
รู้จักหนี้...ก่อนจะสายเกินแก้
จากสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนต่ออัตราจีดีพีของไทยสูงถึง 82% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศพัฒนาในเอเชียรองจากเกาหลีใต้และมาเลเซีย บวกกับมีลูกค้าหลายรายที่ email ปรึกษาเข้ามาที่ [email protected] เกี่ยวกับวิธีการปลดหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะของหนี้ที่หาทางออกยากมาก เช่น เป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หนี้รถและหนี้บ้าน จนรายได้ประจำไม่เพียงพอต่อการผ่อนขั้นต่ำได้แล้ว
จากสถานการณ์เศรษฐกิจล่าสุดที่ธนาคารแห่งประเทศไทยได้เปิดเผยว่า หนี้ครัวเรือนต่ออัตราจีดีพีของไทยสูงถึง 82% ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเป็นอันดับ 3 ของกลุ่มประเทศพัฒนาในเอเชียรองจากเกาหลีใต้และมาเลเซีย บวกกับมีลูกค้าหลายรายที่ email ปรึกษาเข้ามาที่ [email protected] เกี่ยวกับวิธีการปลดหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะมีลักษณะของหนี้ที่หาทางออกยากมาก เช่น เป็นหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด หนี้รถและหนี้บ้าน จนรายได้ประจำไม่เพียงพอต่อการผ่อนขั้นต่ำได้แล้ว
ดังนั้น ก่อนที่เราจะเป็นหนี้ท่วมหัวจนแก้ไขไม่ได้แล้ว เราควรมีสติและรู้จักกับการเป็นหนี้ที่ถูกต้องก่อน โดยแบ่งออกได้เป็น
1.รู้ว่าหนี้ประเภทไหนไม่ควรเป็น จริงๆ แล้วการเป็นหนี้ไม่ได้เป็นสิ่งที่แย่ไปหมด การเป็นหนี้ที่ดีก็จะช่วยทำให้คุณภาพชีวิตเราดีขึ้นได้ ไม่ว่าจะเป็นหนี้เพื่อที่อยู่อาศัย หนี้เพื่อใช้ในการประกอบอาชีพหรือทำธุรกิจ แต่ต้องอยู่ในอัตราที่เหมาะสมแก่กำลังของเราด้วย ส่วนพวกหนี้เพื่อใช้จ่ายกับสินค้าฟุ่มเฟือย ไม่ว่าจะเป็นหนี้บัตรเครดิต หรือหนี้บัตรกดเงินสด หนี้พวกนี้ควรจ่ายชำระเต็มจำนวนทันที ไม่ควรปล่อยให้เกิดภาระดอกเบี้ย เนื่องจากหนี้ประเภทนี้มีดอกเบี้ยค่อนข้างสูง เราควรมีวินัยในการใช้เครื่องมือดังกล่าวอย่างเหมาะสม เช่น บัตรเครดิตมีไว้อำนวยความสะดวกในการจับจ่ายใช้สอย หรือบัตรกดเงินสดมีไว้สำหรับในยามฉุกเฉินจริงๆ ที่เราจำเป็นต้องใช้เงินสด เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เท่านั้น
2.รู้จักกลไกของดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียม เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่หลายคนไม่เข้าใจกลไกของดอกเบี้ย ทำให้มารู้ตัวอีกทีก็ดอกเบี้ยท่วมหัวแล้ว ปัจจุบันวิธีคิดดอกเบี้ยที่นิยมใช้มีอยู่ 2 วิธี คือ
แบบลดต้นลดดอก ซึ่งนิยมใช้กับสินเชื่อเกือบทุกประเภท เช่น สินเชื่อบ้าน สินเชื่อส่วนบุคคล เป็นต้น โดยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายแต่ละเดือนจะคิดจากจำนวนหนี้ที่เหลืออยู่
แบบอัตราคงที่ นิยมใช้กับสินเชื่อเพื่อการบริโภคหรือหนี้นอกระบบ เช่น กู้ซื้อรถ หรือซื้อสินค้าเงินผ่อน โดยดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายจะคำนวณจากเงินต้นทั้งจำนวน แล้วเฉลี่ยจ่ายพร้อมกับเงินต้นในแต่ละเดือน
(ที่มา : www.askkbank.com/kexpert)
ดังนั้น ถ้าเรามีรายได้เพื่อที่จะมากลบหนี้ ในมุมของการช่วยลดดอกเบี้ยเราควรกลบหนี้ที่เป็นแบบลดต้นลดดอก เพราะจะช่วยลดภาระดอกเบี้ยลงได้ แต่หากเราสามารถหาเงินมาได้เพียงพอกับการปิดหนี้ก่อนอื่นที่มีจำนวนน้อยกว่า เราอาจจะเลือกปิดหนี้ตัวอื่นไปก่อน เพื่อเป็นกำลังใจและลดจำนวนเจ้าหนี้ลงด้วย
อีกเรื่องหนึ่งที่เราควรรู้คือ เรื่องค่าธรรมเนียมการใช้วงเงิน หลายคนเข้าใจผิดว่ากดเงินสดจากบัตรเครดิต ซึ่งอัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี ถูกกว่าการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดหรือสินเชื่อส่วนบุคคลอัตราดอกเบี้ย 28% ต่อไป แต่เราคงลืมไปว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิตเราจะเสียค่าธรรมเนียมการกด 3% ของเงินที่กดทันที ดังนั้น ถ้ามองในระยะสั้นการกดเงินสดจากบัตรกดเงินสดแล้วรีบใช้คืนจะเสียดอกเบี้ยน้อยกว่าการกดเงินสดจากบัตรเครดิต ซึ่งต้องเสียค่าธรรมเนียมทันที
3.รู้ความสามารถในการเป็นหนี้ของเราเอง ถ้าจะให้ดีเราไม่ควรเป็นหนี้ที่ทำให้เราต้องจ่ายเงินชำระหนี้มากกว่า 2030% ต่อรายได้ของเรา ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเรามีรายได้ 2 หมื่นบาท รวมไม่ควรมีภาระการผ่อนหนี้เกิน 6,000 บาทต่อเดือน ฟังดูอาจจะเป็นเรื่องค่อนข้างยากสำหรับหลายคน แต่ถ้าทำได้จะทำให้เราไม่รู้สึกว่าหนี้ดังกล่าวเป็นภาระมากจนนอนไม่หลับ และเรายังมีเงินเพียงพอใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ต้องมากัดก้อนเกลือกันเพื่อใช้หนี้
4.รู้แหล่งที่มาของการเป็นหนี้ ส่วนที่สำคัญที่สุดของการบรรเทาหนี้คือไม่ก่อหนี้เพิ่ม ส่วนใหญ่การเป็นหนี้ที่สายเกินแก้คือ รู้ทั้งรู้ว่าเป็นหนี้ แต่ก็ยังก่อหนี้เพิ่มอีก ซึ่งไม่ว่าจะมีความพยายามแค่ไหน แต่ถ้าเราพาตัวเข้าไปในแหล่งที่จะทำให้เราเป็นหนี้ เราก็อดไม่ได้ที่จะก่อหนี้เพิ่ม หลายคนเป็นหนี้เพราะพาตัวเข้าไปในห้างสรรพสินค้า หรืองานลดราคาต่างๆ บางคนก็เป็นหนี้เพราะวันๆ เอาแต่หาเสื้อผ้า ของใช้ในอินเทอร์เน็ต ซึ่งสิ่งเหล่านั้นจะยั่วยุให้เราเสียเงินและสุดท้ายเป็นหนี้ในที่สุด ดังนั้น เราต้องคนหาให้เจอว่าแหล่งไหนทำให้เราเสียเงิน เราก็ควรพยายามพาตัวเราออกมาจากแหล่งเหล่านั้นให้ได้
สรุป คือ ถ้าเราเลือกเป็นหนี้ทั้งประเภทและจำนวนเหมาะสมกับความสามารถของเรา รู้จักการทำงานของดอกเบี้ยและพาตัวเองออกจากแหล่งที่ทำให้เราต้องเสียเงิน เพียงเท่านี้ก็น่าจะช่วยให้เราไม่เป็นหนี้แบบสายเกินแก้ได้







