
โครงสร้างน้ำตาล
การเสนอให้ลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศเป็นประเด็นใหญ่ที่ภาคเอกชน คือ โรงงานน้ำตาลทราย พยายามผลักดันให้ภาครัฐดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
การเสนอให้ลอยตัวราคาน้ำตาลในประเทศเป็นประเด็นใหญ่ที่ภาคเอกชน คือ โรงงานน้ำตาลทราย พยายามผลักดันให้ภาครัฐดำเนินการในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา
เพราะการควบคุมราคาขายปลีกน้ำตาลทรายในประเทศให้ต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้าน 8-23 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้เมื่อมีการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการค้าระหว่างประเทศสมาชิกคล่องตัวขึ้นจะสร้างปัญหาการลักลอบผ่องถ่ายน้ำตาลโควตา ก ที่กันไว้ขายในประเทศ ไปขายในประเทศเพื่อนบ้านผ่านแนวชายแดน จนเกิดปัญหาน้ำตาลในประเทศไม่เพียงพอต่อการบริโภค
ทั้งนี้ อ้อยและน้ำตาลถือเป็นสินค้าการเมืองที่สำคัญตัวหนึ่ง เพราะหากราคาอ้อยตกต่ำก็จะส่งผลกระทบต่อชาวไร่อ้อย ซึ่งเป็นฐานเสียงของพรรคการเมือง อุตสาหกรรมอ้อยจึงได้รับการปกป้องจากนโยบายรัฐบาลภายใต้ระบบแบ่งปันผลประโยชน์ 70:30 ผ่านการใช้กลไกกองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย
โดยเฉพาะในยามที่ราคาอ้อยและน้ำตาลทรายในตลาดโลกตกต่ำก็จะนำเงินจากกองทุนอ้อยฯ ไปอุดหนุนราคา ทำให้บางช่วงเวลากองทุนฯ ต้องแบกรับภาระหนี้สินเกินกว่า 2 หมื่นล้านบาท กระทั่งในปี 2551 รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช ตัดสินใจปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทรายในประเทศ 5 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินของกองทุนอ้อยฯ
ในขณะที่การปรับเพิ่มราคาน้ำตาลทรายครั้งนั้น ส่งผลกระทบต่อ ผู้บริโภคน้ำตาลในประเทศและส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มขึ้นตามมา เพราะน้ำตาลถือเป็นวัตถุดิบหลักในอุตสาหกรรมอาหารหลายประเภท
อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาผลจากการลอยตัวราคาน้ำตาลทราย พบว่าอาจสร้างปัญหาในภายหลังได้ เพราะอย่าลืมว่าราคาอ้อยและน้ำตาลทรายมีวัฏจักรทั้งขาขึ้นและขาลง เช่น ในช่วงปี 2490-2495 ปี 2508 ช่วงปี 2520-2521 ช่วงปี 2525-2530 และล่าสุดหลังวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 เกิดสถานการณ์ผลผลิตล้นตลาด ราคาน้ำตาลตลาดตกต่ำลงหนัก ผลที่ตามมาคือ โรงงานน้ำตาลทยอยปิดตัวลงอย่างมากเพราะขาดสภาพคล่อง ส่วนผู้ปลูกอ้อยขาดทุนจนต้องเลิกปลูกอ้อย
การปรับปรุง พ.ร.บ.อ้อยและน้ำตาลทราย พ.ศ. 2527 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม เพื่อนำไปสู่ลอยตัวราคาน้ำตาลทราย จึงเป็นอีกโจทย์สำคัญที่รอให้รัฐบาลใหม่ตัดสินใจ







