posttoday
ทีวีดิจิทัล 1 ปีรู้รุ่ง/ร่วงทฤษฏีชี้คนจำที่ชอบได้ 6 ช่อง

ทีวีดิจิทัล 1 ปีรู้รุ่ง/ร่วงทฤษฏีชี้คนจำที่ชอบได้ 6 ช่อง

16 เมษายน 2557

หลังจากเริ่มเห็นหน้าตาของผู้เล่นและเนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มทยอยออกมาเปิดตัวและทดลองออกอากาศผ่านโครงข่ายต่างๆ ส่งผลให้เริ่มมีการคาดการณ์ว่า ภายใน 35 ปีนับจากนี้จะเริ่มเห็นผู้เล่นหายไปจากตลาด และท้ายที่สุดก็จะเหลือผู้เล่นที่อยู่ได้เพียง 56 รายเท่านั้น จาก 17 บริษัท 24 ช่องทีวีธุรกิจ

หลังจากเริ่มเห็นหน้าตาของผู้เล่นและเนื้อหาหรือคอนเทนต์ต่างๆ ที่บรรดาผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเริ่มทยอยออกมาเปิดตัวและทดลองออกอากาศผ่านโครงข่ายต่างๆ ส่งผลให้เริ่มมีการคาดการณ์ว่า ภายใน 35 ปีนับจากนี้จะเริ่มเห็นผู้เล่นหายไปจากตลาด และท้ายที่สุดก็จะเหลือผู้เล่นที่อยู่ได้เพียง 56 รายเท่านั้น จาก 17 บริษัท 24 ช่องทีวีธุรกิจ

การคาดการณ์ดังกล่าวเกิดจากการนำทฤษฎีการจดจำของผู้บริโภคที่มีต่อการจดจำช่องที่ชื่นชอบได้เพียง 6 ช่องเท่านั้น จากเหตุปัจจัยดังกล่าว จึงเริ่มมีการคาดการณ์สถานการณ์ดังกล่าวออกมา เพราะที่ผ่านมาฟรีทีวี 6 ช่อง มีผู้ชมให้ความสนใจชมรายการต่างๆ เพียง 2 ช่องเท่านั้น

แต่จากการที่ขณะนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในด้านของคอนเทนต์ โดยเฉพาะช่องน้องใหม่ที่ไม่เคยมีทั้งช่องในฟรีทีวีและช่องในทีวีดาวเทียม ผู้เล่นกลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มที่เหนื่อยกว่ากลุ่มที่เคยมีช่องทีวีอยู่แล้ว จากปัจจัยดังกล่าวทำให้เริ่มมีการร่นเวลา ผู้ที่จะอยู่หรือจะไปเร็วขึ้นจาก 35 ปี เป็นภายในสิ้นปีนี้

ชลากรณ์ ปัญญาโฉม ผู้ช่วยประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานธุรกิจโทรทัศน์ 2 และโครงการพิเศษ บริษัท เวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ ผู้บริหารช่อง Workpoint TV เปิดเผยว่า จากค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต้องจ่ายปีละหลักหลาย 100 ล้านบาท หากภายในสิ้นปีนี้ไม่สามารถสร้างแบรนด์ของช่องให้เป็นที่รู้จักได้คงต้องทำงานนักมากขึ้นเพื่อให้ไปต่อได้ เพราะในแต่ละเดือนผู้ประกอบการต้องเสียค่าใช้จ่ายทั้งค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล ค่าใช้บริการโครงข่าย และค่าคอนเทนต์

ค่าคอนเทนต์ที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลเสียในแต่ละเดือน หากเป็นช่องความคมชัดสูง (HD) จะมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ประมาณ 400 ล้านบาท ช่องความคมชัดมาตรฐาน (SD) 230 ล้านบาท ช่องข่าวและสาระ 160 ล้านบาท และช่องเด็ก 100 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายดังกล่าวไม่นับรวมค่าคอนเทนต์ที่ผู้ประกอบการต้องลงทุนแต่ละเดือน ซึ่งแต่ละรายจะมีค่าใช้จ่ายแตกต่างกันไป

จากภาระที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลแต่ละช่องต้องเผชิญดังกล่าว ตอนนี้มีหลายรายน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะรายใหม่และผู้ประกอบการที่มีช่องทีวีดิจิทัลมากกว่า 1 ช่อง เพราะบางรายยังไม่มีความพร้อมในด้านของคอนเทนต์รายการ ขณะที่ผู้บริโภคเองก็ยังไม่มีความรู้ความเข้าใจเรื่องทีวีดิจิทัล

ดังนั้น ผู้ประกอบการควรออกมาประชาสัมพันธ์พร้อมกันว่า ทีวีดิจิทัลคืออะไร และรับชมผ่านช่องทางใดได้บ้าง รวมไปถึงประชาสัมพันธ์ช่องรายการของตัวเองว่ามีอะไร ซึ่งภาพรวมตอนนี้ยังต่างคนต่างทำ จึงทำให้การรับรู้ช้ากว่าที่น่าจะเป็น

สุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส กล่าวว่า หลังจากช่องธุรกิจ 24 ช่อง เริ่มออกอากาศถือเป็นวันเริ่มต้นของการทำสงครามแย่งสายตา เนื่องจากผู้บริโภคจะมีทางเลือกในการรับชมรายการต่างๆ มากขึ้น ซึ่งช่วงเวลานั้นผู้บริโภคจะเป็นผู้กำหนดทิศทางทั้งหมดภายใต้การตัดสินใจด้วยรีโมตคอนโทรล

จากการศึกษาพฤติกรรมการรับชมรายการโทรทัศน์ของผู้บริโภคทั่วโลก ตามทฤษฎีผู้บริโภคจะจดจำช่องรายการที่ตัวเองชอบได้ไม่เกิน 6 ช่อง ดังนั้น จำนวนช่องธุรกิจทีวีดิจิทัลของไทยที่มีมากถึง 24 ช่อง น่าจะเหลือช่องที่ผู้บริโภคนิยมรับชมเพียง 6 ช่องเท่านั้น ซึ่งจากทฤษฎีดังกล่าว จึงเป็นโจทย์ที่ผู้ชนะการประมูลทีวีดิจิทัลช่องธุรกิจจะต้องนำมาขบคิด และหาวิธีดึงสายตาผู้บริโภคให้มารับชมช่องรายการของตัวเองว่าทำอย่างไรจะอยู่ในใจของผู้บริโภค

ทฤษฎีดังกล่าวถือว่าสอดคล้องกับฟรีทีวีในประเทศไทย ซึ่งแม้ว่าจะมีแค่ 6 ช่อง แต่ช่องที่ผู้บริโภคส่วนใหญ่ให้ความสนใจยังคงมีแค่ 2 ช่อง ส่งผลให้เม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ไหลเข้าสู่ 2 ช่องดังกล่าวเท่านั้น เพราะการที่เจ้าของสินค้าจะซื้อโฆษณาแต่ละชิ้นยังคงใช้วิธีการวัดเรตติ้งการรับชม

เขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท บางกอกมีเดีย แอนด์บรอดคาสติ้ง ชี้แจงว่า หลังจากเริ่มออกอากาศทีวีดิจิทัลเชื่อว่าการแข่งขันในทีวีดิจิทัลจะรุนแรง เนื่องจากมีผู้เล่นมากถึง 24 ช่อง สูงกว่าฟรีทีวีในปัจจุบันที่มีเพียง 6 ช่อง ซึ่งการแข่งขันที่รุนแรงดังกล่าว ทำให้คาดว่าใน 5 ปีจากนี้จะเหลือผู้เล่นทีวีดิจิทัลเพียง 57 ช่องเท่านั้นที่อยู่ได้

ทั้งนี้ ช่องที่ไม่น่าจะได้รับความสนใจน่าจะเป็นช่องข่าวและรายการเด็ก เพราะพฤติกรรมคนไทยยังนิยมชมวาไรตี้ ซึ่งจากจำนวนช่องฟรีที่วีที่เพิ่มมากขึ้นถือเป็นโอกาสของผู้ผลิตรายการขนาดกลางและขนาดเล็กที่จะเข้าสู่วงการโทรทัศน์เพิ่มขึ้นอีกไม่ต่ำกว่า 20 – 30% จากปัจจัยดังกล่าวน่าจะส่งผลให้ตลาดรวมของธุรกิจวิทยุโทรทัศน์มีมูลค่าระดับ 1 แสนล้านบาทในอนาคตอันใกล้นี้

วิทวัส ชัยปาณี นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่จะไปต่อได้หรือไม่ คาด 3 เดือนหลังออกอากาศเป็นทางการน่าจะวัดผลได้ เพราะถ้าเปิดตัวมาได้รับความนิยมก็จะทำให้ผู้ชมติดแบรนด์และติดตามชมรายการต่อไป แต่หากช่องไหนไม่ได้รับความนิยมผู้ชมก็จะเปลี่ยนและไม่กลับมาชมช่องดังกล่าวอีก หากไม่สามารถปรับคอนเทนต์ที่ตรงความต้องการผู้ชมได้

ไม่ว่าใครจะอยู่หรือใครจะไป สิ่งที่ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลและเอเยนซีโฆษณามีความกังวลในขณะนี้คือ ผู้บริโภคยังไม่รู้ว่าทีวีดิจิทัลคืออะไร และทีวีดิจิตอลมีข้อดีกว่าทีวีทั่วไปอย่างไร ดังนั้นสิ่งที่สำนักงานกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ และผู้ประกอบการทีวีดิจิตอลทุกช่องควรร่วมมือกัน คือ การร่วมกันประชาสัมพันธ์ข้อดีของทีวีดิจิตอล และ วิธีการรับชม ซึ่งปัจจุบันผู้บริโภคยังสับสน การเรียงเลขช่องที่หาช่องต้องการดูไม่เจอ ทั้งหมดนี้จึงเป็นหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ ที่สำคัญผู้ประกอบการคงต้องดิ้นทุ่มงบและนำคอนเทนต์ที่โดนใจมาแจ้งเกิดช่องให้ได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท