posttoday
อสังหาฯปรับใหม่เน้นบริหารเสี่ยงรับวิกฤตยาว

อสังหาฯปรับใหม่เน้นบริหารเสี่ยงรับวิกฤตยาว

15 เมษายน 2557

จากปัญหาการเมืองในประเทศที่ส่อจะลากยาว ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์

โดย..โชคชัย สีนิลแท้/สุกัญญา สินถิรศักดิ์

จากปัญหาการเมืองในประเทศที่ส่อจะลากยาว ส่งผลให้บรรดาผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ต่างต้องปรับตัวเพื่อรับกับสถานการณ์ดังกล่าวที่ทำให้กำลังซื้อชะลอตัวลง เพราะคนไม่กล้าจับจ่ายใช้สอย โครงการที่จะเปิดใหม่ จึงต้องชะลอออกไปเป็นครึ่งปีหลัง หรือเปิดขายไตรมาส สุดท้ายทั้งหมด เพราะคาดว่าตลาดน่าจะเริ่มปรับตัว ในทิศทางที่ดีขึ้น

ชานนท์ เรืองกฤตยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับตัวเพื่อรับมือกับเศรษฐกิจและการเมืองในประเทศที่ยังคงผันผวน โดยหันมาเน้นบริหารความเสี่ยง คือต้องปรับลดงบการตลาดลงจากปีก่อนที่ใช้ เฉลี่ย 3.54% ลดลงเหลือ 2.5% ของยอดขาย และ ใช้ฐานสมาชิกที่เคยซื้อโครงการ หรือโครงการอนันดา เมมเบอร์คลับที่มีสมาชิกอยู่กว่า 1.5 หมื่นคน มาช่วยเร่งการขายโดยอาศัยการบอกต่อ

ปัจจุบันบริษัทมีแบ็กล็อกหรือจำนวนยูนิตที่รอรับรู้รายได้คิดเป็นมูลค่า 1.95 หมื่นล้านบาท ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการรักษาระดับเงินสดไว้อย่างน้อย 1,000 ล้านบาท ส่วนโครงการใหม่ที่จะเปิดขายในช่วงครึ่งปีหลัง คาดว่าจะเปิดโครงการทั้งหมด 4 โครงการ ในไตรมาส 4 มูลค่าโครงการรวม 1.5 หมื่นล้านบาท

“ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์เริ่มปรับตัวดีขึ้น จากก่อนหน้านี้คนที่จะซื้อก็รอดูสถานการณ์มาซักระยะ 2 เดือนแล้ว พอเดือน มี.ค. เริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นบ้าง ถึงแม้จะยังหาทางออกไม่ได้ คนถึงเริ่มกลับเข้ามาซื้อมากขึ้น ปัจจุบันเราก็รอดูการเมืองจะจบลงเมื่อไหร่ หากจบเร็ว และสถานการณ์ต่างๆ อยู่ในทิศทางที่ดีขึ้น เราก็เตรียมพิจารณาเปิดโครงการเพิ่มจากเดิมอีก ซึ่งปีนี้เรามีโครงการที่พร้อมเปิดได้ถึง 2.5 หมื่นล้านบาท โดยจะพิจารณาอีกครั้งในช่วงครึ่งปีหลัง” ชานนท์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงงบซื้อที่ดินในปีนี้ไว้ 5,900 ล้านบาท โดยสถานการณ์ราคาที่ดินในปีนี้ไม่ได้มีการปรับลดลงมากนัก แต่ที่มีการเปลี่ยนแปลง คือ บริษัทสามารถต่อรองเงินมัดจำให้ต่ำลงได้ ประกอบกับสามารถยืดระยะเวลาในการผ่อนชำระยาวขึ้น จากเดิมที่ใช้เวลาผ่อนชำระประมาณ 2-3 เดือน แต่ปัจจุบันผ่อนได้ยาวขึ้นเป็น 68 เดือน

วงศกรณ์ ประสิทธิ์วิภาต รองประธานเจ้าหน้าที่กลุ่มพัฒนาธุรกิจ บริษัท พร็อพเพอร์ตี้ เพอร์เฟค กล่าวว่า ความหวังที่จะทำยอดขายให้เติบโตขึ้นในไตรมาส 2 มีเพียง 2 เดือน คือ พ.ค. และ มิ.ย. เนื่องจากผลกระทบจากปัญหาทางการเมืองส่งผลให้กำลังซื้อซบเซาลง อย่างมาก โดยในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทสามารถทำยอดขายได้ 2,900 ล้านบาท มาจาก 20 โครงการ ที่เปิดขาย แบ่งเป็นรายได้จากโครงการแนวราบ 60% ที่เหลือ 40% มาจากโครงการแนวสูง

สำหรับแผนในปีนี้เดิมบริษัทจะเปิดตัว 20 โครงการ ปัจจุบันได้ปรับแผนการลงทุนใหม่โดยจะเปิดโครงการใหม่ จำนวน 1516 โครงการ ขณะนี้เปิดไปได้แล้วจำนวน 8 โครงการ

ขณะที่ค่ายศุภาลัย ไตรเตชะ ตั้งมติธรรม รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ศุภาลัย กล่าวว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์เปิดตลาดในจังหวะที่ทุกคนชะลอ ซึ่งแม้ว่าจะเสี่ยง เพราะเศรษฐกิจและการเมืองจะไม่นิ่ง แต่ก็มีข้อดีตรง ที่ไม่มีคู่แข่ง เพราะผู้ประกอบการส่วนใหญ่ชะลอการ เปิดตัวโครงการใหม่ๆ จากปัจจัยดังกล่าว ซึ่งภายใต้ภาวะที่ไม่ดีก็ยังถือว่าเป็นโอกาส แต่ก็ต้องเลือกโครงการที่คิดว่าดีที่สุดในมือออกมา เพื่อปลุกกำลังซื้อให้กลับคืนมา

ทั้งนี้ หลังจากบริษัทได้เปิดตัวคอนโดมิเนียม “ศุภาลัย ลอฟท์ แจ้งวัฒนะ” ในช่วงปลายไตรมาสแรกท่ามกลางการเมืองยังร้อน และได้รับการตอบรับที่ดี ทำให้มั่นใจ ที่จะเข็นโครงการที่สองต่อในช่วงไตรมาส 2 นั่นคือ ศุภาลัย คิวท์ รัชโยธินพหลโยธิน 34 ซึ่งหากได้รับการตอบรับที่ดี อาจจะเปิดตัวอีกหนึ่งคอนโดมิเนียมใหม่

ด้าน แสนผิน สุขี กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเด้นแลนด์ เรสซิเด้นซ์ กล่าวว่า กลยุทธ์ของโกลเด้นแลนด์ฯ จะเน้นการวิจัยตลาดอย่างรอบคอบก่อนเปิดตัวโครงการใหม่ เพื่อให้สินค้าตรงกับความต้องการของกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด รวมถึงการหันมาใช้สื่อออนไลน์มากยิ่งขึ้น ทั้งเข้าเว็บไซต์ด้วยคอมพิวเตอร์และเข้าผ่านสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ต

ปัจจัยการเมืองยังคงเป็นตัวแปรสำคัญของตลาด ที่อยู่อาศัยไตรมาส 2 ซึ่งหากประเมินจากการปรับตัวของผู้ประกอบการแต่ละรายแล้ว จะเห็นได้ว่า ทุกรายเตรียมกระสุนพร้อม หากตลาดส่งสัญญาณว่ากำลังจะฟื้นตัว เชื่อว่าทุกค่ายพร้อมจัดหนัก

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท