
"คาร์แลค" รับมือคาร์แคร์แข่งดุลูกค้าแห่ล้างรถหลังสงกรานต์
หลังผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด คือ ธุรกิจคาร์แคร์
โดย...ภัทร์ สุริยะโชติ
หลังผ่านพ้นเทศกาลสงกรานต์ ธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์มากที่สุด คือ ธุรกิจคาร์แคร์ เนื่องจากบรรดาเจ้าของรถต่างพากันนำรถยนต์คู่ใจของตนเองเข้ารับบริการอัดฉีดเป็นจำนวนมาก เพื่อทำความสะอาด ชำระล้างคราบแป้งที่หลงเหลือจากการสาดน้ำอย่างสนุกสนานในช่วงเทศกาลที่ผ่านมา โดยพบว่าช่วงดังกล่าวสามารถทำรายได้มากกว่าช่วงปกติถึง 3040% เลยทีเดียว
ศิริจิตต์ กาญจนบัตร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท คาร์แลค (ไทยเยอรมัน) ผู้จำหน่ายอุปกรณ์และ เครื่องใช้สำหรับทำความสะอาดรถยนต์แบรนด์ คาร์แลค 68 และผู้ประกอบการศูนย์คาร์แคร์ครบวงจร โมลีแคร์ กล่าวว่า ช่วงสิ้นสุดเทศกาลสงกรานต์ของทุกๆ ปี ถือเป็นช่วงพีกของตลาดคาร์แคร์ เนื่องจากจำนวนลูกค้า ที่นำรถมาใช้บริการจะเพิ่มขึ้น 30% โดยปกติศูนย์ คาร์แคร์ของบริษัทจะมียอดผู้ใช้บริการ เดือนละ 700-1,000 คัน ซึ่งลูกค้าจะมาใช้บริการล้างรถ ดูดฝุ่นเบาะพรมเป็นหลัก แต่สำหรับรถของลูกค้า ที่โดนแป้งดินสอพองจะมาใช้บริการเคลือบสีเป็น ส่วนใหญ่ เพราะการเคลือบเงาจะช่วยปกป้องสีรถจากการถูกกัดของแป้งได้
สำหรับในปีนี้บริษัทได้เตรียมแผนรับมือหลังเทศกาลสงกรานต์ ด้วยการเตรียมความพร้อมทางด้านอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ และเพิ่มพนักงานล้างรถขึ้นอีกหลายค ทั้งแบบฟูลไทม์และพาร์ตไทม์ เพื่อให้ทันกับความต้องการของลูกค้า สำหรับสาขาในห้างสรรพสินค้าซึ่งจะมีจำนวนผู้ใช้บริการมากกว่าสาขาปกติ จำเป็นต้องใช้พนักงานมากถึง 15-20 คน จากปกติที่มีพนักงานในแต่ละสาขาที่ 8-10 คน
พร้อมกันนี้ บริษัทยังมีการจัดแคมเปญพิเศษรับเทศกาลโดยเฉพาะ ซึ่งทุกสาขาจะมีการจัดโปรโมชั่นล้างรถที่ราคาคันละ 150 บาทขึ้นไป รับสิทธิลดราคาโปรแกรมที่ 2 อย่างเช่น เคลือบสีถึง 50% โปรแกรมซักเบาะ 15% และโปรแกรมเคลือบแก้ว 15% โดยช่วงเวลาดังกล่าวจะทำให้ยอดการใช้บริการโดยรวมของบริษัทในเดือน เม.ย. มีจำนวน 800-1,200 คัน
สำหรับศูนย์บริการคาร์แคร์ โมลีแคร์ ปัจจุบันมีศูนย์บริการแล้ว 54 สาขาทั่วประเทศ แบ่งเป็นสาขาในกรุงเทพฯ 30 สาขา และในต่างจังหวัดอีกกว่า 10 สาขา โดยในปีนี้มีแผนขยาย ศูนย์บริการ 10 สาขาตามบริเวณ หัวเมืองใหญ่ ด้วยเงินลงทุนประมาณ 1.82 ล้านบาทต่อสาขา ล่าสุดบริษัทเพิ่งเปิดสาขาใน จ.ชัยนาท ไปเมื่อช่วงต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา และขณะนี้อยู่ระหว่างก่อสร้างที่สาขาศรีราชา จ.ชลบุรี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 เดือน
นอกจากนี้ บริษัทเตรียมเปิดศูนย์บริการคาร์แคร์ โมลีแคร์ เอกซ์ตรีม ที่สาขาบางนา และ จ.ภูเก็ต ซึ่งเป็นศูนย์บริการคาร์แคร์พรีเมียมเพื่อเจาะตลาดระดับบนโดยเฉพาะ เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อเป็นจำนวนมาก ซึ่งจากแผนการดำเนินงานดังกล่าวทำให้บริษัท ตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้ที่ประมาณ 650 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างน้อย 20% จากปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าวได้อย่างแน่นอน เนื่องจากบริษัทมีประสบการณ์ในธุรกิจคาร์แคร์มาแล้วกว่า 30 ปี ขณะที่อัตราการให้บริการก็อยู่ในราคาที่เหมาะสม 150 บาทขึ้นไป จึงเป็นสิ่งที่ทำให้บริษัทอยู่ได้ท่ามกลางการแข่งขันที่สูงทั้งจาก ผู้ประกอบการรายใหญ่และรายย่อยทั่วไป โดยมูลค่าตลาดรวมของศูนย์บริการคาร์แคร์ อยู่ที่ 900 ล้านบาท
ช่วงหลังเทศกาลสงกรานต์จึงถือว่าเป็นช่วงกอบโกย รายได้ของผู้ประกอบการคาร์แคร์ทั่วไป ซึ่งผู้ประกอบการคาร์แคร์ต่างต้องวางกลยุทธ์การทำตลาดให้เป็นอย่างดีก่อนที่จะเข้าสู่ในช่วงโลว์ซีซั่น อย่างในช่วงฤดูฝนที่ผู้คนหลีกเลี่ยงที่จะนำรถออกมาล้างทำความสะอาด จนทำให้ผู้ประกอบการหลายรายที่ไม่ แข็งแรงพอต้องปิดตัวไป







