
วิลเลนดรอฟผุดกองทุนอุ้มนักธุรกิจกระตุ้นยอด
จัดว่าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงที่มีแผนการตลาดแปลกใหม่อยู่เสมอ สำหรับวิลเลนดรอฟ ล่าสุดได้ผุดไอเดียจัดตั้งกองทุนธุรกิจขายตรง เพื่อมาโอบอุ้มนักธุรกิจในยามภาวะเศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งยังเป็นแผนช่วยปลุกยอดขายให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นด้วย
จัดว่าเป็นผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงที่มีแผนการตลาดแปลกใหม่อยู่เสมอ สำหรับวิลเลนดรอฟ ล่าสุดได้ผุดไอเดียจัดตั้งกองทุนธุรกิจขายตรง เพื่อมาโอบอุ้มนักธุรกิจในยามภาวะเศรษฐกิจไม่ดี อีกทั้งยังเป็นแผนช่วยปลุกยอดขายให้กับบริษัทเพิ่มขึ้นด้วย
ธนากร บุญวิจิตร ประธานกรรมการ บริษัท วิลเลนดรอฟ ผู้ดำเนินธุรกิจขายตรงวิลเลนดรอฟ เปิดเผยว่า แผนการตลาดในช่วงไตรมาส 2 บริษัทได้จัดตั้งกองทุนธุรกิจขายตรงขึ้นมาเมื่อเดือน เม.ย. เพื่อเร่งให้นักธุรกิจสร้างรายได้เพิ่มขึ้นและเกิดความกระตือรือร้นในการทำงาน หลังจากไตรมาสแรกที่ผ่านมารายได้ของบริษัทลดลง 3040% เพราะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ
สำหรับรูปแบบกองทุนวิลเลนดรอฟ เมื่อซื้อสินค้าครบ 200 บาท จะสมทบทุนให้ 2 บาทต่อ 1 รหัส แบ่งออกเป็น 2 กองทุน ได้แก่ กองทุนมอบรายได้ให้กับผู้นำ 25% ส่วนอีก 50% กรณีที่ผู้นำเกิดการเสียชีวิต ส่วนอีก 10% เป็นค่าการจัดการ และที่เหลือ 15% เป็นค่าอื่นๆ
“ในภาวะตลาดที่ไม่เอื้อต่อธุรกิจ ผมพยายามคิดโมเดลใหม่ๆ ตามสถานการณ์ตลาดเพื่อช่วยเหลือนักธุรกิจ กองทุนธุรกิจขายตรงอยู่ระหว่างการเริ่มต้น จึงยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจะสามารถกระตุ้นรายได้มากหรือน้อยแค่ไหน จากปัจจุบันเรามีสมาชิกในธุรกิจขายตรงร่วม 1 หมื่นรหัส” ธนากร กล่าว
นอกจากนี้ บริษัทหันมามุ่งขยายตลาดต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น เพราะเป็นตลาดที่ยังมียอดขายเติบโตดี สวนทางกับตลาดกรุงเทพฯ ที่มียอดขายลดลงอย่างเห็นได้ชัด จากการชุมนุมทางการเมืองรายได้ในส่วนนี้จึงหายไป โดยจะส่งทีมการตลาดออกไปช่วยเหลือนักธุรกิจต่างจังหวัด เริ่มต้นที่ในหัวเมืองหลัก อาทิ เชียงใหม่ อุดรธานี และขอนแก่น เป็นต้น
ธนากร กล่าวว่า การดำเนินธุรกิจขายตรงปีนี้ ต้องทำความเข้าใจตลาดและปรับแผนตลอดเวลา บริษัทเดินหน้าปรับโฉมศูนย์จัดจำหน่ายของนักธุรกิจให้มีความทันสมัยยิ่งขึ้น อีกทั้งวัตถุประสงค์ของการปรับครั้งนี้ เพราะต้องการสร้างศูนย์ให้เป็นหน้าร้านดึงดูดผู้บริโภคเข้ามาซื้อสินค้า เบื้องต้นจะปรับโฉมศูนย์ใหม่จำนวน 20 แห่ง อาทิ นครพนม และเชียงราย
ในส่วนตลาดอาเซียนถือว่าเป็นตลาดอนาคตสำหรับนักธุรกิจขายตรงไทยที่จะเข้าไปดำเนินธุรกิจ ขณะนี้เข้าไปเปิดตลาดขายตรงในประเทศลาวและอินโดนีเซีย เบื้องต้นได้เริ่มเข้าไปพัฒนาบุคลากร เนื่องจากประเทศเหล่านี้ยังขาดความรู้และความเข้าใจระบบขายตรง ส่วนกัมพูชาและเวียดนามเป็นลักษณะการเปิดช็อปก่อน
เป้าหมายวิลเลนดรอฟหวังจะแจ้งเกิดในธุรกิจขายตรง ด้วยการพยายามลดธุรกิจการรับจ้างผลิตลดลง พร้อมกับนำกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นมาโฟกัสธุรกิจขายตรง แม้ว่ารายได้สิ้นปีจะเหลือเพียง 5060 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมามีรายได้ 100 ล้านบาท แต่ก็ถือว่าเป็นย่างก้าวสำคัญที่จะเดินต่อไปในเส้นทางนี้







