
ปวดหัวใจ
“วิรไท สันติประภพ” ถือได้ว่าเป็นนักวิชาการ นักบริหาร หนุ่มไฟแรงน้ำดีคนหนึ่งของเมืองไทย โดยที่ผ่านมาพยายามเสนอทางออกให้กับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองอย่างต่อเนื่อง
“วิรไท สันติประภพ” ถือได้ว่าเป็นนักวิชาการ นักบริหาร หนุ่มไฟแรงน้ำดีคนหนึ่งของเมืองไทย โดยที่ผ่านมาพยายามเสนอทางออกให้กับประเทศทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมืองอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด วิรไท ได้โพสต์ FB ส่วนตัว ในเชิงตัดพ้อว่า เห็นข่าว รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง ระบุว่า กิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.คลัง ลงนามในหนังสือเรื่องขอเงินงบกลางเพื่อนำมาจ่ายคืนภาษีรถคันแรกแล้ว และเตรียมส่งเรื่องให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีบรรจุวาระเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาให้ความเห็นชอบ โดยเบื้องต้นกระทรวงการคลังของบไป 8,000 ล้านบาท ไว้จ่ายให้ผู้ซื้อรถคันแรกถึงสิ้นปีงบประมาณ 2557 หรือภายในเดือน ก.ย. 2557
โดยปลัดคลัง ระบุว่า การขอใช้งบกลางเพื่อนำมาจ่ายโครงการรถคันแรกครั้งนี้ น่าจะได้รับอนุมัติ เพราะกระทรวงพาณิชย์ส่งเงินจากการขายข้าวมาใช้คืนเงินที่ขอยืมไปจ่ายให้โครงการจำนำข้าวกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากที่ขอเบิกไป 2 หมื่นล้านบาท
วิรไท บอกว่า “ชาวนาที่ต้องลงทุนปลูกข้าวและอยู่ได้ด้วยเงินกู้นอกระบบยังได้เงินที่รัฐบาลติดหนี้ไม่ครบ แต่คนเมืองมีสตางค์ที่ซื้อรถคันแรกจะได้เงินภาษีคืนครบก่อน พูดไม่ออกกับพฤติกรรมบริหารบ้านเมืองแบบลิงแก้แหไปวันๆ”
ย้อนไปก่อนหน้านี้ วิรไท ก็เพิ่งระบายความในใจผ่าน FB ส่วนตัว ว่า เห็น กิตติรัตน์ ในฐานะ รมว.คลังที่เดินทางไปประชุมธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ทั้งที่เป็นรักษาการ รมว.คลัง แทนที่จะให้ปลัดกระทรวงเดินทางไป เพราะเป็นเพียง รมว.รักษาการไม่สามารถตอบคำถามเกี่ยวกับสถานะและอนาคตของตัวเองและประเทศได้ “น่าจะเป็นประโยชน์กว่าถ้าเอาค่าเดินทางทั้งของตัวเองและผู้ติดตามไปบริจาคให้ ธ.ก.ส.ไว้ช่วยชาวนา อาจจะช่วยรักษาชีวิตชาวนาที่อยากผูกคอตายหนีหนี้นอกระบบได้หลายคน”
เรียกว่านานๆ จะขอออกมาระบายความในใจที่อัดอั้นกับการบริหารประเทศของรัฐมนตรีและข้าราชการด้านเศรษฐกิจ แต่จะได้อย่างที่เรียกร้องมาหรือไม่คงต้องทำใจกันต่อไป เพราะวงในรู้กันว่าที่ รักษาการ รมว.คลัง เดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลไปประชุมครั้งนี้ เพราะมีวาระลับต้องการถ่วงเวลาการไปเป็นพยานชี้แจงโครงการจำนำข้าวกับ ป.ป.ช. ที่เอาผิดนายกรัฐมนตรี ถือเป็นการช่วยชีวิตนายกฯ ชาวนาไว้ทีหลังครับท่าน







