
ธปท.จับตาเอสเอ็มอี
รับหนี้เสียเริ่มขยับแต่ไม่สะเทือนแบงก์แนะ‘บสย.’ช่วยยกเว้นค่าค้ำประกัน
รับหนี้เสียเริ่มขยับแต่ไม่สะเทือนแบงก์แนะ‘บสย.’ช่วยยกเว้นค่าค้ำประกัน
ธปท. ไม่หวั่นเอสเอ็มอีก่อหนี้เสียสะเทือนแบงก์ เหตุวงหนี้แต่ละรายน้อย แนะคลังให้ บสย.เว้นค่าค้ำประกัน
นางสาลินี วังตาล ผู้ช่วยผู้ว่าการสายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวยอมรับว่า ขณะนี้ระดับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีปรับเพิ่มขึ้นบ้าง แต่เนื่องจากวงเงินสินเชื่อแต่ละรายไม่สูงมาก เฉลี่ยรายละประมาณ 5 แสนบาท ถึงประมาณ 13 ล้านบาท ทำให้ยอดเอ็นพีแอลมีปริมาณไม่มาก และไม่น่าห่วงว่าจะกระทบฐานะของธนาคารพาณิชย์ เพราะปัจจุบันฐานะของธนาคารแข็งแกร่งมาก มีการกันสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญไว้สูงมากถึง 168.3% ของยอดสินเชื่อ สูงกว่าเงินสำรองตามเกณฑ์ปกติ
“เท่าที่ดูเอสเอ็มอีที่เป็นเอ็นพีแอลมีไม่มาก แต่จำนวนรายที่ใช้สินเชื่อมากแม้จะไม่น่าห่วงในแง่จะกระทบฐานะแบงก์ แต่ก็ต้องติดตามใกล้ชิดต่อไป” นางสาลินี กล่าว
ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวว่า สำหรับกรณีที่กระทรวงการคลังจะขอความร่วมมือกับ ธปท. เพื่อขอให้ธนาคารพาณิชย์ช่วยดูแลลูกค้าโดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอี รวมถึงปล่อยกู้เพิ่มหากเอสเอ็มอีเกิดปัญหาขาดสภาพคล่อง เพื่อเป็นการช่วยผู้ประกอบการในภาวะเศรษฐกิจชะลอนั้น เท่าที่ติดตามดูธนาคารพาณิชย์มีการดูแลช่วยเหลือลูกค้าเดิมดีอยู่แล้ว ไม่ว่าการผ่อนปรนการชำระหนี้ การยืดระยะเวลาชำระหนี้ ดังนั้นคงไม่จำเป็นต้องออกมาตรการพิเศษมาช่วยเพิ่มเติม เนื่องจากกลไกปกติก็ยังดำเนินการได้
สำหรับกรณีที่ลูกค้าประสบปัญหาขาดสภาพคล่องและต้องการจะกู้ใหม่เพิ่มนั้น ธปท.มองว่าปัญหาคงไม่ได้อยู่ที่ความต้องการเงินทุน (Founding Need) แต่อยู่ที่ความเสี่ยงด้านสินเชื่อ (Credit Risk) ซึ่งกลไกที่จะช่วยได้ คือ การให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) มาค้ำประกันสินเชื่อให้ แต่ บสย.ก็คิดค่าธรรมเนียมการค้ำประกันในอัตราที่ค่อนข้างสูง คือ 1.75% ของวงเงินสินเชื่อ ขณะที่ช่วงเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2551-2552 บสย.เคยไม่คิดค่าธรรมเนียมนี้มาแล้ว
“ฉะนั้น ถ้ากระทรวงการคลังคิดว่าช่วงนี้เหตุการณ์เศรษฐกิจไม่ปกติ ควรช่วยผู้ประกอบการ ควรช่วยผู้กู้รายย่อย กระทรวงการคลังก็ควรให้ทาง บสย.พิจารณายกเลิกค่าธรรมเนียมการค้ำประกันสินเชื่อ ซึ่งเข้าใจว่าเรื่องนี้ บสย.กำลังพิจารณาอยู่ ถ้า บสย.ดำเนินการได้ ประกอบกับสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เองก็พยายามช่วยดูแลเอสเอ็มอีอยู่ ธปท.ก็ไม่จำเป็นต้องออกกลไกพิเศษหรือมาตรการพิเศษมาช่วยอีก” นางสาลินี กล่าว
ทั้งนี้ ยอดการให้สินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ ณ สิ้นไตรมาส 4 ปี2556 ขยายตัวได้ 11% ชะลอลงจากระยะเดียวกันปีก่อนที่ขยายตัว 13.7% ในจำนวนนี้แบ่งเป็นสินเชื่อเอสเอ็มอีขยายตัว 14.9% เพิ่มขึ้นจากระยะเดียวกันปีก่อนที่ขยายตัว 14.1% ส่วนคุณภาพสินเชื่อ หรือเอ็นพีแอลรวมมีสัดส่วนอยู่ที่ 2.2% ของสินเชื่อรวม ชะลอลงเล็กน้อยจากระยะเดียวกันปีก่อนที่มีสัดส่วน 2.3%







