
ขอสักทีเถอะ
ช่วงนี้ได้ยินข่าวมาอยู่บ่อยๆ สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะรถโดยสารของภาคเอกชนและภาครัฐที่ให้บริการรับส่งผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งในช่วงเทศกาลจะมีประชาชนใช้บริการหนาแน่นเป็นพิเศษ
ช่วงนี้ได้ยินข่าวมาอยู่บ่อยๆ สำหรับอุบัติเหตุบนท้องถนนที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะรถโดยสารของภาคเอกชนและภาครัฐที่ให้บริการรับส่งผู้ที่เดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเดินทางไปท่องเที่ยวต่างจังหวัด ซึ่งในช่วงเทศกาลจะมีประชาชนใช้บริการหนาแน่นเป็นพิเศษ
แน่นอนว่า ข่าวที่เห็นและปริมาณความสูญเสียจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นก็จะเยอะเป็นพิเศษเช่นกันด้วยปริมาณการใช้บริการ ...แต่ว่าก็ว่าเถอะ เราจะได้ยินข่าวนี้ก็ต่อเมื่ออุบัติเหตุเกิดขึ้นแล้ว ซึ่งการที่เราได้ยินบ่อยๆ ก็เพราะว่าอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อยไง!?!
สิ่งที่ตามมาเราก็จะได้ยินผู้เกี่ยวข้องออกมาบอกว่า จะต้องอย่างนี้ จะต้องอย่างนั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีที่ออกมาบอกว่า “จะ” ต้องอย่างไรแต่พอสุดท้ายแล้วผ่านไปไม่นานเรื่องก็เงียบหายไป ความเข้มข้นในการกวดขันก็ลดลง แล้วก็กลับมาเหมือนเดิม
สาเหตุส่วนหนึ่งของอุบัติเหตุ คือ ขนาดความสูงของตัวรถโดยสาร หรือรถบัส รถทัวร์ แบบ 2 ชั้น ไม่สัมพันธ์กันหรือบางคันก็เกินกำหนดความสูงที่กำหนดให้อยู่ที่ 4.3 ม. และความกว้างของฐานล้ออยู่ที่ 2.55 ม. อีกทั้งจะต้องผ่านเกณฑ์วัดค่าการทรงตัวตามมาตรฐาน
ซึ่งในต่างประเทศรถบัส รถทัวร์ แบบ 2 ชั้น เหล่านี้จะถูกใช้กับการเดินทางระยะสั้นเท่านั้น แต่ของบ้านเราเมืองเราวิ่งกันฮึ่มๆ ข้ามจังหวัดและเดินทางไกล บางเส้นทางก็เป็นเส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาลงเขา บ้างก็เป็นทางแคบลาดชัน จึงเกิดปัญหาเรื่องแรงเหวี่ยงขณะเข้าโค้ง ทำให้เราเห็นข่าวรถบัสรถทัวร์หลุดโค้งตกเหวบ้าง เบรกแตกพุ่งชนเขากันอยู่บ่อยๆ
นั่นจึงน่าตั้งคำถามว่า เกิดอะไรขึ้นในการกำหนดมาตรฐานหรือข้อบังคับของประเทศเรา ในการคำนวณค่ามาตรฐานความปลอดภัยให้เหมาะสมกับเส้นทางสภาพท้องถนน
ยิ่งเกิดเหตุการณ์ซ้ำๆ บ่อยๆ ที่ไม่ใช่เป็นครั้งแรก จึงน่าจะต้องทบทวนหรือกำหนดข้อบังคับให้เข้มงวดมากยิ่งขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั่งการตรวจรับมาตรฐานการประกอบรถประเภทนี้ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็น กรมการขนส่งทางบก กระทรวงคมนาคม ที่เกี่ยวเนื่องในการเสียภาษีต่อทะเบียนตรวจสภาพ หรือจะเป็นสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กระทรวงอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องทั้งในแง่การตรวจสภาพทั้งรถที่ใช้ระบบก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง หรือการดัดแปลงสภาพรถยนต์ อะไรต่างๆ เหล่านี้ตามหน้าที่รับผิดชอบ
เพราะไม่ว่าจะช่วงเทศกาลหรือไม่ก็คงไม่มีใครอยากเห็นความสูญเสีย... เอาแบบนี้ดีไหม เพิ่มให้มีการรณรงค์ “ขนส่งผู้โดยสารปลอดภัยทุกวัน” ไปพร้อมๆ กับ “ช่วงเทศกาล 7 วันอันตราย” ซึ่งเป็นเรื่องของอุบัติเหตุเหมือนๆ กันจะดีไหม?







