
ขอตั้งโรงเรียนอินเตอร์พุ่ง
ปีนี้คาดเอกชนยื่นขอเปิดเพิ่มกว่าเท่าตัวบุภตลาดภูธรสอนควบ3ภาษา
ปีนี้คาดเอกชนยื่นขอเปิดเพิ่มกว่าเท่าตัวบุภตลาดภูธรสอนควบ3ภาษา
สช.คาดปีนี้เอกชนยื่นขอตั้งโรงเรียนอินเตอร์ไม่ต่ำกว่า 10 แห่ง เพิ่มขึ้น 100% เน้นหลักสูตร 3 ภาษา
นายบัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เปิดเผยว่า ในปีนี้คาดว่าเอกชนจะมายื่นขอจัดตั้งโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติ (อินเตอร์เนชั่นแนล) ในไทยไม่ต่ำกว่า 10 ราย โดยมีมูลค่าเงินลงทุนอย่างน้อยแห่งละ 20 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาที่มีการยื่นขอจัดตั้งโรงเรียนอินเตอร์ใหม่เพียงแค่ 4 แห่ง เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่เห็นศักยภาพของไทยที่จะสามารถใช้เป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การศึกษาในภูมิภาคได้
ทั้งนี้ เฉพาะช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ (ม.ค.-มี.ค.) มีผู้ยื่นขอจัดตั้งโรงเรียนหลักสูตรนานาชาติแล้ว 7 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 141 แห่งทั่วประเทศ โดยเป็นโรงเรียนระดับอนุบาลในกรุงเทพฯ 2 แห่ง ส่วนที่เหลือเป็นโรงเรียนระดับประถมและมัธยมศึกษากระจายใน จ.ชุมพร 1 แห่ง อุดรธานี 1 แห่ง สุราษฎร์ธานี 1 แห่ง สมุทรปราการ 1 แห่ง และพิษณุโลก 1 แห่ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหลักสูตรจากสหราชอาณาจักร สหรัฐและสิงคโปร์
“ตอนนี้ไทยเนื้อหอมมาก เพราะแค่ต้นปีก็มีผู้มียื่นขอจัดตั้งโรงเรียนอินเตอร์ 7 แห่งแล้ว และแจ้งยืนยันว่าพร้อมจะเปิดสอนได้ภายในปีการศึกษา 2557 เชื่อว่าในช่วงที่เหลือก็จะยื่นขอจัดตั้งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ” นายบัณฑิตย์ กล่าว
ขณะเดียวกัน โรงเรียนอินเตอร์ที่เปิดสอนในไทย ส่วนใหญ่มีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกันคือ เน้นการเรียนการสอนแบบ 3 ภาษา ได้แก่ ภาษาไทย อังกฤษ และจีน รวมทั้งยังเน้นทักษะกระบวนการคิดให้แก่ผู้เรียนมากขึ้น
นอกจากนี้ สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ยังได้ปรับหลักสูตรในโรงเรียนสังกัด สช.ให้เข้มข้นขึ้นตามนโยบายปีแห่งการศึกษา โดยเน้นเรื่องทักษะภาษามากขึ้นจากเดิมที่กำหนดให้เรียนภาษาอังกฤษเพียงสัปดาห์ละ 12 ชั่วโมง เป็นไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง เพราะเชื่อว่าภาษาจะเป็นตัวเชื่อมโยงและช่วยต่อยอดประสิทธิภาพเด็กไทยให้ออกไปแข่งขันในระดับสากล รวมทั้งยังเป็นอีกวิธีในการยกระดับคุณภาพการศึกษาของไทยให้สูงขึ้น เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน
เบื้องต้นหลังทดลองดำเนินการมาระยะหนึ่ง พบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจมาก โดยเด็กชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 (ป.4) สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้ถึง 90% จากเดิมที่ไม่มีตัวชี้วัด เพราะเน้นท่องจำหลักไวยากรณ์และอ่านเขียนภาษาไทยได้คล่องขึ้นถึง 94% สูงกว่าค่าเฉลี่ยที่ตั้งไว้ในระดับ 74% ส่วนวิชาคณิตศาสตร์ก็มีสัมฤทธิผลที่ดีขึ้นมาอยู่ที่ 46% จาก 42%







