
ผนึก 4 ภาคีแก้แรงงานเด็กสกัดข้ออ้างกีดกันการค้า
แม้ข้อตกลงภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะลดภาษีสินค้าหลายประเภทลงเหลือ 0% จน “ดูเหมือน” การค้าเสรีมากขึ้น
โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์
แม้ข้อตกลงภายใต้ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี จะลดภาษีสินค้าหลายประเภทลงเหลือ 0% จน “ดูเหมือน” การค้าเสรีมากขึ้น แต่ในความเป็นจริง ยังมีมาตรการกีดกันการค้าอีกหลายประเภท โดยพิจารณาดูจากมาตรฐานเรื่องต่างๆ ของแต่ละประเทศและอุตสาหกรรม เช่น การใช้แรงงานเด็ก
วิไลวรรณ โกยแก้วพริ้ง ผู้อำนวยการกลุ่มแรงงานหญิง เด็ก และเครือข่ายคุ้มครองแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดประเด็นว่า ปัญหาการใช้แรงงานเด็กหรือแรงงานบังคับ ถือเป็นปัญหาสำคัญที่กระทรวงแรงงานของสหรัฐจับตา และจัดทำเป็นบัญชีรายชื่อสินค้าที่มีการใช้แรงงานเด็กเผยแพร่ต่อสาธารณะ เพื่อให้ประเทศต่างๆ ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว และดำเนินการแก้ไข หากไม่มีการปรับปรุงก็อาจนำไปสู่การกีดกันการค้า
สำหรับไทย มีสินค้า 5 ประเภทที่สหรัฐระบุถึง ได้แก่ 1.ปลา เพราะผลิตจากแรงงานบังคับ 2.อ้อย และ 3.สื่อลามก ผลิตจากแรงงานเด็ก 4.กุ้ง และ 5.เสื้อผ้า ผลิตจากทั้งแรงงานเด็กและแรงงานบังคับ
น่าสังเกตว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่พบปัญหาและถูกกล่าวถึงมาตลอด คือ กลุ่มอุตสาหกรรมประมงและแปรรูปกุ้ง กฎหมายยังมีจุดอ่อน เพราะมีข้อยกเว้น และควบคุมอายุของเด็กที่ห้ามเข้าไปทำงานแค่อายุ 16 ปี ขณะนี้กระทรวงแรงงานกำลังอยู่ระหว่างร่างเพื่อควบคุมไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ขึ้นเรือได้ เพื่อแก้ปัญหาแง่สิทธิมนุษยชนที่ต่างชาติให้ความสำคัญ
“เราอยู่ในโลกไร้พรมแดน ทำดีไม่ดีต่างชาติรู้หมด และถ้าไม่ดีเขาก็จะกีดกันทางการค้า เวลาเขาจะมีมาตรการกีดกัน เขาไม่ได้ดูแค่ว่าบริษัทนั้นใช้แรงงานเด็กหรือไม่ แต่เขาดูทั้งซัพพลายเชน ดังนั้น ผู้ประกอบการรายใหญ่ก็ต้องลงไปดูซัพพลายเออร์ที่เป็นห่วงโซ่ของตัวเองด้วย ผู้ประกอบการคอยดูแลในรั้ว กรมและกระทรวงต่างๆ คอยดูนอกรั้ว การแก้ปัญหาแรงงานเด็กก็จะง่ายขึ้น”
กระทรวงต้องการให้เกิดการบูรณาการ มีพันธมิตรในการแก้ปัญหาแรงงานเด็กและแรงงานเด็กต่างชาติ แบ่ง 4 ภาคีมาร่วมกัน ประกอบด้วย ภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรระหว่างประเทศต่างๆ เช่น องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) การแก้ปัญหาก็จะลุล่วงไปได้
สุวรีย์ ใจหาญ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและแก้ไขปัญหาการค้าหญิงและเด็ก กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ บอกว่า เด็กที่เข้าสู่การใช้แรงงานมาจาก 3 กลุ่มสาเหตุหลัก 1.ครอบครัวยากจน มาจากการประกอบอาชีพด้านการเกษตร 2.แรงงานต่างชาติที่ย้ายถิ่นเข้ามาในไทย ส่วนใหญ่ติดตามพ่อแม่เข้ามาหางานทำ 3.เหยื่อบริสุทธิ์ คือ กลุ่มที่มีกระบวนการนายหน้าพามา ซึ่งพบ 719 กรณี รวมถึงกรณีค้ามนุษย์ด้วย
ด้าน ธีร์ ภวังคนันท์ หัวหน้าศูนย์เฉพาะกิจคุ้มครองและช่วยเหลือเด็กนักเรียน สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) บอกว่า ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับแรงงานเด็กและแรงงานเด็กต่างชาติ เช่น สำนักงานการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (กศน.) สพฐ.ตลอดจนโรงเรียนต่างๆ ในแต่ละพื้นที่ที่มีแรงงานข้ามชาติอาศัยอยู่จำนวนมาก
“ข้อมูลที่เราพบตอนนี้ เฉพาะกลุ่มเด็กที่ไม่มีสัญชาติ ไม่มีเลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก หรือเด็กตัวจี ก็มีอยู่กว่า 6.5 หมื่นคนแล้ว ส่วนใหญ่อยู่ตามจังหวัดชายแดน จ.ตาก มีมากที่สุดถึงกว่า 7,000 คน”
ในทางปฏิบัติ การดูแลเด็กต่างชาติให้ได้เรียนหนังสือนั้น ประสบปัญหาหลายส่วน เช่น ผู้ปกครองของเด็กไทยไม่ต้องการให้เรียนร่วมกัน เด็กต่างชาติไม่เข้าใจภาษาไทย บางคนคิดว่าโอนหน่วยกิตเมื่อกลับประเทศตัวเองไม่ได้ ก็ไม่อยากเรียน หันไปใช้แรงงานหาเงินแทน ทางศูนย์จะนำปัญหาเหล่านี้ไปคุยกับหน่วยงานอื่นเพื่อหาแรงจูงใจให้เด็ก และแก้ปัญหาต่างๆ ต่อไป
ทั้งนี้ การศึกษาคือเครื่องมือสร้างสมานฉันท์ในอาเซียน โดยเฉพาะยุคที่จะรวมกันเป็นประชาคม การศึกษาต้องเข้าไปช่วยสร้างทักษะชีวิตให้แก่เด็กจากประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้เด็กไทยและผู้ปกครองเข้าใจเพื่อนบ้านอาเซียนได้อย่างครบถ้วน เมื่อสังคมต่างเข้าใจซึ่งกันและกัน ก็จะลดการเอารัดเอาเปรียบแรงงาน
“ขณะเดียวกัน การศึกษาก็ช่วยเตรียมเด็กไทยเข้าสู่เออีซี เด็กสนใจเรียนภาษาเพื่อนบ้านมากขึ้น ต่อไปหน่วยงานต่างๆ เองก็จะมีบุคลากรทำงานดูแลเรื่องเด็กเพื่อนบ้านมากขึ้นด้วย ท้ายที่สุดเราก็จะสามารถเชื่อมโยงแต่ละชาติเข้าหากันได้”







