
3 ขาธุรกิจที่ลงตัวของ บล.ภัทร ใต้ปีก "เกียรตินาคิน"
ครบ 1 ปี 4 เดือน ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร กับการควบรวมกิจการกับธนาคารเกียรตินาคิน
โดย...ประลองยุทธ ผงงอย
ครบ 1 ปี 4 เดือน ของบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร กับการควบรวมกิจการกับธนาคารเกียรตินาคิน ซึ่งเป็นดีลหนึ่งที่ช่วยเสริมกลยุทธ์ธุรกิจระหว่างกันและเปลี่ยนชื่อย่อหุ้นร่วมกันคือ KKP ส่งผลให้มีผลิตภัณฑ์หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าทุกกลุ่มทำให้ตลาดใหญ่ขึ้นมาก
“ตรัยรักษ์ เต็งไตรรัตน์” กรรมการผู้จัดการ หัวหน้าสายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน บล.ภัทร ให้สัมภาษณ์ว่า การควบรวมกิจการกับธนาคารเกียรตินาคิน กว่า 1 ปีที่ผ่านมา ส่งผลดีต่อการทำธุรกิจอย่างชัดเจน เพราะมีครบ 3 ขาที่ลงตัว โดยขาที่ 1.ธนาคารเมอร์ลิน ลินซ์ เป็นพันธมิตร ซึ่งช่วยธุรกิจในระดับสากลมีการทำงานใกล้ชิดเหมือนเดิมด้วยเครือข่ายที่มีอยู่ทั่วโลก 2.บล.ภัทร ที่ชำนาญด้านตลาดทุน 3.ธนาคารเกียรตินาคิน ที่ประสานการทำงานร่วมกัน โดยผลลัพธ์หลังเป็น KKP เกิดกลยุทธ์ (Synergy) ร่วมเชิงธุรกิจในหลายด้านที่ชัดเจน คือ เรื่องเงินทุนและผลิตภัณฑ์ จากเดิม บล.ภัทร มีผลิตภัณฑ์จำนวนไม่มาก สำหรับกลุ่มลูกค้าธุรกิจบริษัท หรือคอร์ปอเรต ด้วยพื้นฐานเป็นโบรกเกอร์ที่ทำธุรกิจด้านตลาดทุนและเป็นที่ปรึกษาการควบรวมกิจการ เปรียบเทียบกับธนาคารเกียรตินาคินที่มีโครงสร้างฐานทุนที่แข็งแกร่ง และมีความเชี่ยวชาญในตลาดเฉพาะคือตลาดสินเชื่อรถยนต์
ขณะที่ บล.ภัทร มีการเติบโตอย่างมากส่งผลให้เงินทุนในการทำธุรกิจเริ่มตึงตัว เมื่อควบรวมกิจการแล้วทำให้ฐานเงินทุนใหญ่ขึ้นเพื่อรองรับการขยายธุรกิจด้านตลาดทุนและธุรกิจเงินลงทุนของบริษัท ขณะเดียวกัน KKP จะนำผลิตภัณฑ์การลงทุนของบริษัททุกประเภทไปเสริมให้กับฐานลูกค้าจากเดิมที่มีเฉพาะเงินฝาก หรือเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกัน คือ KKP ซึ่งเป็นกลยุทธ์ร่วมที่เห็นทันที และยังต้องทำต่อเนื่องในกลุ่มลูกค้ารายย่อย
แผนงานต่อไป คือ ธนาคารเกียรตินาคินตั้งฝ่ายงานใหม่ขึ้น คือ ฝ่ายสินเชื่อธุรกิจ (Corporate Lending ) จากเดิมที่ไม่เคยปล่อยกู้กลุ่มนี้ ซึ่งได้เริ่มปล่อยเงินกู้เงินจำนวน 6,0007,000 ล้านบาทให้กับ บริษัท ซีพี ออลล์ (CPALL) เพื่อนำไปรีไฟแนนซ์เงินกู้ในการซื้อกิจการของบริษัท สยามแม็คโคร (MAKRO) และยังมีแผนขยายสินเชื่อต่อเนื่องในกลุ่มธุรกิจ โดยมีโอกาสจากฐานลูกค้าเดิมของ บล.ภัทร ที่มีจำนวนมาก และมีความสัมพันธ์มายาวนาน 510 ปี ถือเป็นการประสานทำงานร่วมกัน
นอกจากนั้น ยังตั้งฝ่ายงานด้านตลาดเงิน (Financial Market) เพื่อดูแลอัตราดอกเบี้ยและอัตราแลกเปลี่ยนซึ่งเริ่มให้บริการกับลูกค้าธุรกิจ ส่วนสายงานด้านตราสารหนี้ที่ บล.ภัทร ไม่เคยทำเพราะอดีตไม่มีระบบรองรับธุรกิจ เมื่อตั้งขึ้นใหม่ถือว่าประสบความสำเร็จ
ขณะเดียวกันจะมีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ โดยมีบางผลิตภัณฑ์ที่ความชำนาญของทั้งสองฝั่งซึ่งจะใช้โครงสร้างทั้งการกู้ การออกหลักทรัพย์ หรือออปชั่น เพิ่มผลิตภัณฑ์ที่ให้บริการลูกค้ามีความหลายหลากมากขึ้น
ด้านแผนงานหลักของกลุ่มธนาคารเกียรตินาคิน ปัจจุบันยังไม่เร่งดำเนินการเพื่อให้มีบริการครบเต็มรูปแบบเช่นเดียวกับ 4 ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เพราะมีข้อจำกัดของจำนวนสาขาที่มี 8090 แห่ง โดยนโยบายจะเน้นในตลาดเฉพาะที่กลุ่มเชี่ยวชาญและชำนาญ
“ตรัยรักษ์” กล่าวว่า จุดแข็งของบริษัทคือความเป็นมืออาชีพทำงานทุกอย่าง มีมาตรฐานเพื่อผลประโยชน์ของลูกค้า โดยเป้าหมายใน 35 ปีข้างหน้า โมเดลธุรกิจจะพยายามทำผลิตภัณฑ์ให้เข้าถึงลูกค้าทั่วไป แต่จะไม่ลงไปแข่งในตลาดขนาดเล็กเกินไปจนกระทั่งลูกค้าสถาบันไม่ซื้อผลิตภัณฑ์นั้น เช่น กรณีหุ้นไอพีโอเพื่อเข้าตลาดหุ้น หากมีเฉพาะนักลงทุนรายย่อยมาซื้อราคาหุ้นในตลาดจะมีการเคลื่อนไหวที่ผันผวน ขณะที่นักลงทุนสถาบันในและต่างประเทศจะกำหนดมาตรฐานของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ให้มีคุณภาพ พร้อมทั้งต้องการเพิ่มพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ต่อเนื่องด้านตลาดทุน เพราะเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดทุนฮ่องกงและสิงคโปร์แล้วของไทยยังมีจำนวนน้อย ควบคู่กับการขายการปล่อยสินเชื่อธุรกิจ และยกมาตรฐานให้ดีขึ้นจากเดิม
ด้าน “อนุวัฒน์ ร่วมสุข” ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุน สายงานวาณิชธนกิจและตลาดตราสารทุน บล.ภัทร อธิบายเพิ่มเติมว่า ฝ่ายงานตลาดเงินของธนาคาร คือ จะดูแลผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับดอกเบี้ย เงินฝาก และการซื้อขายตราสารหนี้ ดังนั้น บล.ภัทร จึงจัดตั้งสายงานที่ทำธุรกิจรับประกันการจัดจำหน่ายตราสารหนี้ ซึ่งเริ่มงานครั้งแรกในเดือน ธ.ค. 2556 โดยถึงปัจจุบันได้รับงานไปเกือบ 10 ดีล ซึ่งมีดีลขนาดใหญ่ คือ ของบริษัท ซีพี ออลล์ และบริษัทลูกของบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) ซึ่งฝ่ายงานนี้ประสบความสำเร็จ ด้วยความร่วมมือของทีมงานขายที่แข็งแกร่งของธนาคาร บวกกับฐานลูกค้านักลงทุนบุคคลและสถาบันที่เข้มแข็งที่มีความสามารถในการซื้อของ บล.ภัทร แต่ยอมรับว่าผลิตภัณฑ์ใหม่ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนาร่วมกัน







