posttoday
"เกษศรี" เปิดใจ อุ่ม..."กลุ่มจีสตีล"

"เกษศรี" เปิดใจ อุ่ม..."กลุ่มจีสตีล"

15 เมษายน 2557

ปัญหางบการเงินของกลุ่มบริษัท จี สตีล (GSTEL) เป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างความรำคาญให้กับผู้ถือหุ้นของ บริษัท จี เจ สตีล (GJS) และ จี สตีล

โดย...โสภาวดี ธเนตปราโมทย์

ปัญหางบการเงินของกลุ่มบริษัท จี สตีล (GSTEL) เป็นปัญหาเรื้อรังที่สร้างความรำคาญให้กับผู้ถือหุ้นของ บริษัท จี เจ สตีล (GJS) และ จี สตีล มาอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ซึ่งทุกครั้งที่งบประจำปีหรืองบรายไตรมาส นำส่งให้ตลาดหลักทรัพย์แล้ว ปัญหาตามมาคือการตั้งข้อสังเกตจากผู้สอบบัญชี จากความไม่แน่ใจ “ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับความสามารถของกลุ่มบริษัทที่จะดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง และการดำรงมูลค่าของสินทรัพย์ให้มีมูลค่าไม่ต่ำกว่าราคาตามบัญชี”

และที่หนักกว่านั้น ช่วงระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ การหยุดผลิตเมื่อ 2 ปีก่อนที่ผ่านมา ทำให้สำนักงานผู้สอบบัญชี เคพีเอ็มจี ภูมิไชย ที่กลุ่ม จี สตีล ว่าจ้างเป็นผู้สอบบัญชีหลายปี ถึงทางตัน ไม่กล้าเสี่ยงที่จะเซ็นรับรองงบการเงินงวดปี 2556 ช่วง “รอยต่อ” การปิดงบการเปิดการผลิตแผ่นเหล็กรีดร้อน อีกครั้งเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2557 และหากกลุ่ม จี สตีล ไม่สามารถหาผู้สอบมาเซ็นรับรองงบปี 2556 ได้ นั่นหมายความว่า สถานะการเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ (บจ.) มีอันต้องสิ้นสภาพลง ด้วยเงื่อนไข ผู้สอบบัญชีไม่ลงความเห็นงบการเงินติดต่อกันเป็นปีที่ 3

ความพยายามของ “สมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล” ผู้ถือหุ้นใหญ่และผู้ก่อตั้ง จี สตีล รวมทั้งคณะกรรมการตรวจสอบ ที่มี “ไพจิตร โรจนวานิช” ประธานกรรมการตรวจสอบ ไม่สามารถทนดูความเดือดร้อนของนักลงทุนที่ถือหุ้น GSTEL และ GJS เกือบ 3 หมื่นรายได้ กับความเห็นที่ขัดแย้งกับ สำนักงานผู้สอบบัญชีที่เห็นต่าง ประเด็น กลุ่ม จี สตีล เริ่มกลับมาผลิต มีเงินทุนสนับสนุนและเหล็กรีดร้อนที่ผลิตมีกลุ่มเหล็กมหาชัยเป็นผู้รับซื้อทั้งหมด เป็นความเห็นต่างที่ “สมศักดิ์” และคณะกรรมการตรวจสอบ มองอนาคตข้างหน้าจาก 3 ปัจจัย คือ มั่นใจกิจการยังเดินได้ ถ้าสินค้าผลิตมีผู้ซื้อแน่นอน วัตถุดิบพร้อม และโรงงานเครื่องจักร พนักงานวิศวกร พร้อม ขณะที่ เคพีเอ็มจี มองย้อนหลังแค่งบปี 2556 ที่ผ่านมาเท่านั้น

เมื่อเกิดความเห็นต่างข้างต้น จึงต้องมี “ตัวช่วย” ให้บริษัทคงสภาพการเป็น บจ.ช่วยรายย่อยนับหมื่นราย แม้ว่าจะต้องรอคอยก็ตาม

“ศาสตราจารย์เกียรติคุณ เกษรี ณรงค์เดช” และสำนักงานสอบบัญชี เอ.เอ็ม.ที. แอสโซซิเอท เป็นตัวช่วยครั้งนี้ และการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นกลุ่ม จี สตีล ต้นเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา เสียงส่วนใหญ่มีมติเอกฉันท์เลือก เอ.เอ็ม.ที. แอสโซซิเอท เป็นผู้สอบบัญชีปี 2556 และงบไตรมาสประจำปี 2557 ท่ามกลางความหวังของผู้ถือหุ้นกลุ่ม จี สตีล ที่ให้การตอบรับและต้อนรับ กับความหวังในกลุ่ม จี สตีล อีกครั้ง

สำหรับ “ศ.เกษรี” ผู้แทนก่อตั้ง พ.ร.บ.วิชาชีพบัญชี และอดีตนายกสมาคมผู้สอบบัญชีหลายสมัย เชี่ยวกรากในสายงานสอบบัญชีอย่างโชกโชน ไม่ว่าจะเป็นผู้สอบบัญชีบริษัทน้ำดี หรือบริษัทน้ำเน่า ผ่านมือการสอบบัญชีของสำนักงานแห่งนี้นับไม่ถ้วน

เกิดคำถามมากมายในการมารับงานให้กับ “กลุ่ม จี สตีล” และแน่นอนว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ที่เคยมีเคสกับ “เกษรี” มาก่อนหน้านี้ จะให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับ “เกษรีและ จี สตีล”

“เกษรี” ยอมรับว่า ได้ตั้งคำถามให้กับตัวเองว่า ทำไมกลุ่ม จี สตีล ซึ่งเป็น บจ.ขนาดใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีสำนักงานสอบบัญชีขนาดใหญ่เป็นผู้สอบบัญชี จึงมาขอให้ “เกษรี&เอ.เอ็ม.ทีฯ” สอบบัญชี รวมทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ และก.ล.ต. ก็ตั้งคำถามนี้เช่นกัน และมีหลายครั้งที่ “สมศักดิ์” มาขอให้ช่วย ซึ่ง “เกษรี” ยังถามกลับไปว่า การเปลี่ยนม้ากลางศึก เปลี่ยนผู้สอบบัญชีกลางคัน “เกษรี” รับไม่ได้ ผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ และดูเหมือนจะไม่เป็นผล ถ้า “สมศักดิ์” ไม่ห่วงรายย่อยที่เป็นคนไทย โดนใจ “เกษรี” ที่จะทำอย่างไรในการช่วยรายย่อยได้ตามจรรยาบรรณและมีคุณภาพมาตรฐานวิชาชีพ

“กระทั่งคุณสมศักดิ์มาหาหลายครั้ง และช่วงเวลาที่ผู้สอบเก่าลาออก และเหลือเวลาไม่กี่เดือน หากไม่มีผู้สอบบัญชีรับรองงบปี 2556 จะทำให้บริษัทเข้ารีแฮป เสียหาย เพื่อช่วยบริษัทไทยและไม่มีผู้สอบบัญชีแล้ว จึงรับงาน โดยสอบถามการทำงาน การแก้ไขให้กลุ่ม จี สตีล อยู่รอด ซึ่งงบของกลุ่ม จี สตีล จะเริ่มเข้าไปดูหลังจากวันที่ 31 มี.ค. หรือหลังปิดงบไตรมาสแรกไปแล้ว ทีมงานมีเวลาทำงานตามเงื่อนไขของตลาดภายใน 180 วัน ที่จะยื่นงบปี 2556 หรือเร็วที่สุดภายใน 6 เดือนหลังจากปิดงบ เพื่อให้หุ้นกลุ่ม จี สตีล กลับมาซื้อขายได้” เกษรี กล่าว

“สมศักดิ์” และจี สตีล กลับความหวังครั้งนี้ที่จะทำให้บัญชีของ GSTEL และ GJS กลับมาเหมือนเดิมก่อนวิกฤต เป็นงบการเงินที่ไม่มีความเห็นภายใต้เงื่อนไขต่างๆ ของผู้สอบบัญชี ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ ก.ล.ต. เหมือน บจ.น้ำดีทั่วๆ ไป “สมศักดิ์” ตั้งเป้ากลุ่ม จี สตีล ต้องเป็นหนึ่งผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศและในเอเชีย ภายหลังจากแก้ไขงบได้เร็ว การเดินตามแผนควบรวมกิจการกับ GJS ที่มีกรรมการซ้ำกันของสองบริษัท ขณะที่การผลิตระหว่าง GSTEL และ GJS เอื้อหนุนกันอยู่ หากสองบริษัท ควบรวมกันได้จะช่วยลดต้นทุนต่ำลง 510% ของค่าใช้จ่าย สร้างความแข็งแกร่งให้กับ จี สตีล

“สมศักดิ์” ย้ำกับนักลงทุนรายย่อย ว่า ปัจจุบันกลุ่ม จี สตีล ผ่านพ้นวิกฤตแล้ว การปรับโครงสร้างหนี้ทำให้บริษัทเดินหน้าจาก 3 ปัจจัย ดังนี้ คือ 1.จากนี้ไปอุปสรรคไม่มาก ความเสี่ยงไม่สูง เหมือนที่ผ่านมา เป็นต้นว่า ผู้ผลิตเหล็กในประเทศได้รับการดูแลจากทางการในการตอบโต้เหล็กคุณภาพต่ำที่ลักลอบนำเข้ามาในไทย หรือราคาเศษเหล็กไม่ผันผวน

2.การผลิตของกลุ่ม จี สตีล ให้ดีมีคุณภาพ สามารถแข่งขันได้ และ 3. โรงงานเหล็กแบบ จี สตีล ที่มีการนำเศษเหล็กมาหล่อและหลอม เครื่องจักรมีความทันสมัยในเอเชียคงอยู่มา 20 ปี ไม่สามารถสร้างได้ในขณะนี้ท่ามกลางการลงทุนนับหมื่นล้านบาท

ที่สำคัญ เมื่อกลุ่ม จี สตีล กลับมาเดินหน้าผลิต การพัฒนาคุณภาพสินค้าให้เป็นเหล็กเกรดเอ รองรับอุตสาหกรรมรถยนต์ การบริหารหนี้อย่างมีประสิทธิภาพ มีรายได้จากการขายเหล็กเบื้องต้นทั้งหมดที่ผลิตได้นับจากนี้ วันที่ 4 เม.ย. ให้กับกลุ่มเหล็กมหาชัยทั้งหมดก่อน ซึ่งช่วงแรกเริ่มผลิต 4 หมื่นตัน เป้าปีแรกปีนี้ 1 ล้านตัน ไปจนถึงจุดสูงสุด 60% ของกำลังผลิตที่เป็นจุดเบรกขาดทุนได้ นั่นหมายความว่า กลุ่ม จี สตีล พร้อมแล้วที่จะหาพันธมิตรต่างประเทศมาเสริมความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น ผงาดเป็นที่ 1 ของเอเชีย ตามเป้าที่ “สมศักดิ์” ฝันไว้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท