
"มัณดาวีต์" งัดกลยุทธ์นวัตกรรมฟื้นท่องเที่ยว
นับแต่ต้นปีที่ผ่านมามีหลายปัจจัยลบที่กระทบท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
นับแต่ต้นปีที่ผ่านมามีหลายปัจจัยลบที่กระทบท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะสถานการณ์ทางการเมือง ที่ฉุดอารมณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติที่วางแผนเดินทางมาไทยให้ลดน้อยลง แม้สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลงจากอานิสงส์เทศกาลมหาสงกรานต์ แต่ผู้ประกอบการโดยเฉพาะรายย่อยจำเป็นต้องหานวัตกรรมใหม่เพื่อดึงดูดกลุ่มลูกค้าต่างประเทศให้กลับคืนมา
ประสิทธิ์ เจียวก๊ก หรือ “โกเล็ก” ประธานกรรมการบริษัทและในเครือบริษัท มัณดาวีต์ ทัวร์ กล่าวว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวในประเทศช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมายังไม่สู้ดีนัก จากปัญหาหลักด้านการเมืองและภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ส่งผลกระทบต่อกลุ่มผู้ประกอบการท่องเที่ยว โดยเฉพาะที่เจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร ภาครัฐและวิสาหกิจที่จ้างบริษัททัวร์เอกชนให้เป็นผู้ดำเนินการด้านการดูงานและท่องเที่ยว ซึ่งไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้ จากสภาพสุญญากาศของรัฐบาลในขณะนี้
ขณะที่กลุ่มลูกค้าทั่วไปในประเทศ แม้จะมีอัตราผู้สนใจจองแพ็กเกจโปรแกรมท่องเที่ยวต่างๆ กับทางบริษัททัวร์ท่องเที่ยวต่างๆ ล่วงหน้า แต่กลับพบว่าเมื่อถึงวันเดินทางท่องเที่ยวจริงหรือวันนัดชำระค่าใช้จ่ายการเดินทางส่วนที่เหลือ มีผู้มาชำระค่าใช้จ่ายราว 30% เท่านั้น
“แต่ละเดือนจะมีการจองแพ็กเกจท่องเที่ยว 700-800 แพ็กเกจ แต่เมื่อถึงวันครบกำหนดชำระค่าใช้จ่ายการเดินทางมีลูกค้ามาจ่ายแค่ 30% เท่านั้น สะท้อนได้ว่ากลุ่มลูกค้ายังสนใจที่จะเดินทางไปท่องเที่ยว แต่เมื่อถึงเวลาจริงลูกค้ากลับไม่มีเงิน เพราะผู้บริโภคระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเฉพาะการท่องเที่ยว ถูกจัดเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย” ประสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ บริษัทได้ปรับกลยุทธ์เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวและเป็นการรองรับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวในไทยและในภูมิภาคอาเซียน หลังเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปลายปี 2558 นี้ โดยพัฒนานวัตกรรมการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ภายใต้แนวคิด “บัตรเดียวเที่ยวได้ทั่วโลก” ที่ปัจจุบันบริษัทได้จดลิขสิทธิ์การทำตลาดทั่วโลกแล้ว เป็นการต่อยอดจาก “บัตรเดียวเที่ยวทั่วไทย” ที่ทำตลาดใน 15 จังหวัดท่องเที่ยวยอดนิยม จำนวน 3 วัน 2 คืน พร้อมที่พัก เดย์ทัวร์ อาหาร 1 วัน และบริการเครื่องดื่มในบางแพ็กเกจ เป็นต้น
ในอนาคตได้เตรียมขยายสถานที่ท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นอีก 7 แห่ง รวมแพ็กเกจท่องเที่ยวต่างประเทศด้วย จากเดิมบริษัททำตลาดแพ็กเกจท่องเที่ยวในต่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนราว 5% เท่านั้น ได้แก่ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และฮ่องกง โดยเริ่มได้รับความนิยมจากกลุ่มลูกค้าคนไทยที่เก็บเงินไปท่องเที่ยวตามประเทศดังกล่าวมากขึ้น
แนวคิดบัตรเดียวเที่ยวทั่วโลก เป็นรูปแบบชุดท่องเที่ยวสำเร็จรูป (ทราเวิล คิต) ทำการตลาดในลักษณะการจองอัตราเดียว 499 บาทต่อ 2 คน จากราคาเต็ม 2,999 บาท ในทุกแพ็กเกจท่องเที่ยว ทุกสถานที่ ลูกค้าสามารถจองซื้อชุดท่องเที่ยวไว้ล่วงหน้าได้นานถึง 2 ปี จากนั้นจึงมาชำระค่าบริการส่วนต่างที่เหลือให้กับบริษัทเมื่อถึงวันที่ลูกค้าต้องการเดินทางไปจริง
สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม 5 อันดับแรกในไทย คือ กระบี่ เกาะหลีเป๊ะ สตูล เกาะสมุย สุราษฎร์ธานี ภูเก็ต และเชียงใหม่ จากการสำรวจยังพบว่าพฤติกรรมท่องเที่ยวลูกค้าคนไทยจะใช้จ่ายเพื่อการท่องเที่ยวต่อคนต่อครั้งอยู่ที่ 3,000 บาทต่อทริป ปัจจุบันบริษัทมีพันธมิตรธุรกิจด้านการท่องเที่ยวราว 210 ราย มีธุรกิจกลุ่มโรงแรมราว 15 แห่ง บริษัททัวร์ 15 ราย
ประสิทธิ์ กล่าวว่า ได้เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์ต่างๆ อย่างเป็นทางการในเดือน พ.ค.นี้ โดยจะจำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่าย (ดีลเลอร์) และร้านสะดวกซื้อ เพื่อให้ลูกค้าเข้าถึงสินค้าได้ง่ายและสะดวก พร้อมวางเป้าหมายเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ภายใน 36 เดือนข้างหน้านี้







