posttoday
"หนี้เสีย-หนี้ครัวเรือนพุ่ง"ฉุดเศรษฐกิจฟื้นช้า

"หนี้เสีย-หนี้ครัวเรือนพุ่ง"ฉุดเศรษฐกิจฟื้นช้า

16 เมษายน 2557

ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้แม้จะยังพอขยายตัวได้ แต่มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง

โดย...พรสวรรค์ นันทะ

ภาวะเศรษฐกิจขณะนี้แม้จะยังพอขยายตัวได้ แต่มีแนวโน้มชะลอลงต่อเนื่อง จนหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญหลายแห่งคาดการณ์อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ปีนี้ลดลงถ้วนหน้า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) คาดปีนี้โต 2.7% ต่อปี แต่มีความเสี่ยงที่จะโตต่ำกว่าคาดได้อีก จากเดิมคาดไว้ที่ 3% สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) คาดปีนี้โต 2.6% จากเดิมคาด 4% ขณะที่ธนาคารโลกคาดโต 3% จากเดิม 4%

สาเหตุสำคัญที่ทุกแห่งตัดสินใจหั่นจีดีพีลงพร้อมเพรียงกัน คือ กังวลต่อความไม่ชัดเจนทางการเมือง ซึ่งขณะนี้บรรยากาศการชุมนุมทางการเมืองที่ยืดเยื้อ เริ่มส่งผลกระทบต่อปริมาณการใช้จ่ายของประชาชนและการลงทุนของภาคธุรกิจมากขึ้น ยิ่งเศรษฐกิจชะลอมากเท่าไรประชาชนผู้บริโภคยิ่งบริโภคน้อยลง เพราะไม่มั่นใจต่อรายได้ในอนาคต ขณะที่ภาคการผลิตและธุรกิจเมื่อขายของได้น้อยลงก็ต้องลดการผลิตหรือลดการสต๊อกสินค้า รวมถึงอาจจะลดคนงานหรือไม่จ้างแรงงานเพิ่มก็เป็นได้

สถานการณ์เช่นนี้กลายเป็นความเสี่ยงที่อาจก่อให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ซึ่งอาจจะกลับมาฉุดรั้งการเติบโตของเศรษฐกิจในระยะข้างหน้าให้ต่ำลง หรือฟื้นตัวช้าได้กว่าคาด ขณะที่ในต่างประเทศเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เข้มแข็ง ทำให้การส่งออกไทยอาจไม่ขยายตัวตามเป้าหมายจึงส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจได้เช่นกัน

ประกอบกับในช่วงที่ผ่านมา ครัวเรือนหรือประชาชนรายย่อยมีการก่อหนี้ผ่านโครงการประชานิยมต่างๆ ไว้ค่อนข้างสูง ส่งผลให้ระดับหนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีปรับสูงขึ้นมาต่อเนื่อง ณ สิ้นปี 2555 อยู่ที่ 77.3% หรือมีจำนวน 8.8 ล้านล้านบาท แต่ ณ สิ้นปี 2556 หนี้ครัวเรือนเพิ่มเป็น 82.3% หรือมีจำนวน 9.8 ล้านล้านบาท น่าสังเกตว่าตลอดปี 2556 หนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นในทุกๆ ไตรมาส โดยไตรมาสแรกอยู่ที่ 77.6% ไตรมาส 2 เพิ่มเป็น 79.1% ไตรมาส 3 เพิ่มเป็น 80.1% และไตรมาส 4 เพิ่มเป็น 82.3%

อย่างไรก็ดี ระดับหนี้ดังกล่าวนี้ ธปท.ไม่กังวลมากนัก เนื่องจากอัตราการกู้หนี้ของครัวเรือนเริ่มชะลอลงบ้างแล้ว เห็นได้จากยอดหนี้ครัวเรือนชะลอลง จากสิ้นปี 2555 ที่มี 8.8 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็นการขยายตัว 18% แต่ในสิ้นปี 2556 ถึงยอดหนี้จะเพิ่มเป็น 9.8 ล้านล้านบาท แต่อัตราการขยายตัวของหนี้ลดลงเหลือ 11.4% ทำให้เบาใจได้บ้าง

ขณะที่ สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการ สศค. กลับมองว่า การชะลอตัวทางเศรษฐกิจเริ่มสะท้อนภาวะรายได้ของครัวเรือนลดลง รวมถึงทำให้สถาบันการเงินเพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ จึงต้องติดตามหนี้ที่มีแนวโน้มผิดนัดชำระอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพสูง และรายได้ลดลงจากชั่วโมงทำงาน ซึ่งเสี่ยงที่ครัวเรือนเหล่านี้จะหันเข้าสู่หนี้นอกระบบมากขึ้นด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่า กระทรวงการคลังเริ่มเปลี่ยนมุมมองต่อระดับปัญหาหนี้ครัวเรือน จากเดิมที่เคยมองว่า ธปท.กังวลต่อระดับหนี้ครัวเรือนมากเกินไป กลายมาเป็นกระทรวงการคลังเองที่ส่งสัญญาณห่วงปัญหาหนี้ครัวเรือนมากขึ้นเสียเอง ความเห็นดังกล่าวของ สศค.ยังสอดคล้องกับความเห็นของ ธัชพล กาญจนกูล รักษาการผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ที่บอกว่า ธนาคารออมสินอาจจะมีแผนการปล่อยกู้จากเดิมที่เน้นรายย่อยแล้วหันมาปล่อยกู้เอสเอ็มอีมากขึ้น

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงจากนี้เป็นต้นไป คือ เมื่อเศรษฐกิจชะลอ รายได้ครัวเรือนมีความเสี่ยงที่จะลดลง แต่ความจำเป็นในการใช้จ่ายของประชาชนหรือครัวเรือนยังสูง เพราะภาระหนี้เก่ายังต้องผ่อนนั้น จึงมีโอกาสสูงที่ครัวเรือนจะผิดนัดชำระหนี้เพิ่มขึ้น เพราะดูจากยอดคงค้างสินเชื่อจัดชั้นกล่าวถึงเป็นพิเศษหรือการผิดนัดชำระหนี้ 1 เดือน แต่ยังไม่ถึง 3 เดือน ได้ขยับสูงขึ้นมาบ้างแล้ว

ฉะนั้น ถึงเอ็นพีแอลในระบบสถาบันการเงินจะยังไม่สูงจนน่าห่วง แต่หากเศรษฐกิจชะลอทอดยาวออกไป แนวโน้มเอ็นพีแอลอาจจะสูงขึ้น บวกกับหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง ยิ่งจะกดดันยอดใช้จ่ายของประชาชนในประเทศหดตัวมากขึ้น ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและการกลับมาฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไปให้ช้าออกไปอีก

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69