posttoday
ทึ่ง! ลีซอิท มีพนักงานแค่ 23 คนผู้จัดการไม่รับเงินเดือนกรรมการ

ทึ่ง! ลีซอิท มีพนักงานแค่ 23 คนผู้จัดการไม่รับเงินเดือนกรรมการ

15 เมษายน 2557

บริษัท ลีซ อิท (LIT) สร้างความฮือฮาให้กับวงการตลาดทุน โดยทั้งบริษัทใช้พนักงานเพียง 23 คนเท่านั้น ในการปล่อยสินเชื่อปีละเฉียด 3,000 ล้านบาท สินเชื่อคงค้างที่มีอยู่จำนวน 700 ล้านบาท และ “สมพล เอกธีรจิตต์” ผู้จัดการ ได้ปฏิเสธที่จะรับเงินเดือนของกรรมการ ตกเดือนละ 4 หมื่นบาท

บริษัท ลีซ อิท (LIT) สร้างความฮือฮาให้กับวงการตลาดทุน โดยทั้งบริษัทใช้พนักงานเพียง 23 คนเท่านั้น ในการปล่อยสินเชื่อปีละเฉียด 3,000 ล้านบาท สินเชื่อคงค้างที่มีอยู่จำนวน 700 ล้านบาท และ “สมพล เอกธีรจิตต์” ผู้จัดการ ได้ปฏิเสธที่จะรับเงินเดือนของกรรมการ ตกเดือนละ 4 หมื่นบาท

“สมพล” เล่าให้ฟังถึงกลยุทธ์การใช้พนักงานเพียงหยิบมือหนึ่งในการปล่อยสินเชื่อแก่ผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม ว่า เป็นความคิดและความตั้งใจตั้งแต่แรกจัดตั้งบริษัทเมื่อปี 2549 ที่เริ่มต้นด้วยพนักงานเพียง 4 คน เพราะมีประสบการณ์จากการเป็นผู้จัดการของบริษัท เอสวีโอเอ ที่มีพนักงานมากกว่า 1,000 คนแล้ว ทำให้ความรู้สึกในการเป็นเจ้าข้าวเจ้าของบริษัทมีน้อย

ขณะที่การมีพนักงานจำนวนน้อย เมื่อทุกคนเกิดความรู้สึกถึงการทำงานเป็นทีม ก็จะช่วยให้งานขยายตัวได้ดี แต่ธุรกิจที่ขยายออกไปกว้างขึ้น จากวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งบริษัทขึ้นมาเพื่อเป็นแขนขาทางการเงินของเอสวีโอเอเท่านั้น ก็จำเป็นจะต้องมีพนักงานเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ ณ สิ้นปี 2556 มีพนักงานจำนวน 17 คน ไม่รวมผู้บริหาร 6 คน ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเป็น 23 คน แบ่งเป็นเซลส์ 8 คน ส่วนที่เหลือทำงานแบ็กออฟฟิศ สำหรับงานไอที งานด้านบริหารบุคคลและฝ่ายกฎหมาย ในการทำสัญญาต่างๆ จะใช้บริการจากบริษัท เอสวีโอเอ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายประจำ ไม่มีภาระเรื่องสวัสดิการพนักงานมากนัก

“งานที่ขยายออกไปมากขึ้น เราก็เพิ่มเซลส์อีก 2 คน จากปีก่อนมีเพียง 6 คน และยังมีการเปิดโอกาสให้คนข้างนอกแนะนำลูกค้ามาให้เราแล้วจ่ายค่าตอบแทนเป็นกรณีๆ ไป ทำให้พนักงานทำกำไรต่อคนได้สูงมาก โดยเมื่อปี 2556 บริษัทมีกำไรสุทธิ 32 ล้านบาท”

สำหรับพนักงานที่มีอยู่แค่ 23 คน บริษัทได้จ่ายผลตอบแทนเป็นสิ่งจูงใจทุกเดือน เซลส์ก็รับค่าคอมมิชชั่นตามยอดขาย ส่วนกลุ่มแบ็กออฟฟิศจะได้ส่วนแบ่งจากกำไรทุกเดือน และตอนสิ้นปียังได้โบนัสอีกก้อนหนึ่ง บางปีเคยให้ถึง 4 เดือน

ส่วนการปฏิเสธที่จะรับเงินเดือนของกรรมการ เดือนละ 4 หมื่นบาท หรือปีละ 4.8 แสนบาทนั้น “สมพล” ให้เหตุผลว่า ในเมื่อได้รับเงินเดือนกรรมการผู้จัดการบริษัทอยู่แล้ว ก็ไม่ควรรับในส่วนกรรมการอีก ซึ่งความคิดอย่างนี้อาจจะแตกต่างจากบริษัทจดทะเบียนอื่น

นอกจากนั้น การที่ ลีซ อิท ซึ่งเป็นบริษัทแห่งที่ 6 ของกลุ่มเอสวีโอเอ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อวันที่ 25 มี.ค. 2557 ดังนั้นในการประชุมคณะกรรมการลีซ อิท วันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา มินทร์ อิงค์ธเนศ ได้ลาออกจากการเป็นกรรมการบริษัท เนื่องจากต้องการให้ ลีซ อิท มีความเป็นอิสระในการประกอบธุรกิจ ดำเนินธุรกิจโดยปราศจากอิทธิพลของเอสวีโอเอ ในฐานะที่ มินทร์ ดำรงตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการใหญ่อยู่

“สมพล” กล่าวว่า ปัจจุบันเอสวีโอเอยังคงเป็นผู้ถือหุ้นสูงสุด คิดเป็นสัดส่วน 47% ของทุนเรียกชำระแล้ว ซึ่งการลาออกของ มินทร์ ไม่มีปัญหาต่อบริษัท เพราะภายหลังจาก ลีซ อิท เข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ แล้ว พบว่าความน่าเชื่อถือดีขึ้น จากที่ธนาคารไม่เคยโทรมาให้บริษัทกู้ยืมเงินเลย ก็ติดต่อเข้ามา และเสนอเงื่อนไขที่ดีขึ้นด้วย ขณะนี้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทอยู่ที่ 7% นำไปปล่อยสินเชื่อ คิดดอกเบี้ย 1617% ทำให้บริษัทรับส่วนต่างถึง 9% ต่อปี

ปัจจุบันธนาคารที่เป็นพันธมิตรกับ ลีซ อิท มีอยู่ 3 ราย ได้แก่ ธนาคารกรุงไทย ธนาคารกรุงเทพ และอาร์เอชบีแบงก์ โดยเฉพาะธนาคารกรุงไทยที่ทำสัญญางานของราชการ

ภายใต้สถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวลง ลีซ อิท ยังคงเติบโตต่อเนื่องโดยหนี้เสียไม่ได้เพิ่มขึ้น เพราะธุรกิจของบริษัทเป็นการปล่อยสินเชื่อให้แก่บริษัทที่ชนะงานประมูลของภาครัฐแล้ว จึงมีงบประมาณมารองรับไว้พร้อม และงานในต่างจังหวัดยังจะเติบโตอีกมาก โดยเฉพาะ อบจ.มีงบประมาณมาก ทำให้พอร์ตลูกค้าที่เป็นงานไอทีประมาณ 50% และงานก่อสร้าง เช่น การสร้างพนังกั้นน้ำยังขยายตัวดีอยู่

“สมพล” กล่าวทิ้งท้ายว่า การบริหาร ลีซ อิท ได้ให้ความสำคัญกับผู้ถือหุ้น พนักงาน และความโปร่งใส โดยเฉพาะเรื่องภาษี ในส่วนของผู้ถือหุ้นสามารถวัดได้จากอัตราผลตอบแทนเงินปันผล และอัตราผลตอบแทนจากส่วนของผู้ถือหุ้นมากกว่า 20% จากผลดำเนินงานปี 2556 จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.10 บาท เทียบกับราคาหุ้นที่ 2 บาท ให้ผลตอบแทน 5%

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท