posttoday
โรงเรียนอินเตอรืบูมแห่งจองพื้นที่รับเออีซี

โรงเรียนอินเตอรืบูมแห่งจองพื้นที่รับเออีซี

17 เมษายน 2557

“ต้องยอมรับว่า เวลานี้ตลาดโรงเรียนนานาชาติ (อินเตอร์) ในไทยเนื้อหอมมาก

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

“ต้องยอมรับว่า เวลานี้ตลาดโรงเรียนนานาชาติ (อินเตอร์) ในไทยเนื้อหอมมาก เพราะมีจำนวนผู้เล่นทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่ให้ความสนใจโดดลงมาร่วมวงมากมาย โดยต้องการเข้ามาจับจองพื้นที่ก่อนที่จะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2558 ที่การค้าและการลงทุนจะมีความเสรีมากขึ้น”

นี่เป็นความเห็นของ บัณฑิตย์ ศรีพุทธางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) ที่อธิบายเพิ่มว่า ในแต่ละปีจะมีผู้ประกอบการยื่นขอเปิดโรงเรียนนานาชาติแห่งใหม่ เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 35 แห่ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้จากตัวเลขช่วง 3 เดือนแรกปีนี้ (ม.ค.-มี.ค. 2557) ที่ยื่นขอเปิดโรงเรียนใหม่เข้ามาแล้วถึง 7 แห่ง โดยพร้อมที่จะเปิดการเรียนการสอนได้ภายในปีการศึกษา 2557 และคาดว่าจะมีการยื่นขอเปิดโรงเรียนนานาชาติเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ตลาดโรงเรียนนานาชาติเติบโต มาจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการก้าวสู่ความเป็นสากลที่ภาษามีความจำเป็นและเป็นเรื่องสำคัญ ทำให้ผู้ปกครองและนักเรียนสนใจเรียนในหลักสูตรนานาชาติมากขึ้น

ปัจจุบันโรงเรียนนานาชาติเริ่มขยายไปชานเมืองและปริมณฑล ตลอดจนจังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ที่มีชายแดนติดกับประเทศเพื่อนบ้าน ทั้งลาว พม่า เวียดนามและกัมพูชา ต่างจากเดิมที่นิยมไปเปิดกระจุกตัวอยู่แค่ในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งนอกจากจะแก้ปัญหาพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในอิ่มตัวแล้ว ยังเป็นก้าวแรกของผู้ประกอบการที่จะขยับขยายไปเปิดโรงเรียนในต่างประเทศ โดยเริ่มจากรองรับนักเรียนจากเพื่อนบ้านอาเซียนให้เข้ามาเรียนก่อน สอดคล้องกับเออีซีที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งยังตอบสนองนโยบายรัฐที่ต้องการให้ไทยเป็นศูนย์รวมของการศึกษาในอาเซียน

ขณะเดียวกัน การแข่งขันระหว่างโรงเรียนสูงขึ้นตามไปด้วย แม้แต่โรงเรียนไทยก็พัฒนาให้มีหลักสูตรภาคภาษาอังกฤษเพิ่มเข้ามาในโรงเรียนใหญ่ๆ เกือบทุกแห่ง และยังมีโรงเรียนสองภาษาที่ลงทะเบียนในระบบอีกนับร้อย ซึ่งในที่สุดก็จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กผู้เรียน

เจต ประภามนตรีพงศ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนในเครือประภามนตรี ซึ่งเป็นผู้บริหารโรงเรียนนานาชาติชั้นนำในย่าน จ.สมุทรปราการ กล่าวว่า กำลังจะเปิดโรงเรียนนานาชาติในเครือประภามนตรีแห่งที่ 4 ขึ้นมา โดยใช้หลักสูตรจากสิงคโปร์ ที่ใช้การสอน 3 ภาษา คือ อังกฤษ 60% จีน 30% และไทย 10% เด็กที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 (ป.6) จากโรงเรียนแห่งนี้สามารถสอบเข้าเรียนต่อในสิงคโปร์ได้ทันที โดยที่ไม่ต้องเรียนปรับพื้นฐานใหม่ เพราะใช้หลักสูตรเดียวกัน

เหตุผลที่เครือประภามนตรียังคงยึดหัวหาดพื้นที่ จ.สมุทรปราการ ทั้งๆ ที่มีโรงเรียนนานาชาติผุดขึ้นมากมาย เพราะมองว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ เนื่องจากการจะเรียนหลักสูตรนานาชาติให้สัมฤทธิผลจริง จำนวนผู้เรียนต่อห้องเรียนจะต้องไม่เกิน 30 คน ประกอบกับพื้นที่นี้มีโรงงานอุตสาหกรรมตั้งอยู่มากมาย บรรดาพ่อแม่ผู้ปกครองจึงต้องการส่งลูกหลานให้มาเรียนโรงเรียนนานาชาติที่มีคุณภาพ เพื่อจะได้มีพื้นฐานที่ดีในการเรียนและกลับมาช่วยต่อยอดกิจการที่บ้าน ที่สำคัญเด็กยังได้เรียนภาษาจีนเพิ่มเติม ซึ่งเป็นภาษาที่จำเป็นต้องใช้ในการติดต่อธุรกิจเป็นอันดับต้นๆ เช่นกัน

นอกจากนี้ ในพื้นที่ดังกล่าวยังมีนักลงทุนและพนักงานจากต่างประเทศที่เดินทางเข้ามาทำงานอยู่ภายในนิคมอุตสาหกรรมแถบนั้นจำนวนไม่น้อย และหลักสูตรสิงคโปร์ก็เป็นที่ยอมรับทั้งในระดับโลกและอาเซียน อีกทั้งค่าเรียนโรงเรียนอินเตอร์ในไทยก็ยังต่ำกว่าเพื่อนบ้านอย่างสิงคโปร์และมาเลเซียอยู่มาก รวมทั้งมีบรรยากาศและสภาพความเป็นอยู่ที่สะดวกสบาย จึงเชื่อว่าไทยจะสามารถเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การศึกษาในภูมิภาคอาเซียนได้ไม่ยาก

เครือประภามนตรีมีแผนที่จะออกไปลงทุนในประเทศเพื่อนบ้าน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาความเหมาะสม เบื้องต้นคาดว่าประเทศแรกที่ขยายเข้าไปน่าจะเป็นพม่า เนื่องจากมีพันธมิตรธุรกิจ คาดว่าภายในปี 2558 น่าจะเห็นความชัดเจนมากขึ้น

แม้การเป็นฮับด้านการศึกษาในภูมิภาคจะไม่ใช่เรื่องยาก แต่ไทยก็ยังมีปัญหาเรื่องการพัฒนาบุคลากรครูด้านภาษาที่ยังไม่พร้อม ทั้งในเรื่องคุณภาพและปริมาณ ซึ่งส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับภาคเอกชนที่จะต้องช่วยผลักดันด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท