
สร้างชีวิตให้สินค้า"มอนสเตอร์ แฟคทอรี"
การเจาะตลาดการขายของเล่นหรือตุ๊กตานั้น ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งโดยเฉพาะกับบริษัทเล็กๆ
โดย...ณัฏฐญา เมฆสมณะศักดิ์
การเจาะตลาดการขายของเล่นหรือตุ๊กตานั้น ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งโดยเฉพาะกับบริษัทเล็กๆ ที่จะต้องแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ที่มีทั้งเงินทุนปริมาณมหาศาล และครองส่วนแบ่งการตลาดมาเป็นเวลานาน
อย่างไรก็ตาม “ความสร้างสรรค์” กลับได้กลายเป็นอาวุธสำคัญที่ทำให้ “มอนสเตอร์ แฟคทอรี” บริษัทผลิตตุ๊กตาในโตรอนโตของแคนาดา สามารถหาที่ยืนของตลาดได้อย่างภาคภูมิ พร้อมๆ กับขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง
ทว่าเริ่มแรกนั้น บริษัทแห่งนี้เริ่มต้นขึ้นจากการเป็นโปรเจกต์งานศิลปะของเพื่อนซี้ 3 คน ได้แก่ อดัม ดันน์, รยา ทามาซัสคัส และ บลิส มาน โดยได้สร้างสรรค์ตุ๊กตาปีศาจออกมา 6 ตัว ซึ่งแต่ละตัวมีหน้าตาต่างกัน และมีลักษณะนิสัยเฉพาะของตนเอง โดยใช้ชื่อโปรเจกต์ว่า “ฮาร์ตเบรกเกอร์” และโปรเจกต์งานศิลปะดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม ต่อมาผลงานดังกล่าวจึงได้เปลี่ยนไปเป็นธุรกิจร่วมทุนในปี 2003 ภายใต้ชื่อ “มอนสเตอร์ แฟคทอรี”
แม้จะเริ่มต้นเป็นธุรกิจแล้ว บริษัทก็ยังยึดมั่นจุดขายเดิมของธุรกิจที่สร้างสรรค์ตุ๊กตาที่มีหน้าตาแตกต่างกัน มีชื่อเฉพาะของแต่ละตัว มีลักษณะนิสัยเฉพาะ และมีเรื่องราวเบื้องหลัง
มาน หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัท ระบุว่า ปรัชญาการออกแบบตุ๊กตาปีศาจ คือ การออกแบบที่ดีควบคู่ไปกับนิสัยของตุ๊กตาที่ดี โดยขั้นแรกจะออกแบบหน้าตาของตุ๊กตาก่อน หลังจากนั้นจะดูจากหน้าตาและสร้างลักษณะนิสัยที่คิดว่าเหมาะสมกับตุ๊กตาตัวนั้นๆ
สำหรับตุ๊กตาของมอนสเตอร์ แฟคทอรี นั้นจากที่เริ่มต้นมีเพียงแค่ 6 ตัว ทว่าจนถึงขณะนี้ ปี 2014 บริษัทกลับมีตุ๊กตามากกว่า 100 รูปแบบ ที่แน่นอนว่า แต่ละตัวนั้นมีลักษณะเฉพาะของตัวเอง ยกตัวอย่างเช่น คุณนายมอร์ลีย์ ที่เป็นตุ๊กตาสูงวัย ซึ่งมีความสุขอยู่กับการถักเสื้อกันหนาวให้กับลูกชาย หรืออย่าง เดฟ ปีศาจใบหน้าไร้อารมณ์ ที่จะสวมถุงเท้าตลอดเวลาและมีนิสัยค่อนข้างเครียด
นอกจากนี้แล้ว อีกหนึ่งก้าวที่สำคัญในการเป็นธุรกิจขนาดเล็กเช่นนี้ คือ บริษัทถูกจ้างจากชูปาชุป แบรนด์ลูกอมชื่อดังให้ออกแบบแมสคอตให้ โดยแมสคอตตัวดังกล่าวมีชื่อว่า “ชูปา ชัค” ซึ่งเป็นตุ๊กตาที่ดังไปในหลายประเทศในเอเชีย เช่น เกาหลีใต้ และฮ่องกง รวมไปถึงบางประเทศในยุโรปอีกด้วย และดังถึงขนาดที่ว่า ชัค มีบัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์เป็นของตนเองเลยทีเดียว
ทั้งนี้ แม้ว่า มาน จะยอมรับว่าในฐานะที่เป็นธุรกิจขนาดเล็ก อุปสรรคสำคัญก็คือ การทำให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก ผ่านการทุ่มเงินและงบประมาณเป็นจำนวนมาก แต่จากข้อด้อยดังกล่าวกลับได้กลายเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ทั้งผู้ก่อตั้งทั้ง 3 คน และพนักงานอีก 3 คน สร้างสรรค์สินค้าใหม่ๆ และเรื่องราวปีศาจที่น่าดึงดูดออกมา เพื่อให้ได้กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ
“เราออกแบบและผลิตของเล่น ทว่าสิ่งที่คนไม่รู้ก็คือ เราทุ่มเทเวลาจำนวนมากไปกับการสร้างสรรค์ตัวปีศาจแต่ละตัวอย่างมาก เราต้องเขียนเรื่องราวภูมิหลัง และสร้างเป็นโลกที่เราต้องการจะแบ่งปันกับแฟนๆ ขึ้นมา” มาน ซึ่งรับผิดชอบการขายและการตลาดของบริษัท กล่าว
จากการสร้างเรื่องราวของตัวปีศาจแต่ละตัวนั้น ทางบริษัทก็เริ่มใช้วิธีอื่นๆ ในการสร้างฐานแฟนๆ และลูกค้าให้มากขึ้นในอนาคต โดยผ่านสองช่องทาง ซึ่งช่องทางแรกเป็นเกมที่เล่นผ่านสมาร์ทโฟน ซึ่งเล่นได้ทั้งในระบบปฏิบัติการไอโอเอสและระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งจะเริ่มต้นให้บริการในเดือน ก.ย.นี้ ส่วนทางที่สอง คือ การผลิตรายการการ์ตูนแอนิเมชั่น ซึ่งจะออกอากาศในเร็วๆ นี้เช่นกัน
เห็นได้ชัดว่า หนึ่งในกลยุทธ์การสร้างธุรกิจของมอนสเตอร์ แฟคทอรี คือ การสร้างสินค้าให้ลูกค้ารู้สึกว่ามีความผูกพันหรือใกล้ชิดกับสินค้าให้มากที่สุด ทว่าสิ่งที่นับเป็นจุดแข็งที่แท้จริงของบริษัทและพนักงานก็คือ “ความคิดสร้างสรรค์” และ “ความตั้งใจพัฒนาสินค้าให้ดีขึ้น”







