
การรถไฟฯ"ตกราง"ขุดกรุสมมัติล้างหนี้-เดินหน้าลงทุน
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
โดย...วงศ์สุภัทร์ คงสวัสดิ์
หลังร่าง พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ถูกศาลรัฐธรรมนูญตีตก เพราะมีเนื้อหาขัดต่อรัฐธรรมนูญและกระบวนการตรากฎหมายไม่ชอบ ส่งผลให้โครงการลงทุนระบบรางของการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ที่บรรจุไว้ในร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวมีอันต้องพับโครงการไปอย่างไม่มีกำหนด
แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้การลงทุนระบบรางของ ร.ฟ.ท. เช่น การปรับปรุงเส้นทางรถไฟสายเก่า สร้างรถไฟสายใหม่ และลงทุนรถไฟทางคู่ ต้องยุติลงถาวร เพียงแต่ต้องรอเวลาจนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่
“แม้ร่างกฎหมายเงินกู้ 2 ล้านล้านบาท จะไม่ผ่านศาลรัฐธรรมนูญและทำให้ ร.ฟ.ท.เกิดความสับสนในการทำงานพอสมควร แต่เราตั้งใจว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ ร.ฟ.ท.จะเสนอโครงการที่บรรจุอยู่ใน พ.ร.บ. เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ให้คณะรัฐมนตรีใหม่โดยเร็ว เพราะทุกโครงการมีความจำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558” ประภัสร์ จงสงวน ผู้ว่าการ ร.ฟ.ท. กล่าว
หากจะว่าไปแล้วต้องถือว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การลงทุนระบบรางของไทยเรียกได้ว่าถูกแช่แข็งมานานท่ามกลางความคาดหวังของหลายประเทศ โดยเฉพาะจีน ที่ต้องการเห็นโครงสร้างพื้นฐานทางรางของไทยที่พร้อมกว่านี้ เพราะไทยอยู่ในฐานะที่เป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงการขนส่งในภูมิภาค
“ถ้าพูดถึงรถไฟเชื่อมประเทศเพื่อนบ้าน บอกได้เลยว่าเราขาดทุกจุด เรามีรถไฟไปถึงแค่หนองคาย แต่ยังไปไม่ถึงเวียงจันทน์ของลาวด้วยซ้ำ ส่วนทางใต้มีรถไฟถึงปาดังเบซาร์ แต่ก็เป็นเพียงขนส่งสินค้าของเราลงไปเท่านั้น ขณะที่ทางพม่าก็รอการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ซึ่งทางไทยมีโครงการจะทำรถไฟเชื่อมออกจาก จ.กาญจนบุรี ไปยังพม่า แต่ตอนนี้ก็ยังไม่มีอะไรชัดเจน” ประภัสร์ ระบุ
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าประภัสร์ต้องการเห็นการลงทุนการยกระดับระบบรางทั้งประเทศ แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า ร.ฟ.ท. ซึ่งถือว่าเป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อนการลงทุนระบบรางจำเป็นต้องได้รับการปฏิรูปเช่นกัน เช่น การเพิ่มประสิทธิภาพองค์กร และการแก้ปัญหาหนี้สินสะสมกว่า 1 แสนล้านบาท
จึงเป็นหน้าที่ของประภัสร์และฝ่ายบริการ จึงขบคิดแนวทางที่จะนำทรัพย์สินของ ร.ฟ.ท.มาสร้างรายได้เพื่อล้างหนี้สินเก่าขององค์กรแห่งนี้ ในภาวะที่องค์กรไม่มีเงินสดและประเทศไม่มีรัฐบาลตัวจริง
“เราจะนำที่ดินบริเวณสถานีรถไฟแม่น้ำบริเวณช่องนนทรีและที่ดินมักกะสันบริเวณใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์ไปให้กระทรวงการคลังเช่าพัฒนาเป็นเวลา 3050 ปี แลกกับการล้างหนี้สะสมของ ร.ฟ.ท.ที่มีมูลค่ากว่า 1 แสนล้านบาท เพราะถ้าให้ ร.ฟ.ท.หาผู้ลงทุนเอง โอกาสที่จะได้เงินมาใช้หนี้คงยาก แต่หากให้กระทรวงการคลังเช่าก็จะใช้วิธีการหักบัญชี ภาระหนี้ของ ร.ฟ.ท.ก็จะหมดทันที” ประภัสร์ กล่าว
เพียงแต่ว่าสิ่งที่ ร.ฟ.ท.จะทำยังเป็นเพียงแนวคิดและต้องเสนอแนวทางให้คณะรัฐมนตรีใหม่อนุมัติ จึงส่งผลให้วันนี้ ร.ฟ.ท.ยังคงเป็นองค์กรพิกลพิการและอยู่ในภาวะชักหน้าไม่ถึงหลังเช่นเดิม
“แม้ตอนนี้เรายังไม่มีเงิน ไม่มีรัฐบาล แต่ ร.ฟ.ท.ได้เร่งรัดเพิ่มประสิทธิภาพระบบรางทางภาคใต้ทั้งหมด เช่น การเปลี่ยนไม้หมอนคอนกรีตและเปลี่ยนรางให้เป็นขนาด 100 ปอนด์ โดยเฉพาะจุดที่เป็นห่วงมากที่สุด คือ ตั้งแต่ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราชอ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เพราะสภาพทางเก่ามาก ขณะที่ปัจจุบันสภาพรถไฟก็ทรุดโทรมมาก ชิ้นส่วนต่างๆ เสียหายมาก และหากพบว่ารถคันไหนถูกชนก็ต้องใช้เวลาซ่อมนานมาก หรือไม่ก็จะนำอะไหล่ส่วนอื่นไปใส่ให้รถคันอื่นวิ่งได้ก่อน เราพยายามให้ดีที่สุด เพื่อให้มีรถบริการประชาชน” ประภัสร์ กล่าว
นี่คือสภาพความเป็นจริงในปัจจุบันที่องค์กรที่มีอายุยืนยาวกว่า 100 ปี ประสบอยู่ หากยังไม่มีการปฏิรูปองค์กรนี้เสียก่อน การลงทุนเพื่อยกเครื่องระบบรางขนานใหญ่ของประเทศคงไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างราบรื่น
งานนี้จึงต้องอยู่ที่ความตั้งใจจริงของรัฐบาลใหม่และฝีมือของซีอีโอ ร.ฟ.ท. ว่าจะพลิกโฉมองค์กรแห่งนี้ ภายใต้มรสุมการเมืองทั้งภายในและภายนอก เพื่อเป็นตัวจักรผลักดันการลงทุนระบบรางของประเทศได้หรือไม่







