posttoday
ชวนซื้อหุ้น BECL

ชวนซื้อหุ้น BECL

15 เมษายน 2557

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นจนสนับสนุนราคาให้ขยับขึ้นมาปิดที่ 35 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ให้ราคาเป้าหมาย 45 บาท หลังคาดว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมากทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา จากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่

เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หุ้นบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) ได้รับความสนใจจากนักลงทุนมากขึ้นจนสนับสนุนราคาให้ขยับขึ้นมาปิดที่ 35 บาท ส่วนหนึ่งเกิดจากนักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์หลายแห่งยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันเซีย ไซรัส ให้ราคาเป้าหมาย 45 บาท หลังคาดว่ากำไรสุทธิงวดไตรมาสแรกปีนี้เพิ่มขึ้นมากทั้งจากช่วงเดียวกันปีก่อนและไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา จากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่

BECL จะมีการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่ ได้แก่ การบันทึกค่าใช้จ่ายสำรองค่าทดแทนการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนใหม่ ทำให้ค่าใช้จ่ายดังกล่าวลดลงจากเดิม 546 ล้านบาท แต่จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นจากค่าตัดจำหน่ายหุ้นบริษัท น้ำประปาไทย (TTW) จำนวน 149 ล้านบาท ส่งผลให้คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นจากเดิมประมาณ 397 ล้านบาท แต่ไม่กระทบต่อกระแสเงินสด จึงปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2557 เพิ่มขึ้นจากเดิม 17% เป็น 2,697 ล้านบาท ลดลง 44.2% จากปี 2556 แต่เทียบกำไรปกติคาดจะเพิ่มขึ้น 52.1%

ด้านกำไรปกติไตรมาสแรกคาดที่ 630 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.6% จากไตรมาส 4 ปีก่อน และ 28.2% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ ในปี 2556 มีกำไรพิเศษหลักๆ มาจากกำไรพิเศษจากการปรับมูลค่าเงินลงทุน TTW จำนวน 2,808 ล้านบาท ในไตรมาสแรก และมีกำไรพิเศษจากการขายหุ้นไอพีโอของบริษัท ซีเค พาวเวอร์ (CKP) อีกราว 300 ล้านบาท ในไตรมาส 3

ด้านปริมาณการใช้ทางด่วนในไตรมาสแรกลดลง 0.4% จากไตรมาส 4 ปีก่อน และ 3.9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนรายได้จากค่าทางด่วนคาดลดลง 2.6% จากไตรมาส 4 ปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

BECL รายงานปริมาณการใช้ทางด่วนเดือน มี.ค. เฉลี่ยต่อวันที่ 1,119,927 คัน เพิ่มขึ้น 2.9% จากเดือน ก.พ. แต่ลดลง 3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน รวมปริมาณการใช้ทางด่วนไตรมาสแรกเฉลี่ย 1,079,586 คัน ลดลง 0.4% จากเดือน ก.พ. และ 3.9% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

ปัจจัยที่ทำให้ปริมาณการใช้ทางด่วนปรับตัวลดลงเป็นผลจากการชุมนุมทางการเมือง และผู้บริโภคชะลอการใช้จ่ายตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ด้านรายได้จากค่าทางด่วนในไตรมาสแรกคาดจะอยู่ที่ 2,045 ล้านบาท ลดลง 2.6% เทียบกับไตรมาส 4 ปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 3.7% ในไตรมาสแรกปี 2556 โดยรายได้ที่เพิ่มขึ้นเป็นผลจากการปรับเพิ่มค่าทางด่วนตั้งแต่วันที่ 1 ก.ย. 2556

สำหรับประเมินราคาเป้าหมายที่ 45 บาท แบ่งเป็นจากธุรกิจทางด่วน 26.5 บาท TTW 11.5 บาท CKP 4 บาท บริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ (BMCL) 2.4 บาท และบริษัท ไซยะบุรี พาวเวอร์ หรือ XPCL 0.6 บาท

BECL จะจ่ายเงินปันผลงวดครึ่งหลังปี 2556 ที่ 0.90 บาท (คิดเป็นอัตราผลตอบแทนเงินปันผลเฉพาะงวดนี้ที่ 2.6%) ขึ้น XD วันที่ 29 เม.ย. จ่ายเงินปันผลวันที่ 25 พ.ค. สำหรับปี 2557 คาดอัตราผลตอบแทนเงินปันผลราว 4.8% ต่อปี

ด้านนักวิเคราะห์ บล.กรุงศรี คงคำแนะนำ “ซื้อ” และได้ปรับเพิ่มมูลค่าพื้นฐานขึ้น 7% จากเดิมมาที่ 48 บาท เนื่องจากผลประกอบการยังอยู่ในทิศทางขาขึ้น จากการปรับขึ้นค่าผ่านทางที่จะรับรู้เต็มที่ปี 2557 การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และการส่งผ่านกำไรจากบริษัทร่วมที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยกลุ่มขนส่งทางบกในภูมิภาค รวมถึงให้อัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลราว 4.6% ต่อปี จึงเหมาะสำหรับการลงทุนในระยะยาว

แนวโน้มผลประกอบการมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องช่วงที่เหลือของปี คาดว่าธุรกิจทางด่วนมีโอกาสเติบโต ขณะเดียวกันกำไรจากบริษัทร่วมมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องเช่นเดียวกันจากการปรับขึ้นค่าน้ำประปาของ TTW และ CKP ที่จะรับผลบวกเต็มปีจากโรงไฟฟ้าบางปะอิน 1 (BIC1) และมีแนวโน้มเร่งตัวขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ จากปัจจัยฤดูกาลของเขื่อนน้ำงึม 2 กอปรกับต้นทุนค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่จะถูกลงจากการทำรีไฟแนนซ์

“เราได้ปรับเพิ่มประมาณการกำไรก่อนรายการพิเศษปี 2557 และ 2558 ของ BECL ขึ้น 6% และ 23% จากเดิมมาที่ 2,600 และ 3,100 ล้านบาทตามลำดับ หรือเติบโตราว 45% และ 18% ตามลำดับ จากการปรับสมมติฐาน การส่งผ่านกำไรจากบริษัทร่วมปี 2557 และ 2558 เพิ่มขึ้น 46% และ 55% จากเดิมมาที่ 751 และ 822 ล้านบาทตามลำดับ คิดเป็นสัดส่วน 2628% ของกำไรจากการดำเนินงาน

ปรับลดประมาณการรายได้จากธุรกิจทางด่วนลง 8% และ 3% ตามลำดับมาที่ 8,400 ล้านบาท (+5%) และ 9,100 ล้านบาท (+8%) ตามการปรับลดสมมติฐานปริมาณจราจรและรายได้ค่าผ่านทางเฉลี่ยต่อคันลง และได้ปรับลดสมมติฐานค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองค่าทดแทนการจัดหาพื้นที่ก่อสร้างทางด่วนปี 2557 และ 2558 ลงจากเดิม 547 และ 707 ล้านบาทตามลำดับ

ก่อนหน้านี้ สุทธิดา สุขะนินทร์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงิน BECL คาดปริมาณการใช้ทางด่วนเฉลี่ยปีนี้จะอยู่ในระดับใกล้เคียงกับปีก่อนที่มีปริมาณการใช้อยู่ที่ 1.1 ล้านคันต่อวัน ขณะที่รายได้จะเติบโตได้ 4% จากปีก่อน มีรายได้อยู่ที่ 11,314 ล้านบาท จากการปรับเพิ่มราคาค่าทางด่วนอีก 5 บาท

ขณะที่กำไรจะเติบโตมากกว่ารายได้ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 4% จากปีก่อนมีกำไรจากการดำเนินงานปกติอยู่ที่ 1,184 ล้านบาท เนื่องจากมาตรฐานทางบัญชีใหม่ส่งผลให้การบันทึกค่าใช้จ่ายปรับลดลงประมาณ 500 ล้านบาท และจะมีกำไรจากการปรับมาตรฐานทางบัญชีประมาณ 400 ล้านบาท รวมถึงมีการควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดีขึ้น

บริษัทเตรียมออกหุ้นกู้จำนวน 4,000 ล้านบาท ในช่วงเดือน ก.ค.และปลายปีนี้จะออกอีกจำนวน 800 ล้านบาท บริษัทตั้งงบการลงทุนไว้ 7,500-7,600 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท