาอันเนปิดอว์และเนย์ปิดอว์อินเดียนั้นก่อสร้างไปเกือบสมบูรณ์แล้ว
2.ถนนจากกาญจนบุรีเมาะลำไยย่างกุ้ง ต้องเชื่อมเส้นทางดังกล่าว เพื่อเปิดประตูการค้าให้กาญจนบุรีและขึ้นเหนือไปถึงอินเดีย
ขณะที่เส้นทางที่ต้องก่อสร้างในลาว ประกอบด้วย 1.ถนนจากเมืองหงสาบ้านเชียงแมน เพื่อเชื่อมจากพะเยาหรือน่าน ผ่านเข้าเมืองเงินหรือหงสาของลาว มุ่งหน้าสู่หลวงพระบางได้ง่าย และยังช่วยเชื่อมเส้นทางผ่านปากแบ่งของลาว เข้าสู่เดียนเบียนฟูและฮานอยของเวียดนาม คาดว่าต้องใช้เวลาก่อสร้างอย่างน้อย 5 ปี
2.ถนนจากภูดู่เวียงจันทน์ ปัจจุบันโครงการดำเนินการอยู่แค่ด่านช่องภูดู่ จ.อุตรดิตถ์ ไปถึงปากลายของลาว ผ่านเส้นทาง R11 เข้าสู่เวียงจันทน์ ลดระยะเวลาผู้ที่เดินทางจากเชียงใหม่หรือลำปาง 34 ชั่วโมง ไม่ต้องไปอ้อมไปถึงหนองคาย สำหรับเส้นทางดังกล่าวยังต้องก่อสร้างอีกกว่า 100 กิโลเมตร 3.เส้นทาง R8 และ R12ฮานอยหนานหนิง ต้องใช้เวลาก่อสร้างราว 10 ปี แต่ก็จะช่วยเชื่อมไทยเข้าสู่หนานหนิงของจีนได้ ไม่ใช่แค่เชื่อมสู่คุนหมิงซึ่งไม่มีพื้นที่ติดทะเล
ส่วนถนนในกัมพูชา ต้องปรับปรุงเส้นทางจากเกาะกงสเรอัมเบิลโฮจิมินห์ซิตี้ ให้สามารถรองรับรถคอนเทนเนอร์
“สพพ.มีรายได้ 500 ล้านบาทต่อปี เฉลี่ยไม่ถึง 1% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีด้วยซ้ำ แต่การมีคอนเนกทิวิตี้กับเพื่อนบ้าน ก็คือการสร้างทางเดินสำหรับลูกหลานในอนาคต เราจึงต้องเข้าไปช่วยเพื่อนบ้านต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดทางเดินต่อไป”







