posttoday
ธุรกิจแฟนไชส์ยังรุ่งโตสวนการเมืองวุ่น-ศก.ซึม

ธุรกิจแฟนไชส์ยังรุ่งโตสวนการเมืองวุ่น-ศก.ซึม

14 เมษายน 2557

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

โดย...วราภรณ์ เทียนเงิน

ท่ามกลางปัญหาการเมืองที่ร้อนฉ่า กำลังซื้อของประชาชนซบเซา มีคำถามว่าจะลงทุนอะไรจึงสามารถสร้างรายได้ สร้างอาชีพให้ยั่งยืน

“พีระพงษ์ กิติเวชโภคาวัฒน์” ประธานที่ปรึกษา บริษัท บิสิเนส โค้ช แอนด์ คอนซัลติ้ง ที่ปรึกษา กิตติมศักดิ์ สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ ได้ให้ มุมมองต่อธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยว่า ยังเติบโตได้อีกมาก และสามารถขยายไปในอาเซียนได้

สำหรับการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์สามารถเพิ่มขึ้นได้อีกมาก โดยข้อมูลการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ทั่วโลก พบว่าประชากร 1 แสนคน จะมีธุรกิจแฟรนไชส์เปิดให้บริการจำนวน 4 บริษัท ส่วนในประเทศไทย ประชากรจำนวน 1 แสนคน จะมีบริษัทแฟรนไชส์เปิดให้บริการจำนวน 1 บริษัท ดังนั้นโอกาสการเปิดธุรกิจแฟรนไชส์รายใหม่จะมีมากขึ้น

ธุรกิจแฟรนไชส์เข้ามาในประเทศประมาณ 40 ปีแล้ว โดยที่ผ่านมา การลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ระยะเวลา 5 ปี จะมีผู้ที่อยู่รอดในธุรกิจ 20% ส่วน 80% เกิดปัญหาต้อง ปิดกิจการ และประสบปัญหาขาดทุน แตกต่างจากประเทศที่พัฒนาแล้ว เช่น ยุโรปและสหรัฐ มีธุรกิจแฟรนไชส์ที่ล้มเหลวและปิดกิจการสัดส่วน 6% เท่านั้น

การเปิดธุรกิจแฟรนไชส์ในไทย ระยะเวลา 1-2 ปีแรก จะมีธุรกิจที่ปิดกิจการในสัดส่วน 20%

ปีที่สาม มีธุรกิจที่ปิดกิจการ ในสัดส่วน 50%

ปีที่ห้า ปิดกิจการ สัดส่วนสูงถึง 80%

แต่สมาคมแฟรนไชส์และไลเซนส์ และหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจแฟรนไชส์ คาดว่าภายใน 10 ปีข้างหน้า ธุรกิจแฟรนไชส์ในไทยจะมีสัดส่วนที่ต้องปิดกิจการลดลง หรืออาจอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับต่างประเทศให้ได้

อุปสรรคสำคัญที่ทำให้ธุรกิจแฟรนไชส์เปิดไปแล้ว มีปัญหาคือ ไม่มีความรู้ ความเข้าใจ และความ เชี่ยวชาญในธุรกิจ ธุรกิจแฟรนไชส์มีขนาดเล็ก และ ใช้เงินลงทุนน้อย ประมาณ 1 หมื่น1 แสนบาท รวมทั้งเจ้าของแฟรนไชส์เร่งขยายสาขามากเกินไป ทำให้มีการบริหารงานที่ไม่มีประสิทธิภาพ

การลงทุนแฟรนไชส์ให้ประสบความสำเร็จ คือ ต้องมีเงินออมขั้นต่ำ 3 แสนบาท ใช้เงินลงทุนเปิดสาขาประมาณ 5 แสน1 ล้านบาท คนลงทุนควรมีอายุเฉลี่ย 34-42 ปี โดยสามารถกู้ยืมเงินธนาคารได้ ต้องมีอายุสัญญาของแฟรนไชส์ 10 ปีขึ้นไป เพื่อแสดงความมั่นคงของธุรกิจ สร้างยอดขายให้ได้ 3 แสนบาทต่อเดือน หรือเฉลี่ย 1 หมื่นบาทต่อเดือน สร้างกำไรสุทธิขั้นต่ำ 4 หมื่นบาทต่อเดือน รวมทั้งการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ส่วนใหญ่จะคืนทุนภายใน 3 ปี

ส่วนแฟรนไชส์ที่ขยายตัวดีและเติบโตสูง คือ กลุ่มอาหารเครื่องดื่ม และธุรกิจให้บริการในด้านต่างๆ มีศักยภาพเปิดสาขาในประเทศและรุกไปในตลาดอาเซียน

จึงอยากแนะนำให้ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ไทยที่มีแบรนด์ธุรกิจแข็งแกร่งและเติบโตดี ควรออกไปลงทุนในอาเซียน โดยปัจจุบันมีบริษัทไทยออกไปขยายสาขาแฟรนไชส์ในอาเซียนรวม 16 บริษัท จำนวนสาขา 200 สาขา

“พีระพงษ์” กล่าวต่อว่า การปรับตัวของธุรกิจแฟรนไชส์ในสถานการณ์ของประเทศไทยขณะนี้ ที่มีปัจจัยลบทั้งเรื่องการเมืองและเศรษฐกิจซบเซา ต้องแบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มที่กำลังเริ่มธุรกิจ ต้องมุ่งพัฒนาธุรกิจให้แข็งแกร่งมากที่สุด และสร้างมูลค่าเพิ่ม ไม่ควรเร่งขยายสาขา 2.กลุ่มที่ธุรกิจกำลังเติบโต ควรเร่งทำแบรนด์ของสินค้าให้ผู้บริโภครู้จักมากที่สุด และควรขยายสาขาแบบช้าๆ และ 3.กลุ่มธุรกิจที่เติบโตแล้ว ควรวางแผนขยายสาขา และ แผนการตลาดได้อย่างเต็มที่

ในปีนี้ประเมินว่าจะมีบริษัทที่เปิดให้ลงทุนแฟรนไชส์เพิ่มเป็น 500 บริษัท เติบโต 10% จากปีก่อน โดยคนที่เข้ามาลงทุนทำธุรกิจแฟรนไชส์จะมีจำนวน 3,000-5,000 คน เพิ่มขึ้น 58% ส่วนมูลค่าของธุรกิจแฟรนไชส์จะสูงถึง 2.2 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน

ในระยะยาวอยากให้ดัชนีการลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ของประเทศไทยเพิ่มขึ้น เพื่อทำให้การลงทุนของในประเทศไทย มาจากธุรกิจแฟรนไชส์สูงขึ้น เพราะที่ผ่านมา การลงทุนของคนในประเทศจะมาจากการลงทุนในธุรกิจตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยและลงทุนในอสังหาริมทรัพย์มากที่สุด

ทั้งนี้ หากผลักดันให้ธุรกิจแฟรนไชส์มีการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น ก็จะเป็นดัชนีชี้วัด “การลงทุน” ที่สำคัญของประเทศไทยต่อไป

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท