
สงคราม "สงกรานต์" ดูสิงค์โปร์แล้วย้อนดูตัว
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในสังคมไทยก่อนหน้านี้ เมื่อมีข่าวประชาสัมพันธ์การจัดเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ในสิงคโปร์
กลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างเผ็ดร้อนในสังคมไทยก่อนหน้านี้ เมื่อมีข่าวประชาสัมพันธ์การจัดเทศกาลสงกรานต์อย่างยิ่งใหญ่ในสิงคโปร์
คนไทยบางส่วนรู้สึกว่า สิงคโปร์กำลังแย่งวัฒนธรรมของไทยไป บ้างก็เชียร์ให้จดลิขสิทธิ์เทศกาลสงกรานต์ ซึ่งแม้ภายหลังผู้จัดงานได้ออกมาประกาศยกเลิกกิจกรรมสาดน้ำ โดยให้เหตุผลว่าสิงคโปร์เผชิญกับภาวะภัยแล้งและต้องการประหยัดน้ำ ซึ่งเป็นของหายากในเกาะแห่งนี้ แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่าจะกระตุกให้คนไทยได้หันกลับมาทำความเข้าใจแก่นแท้ของ “สงกรานต์” ที่เป็นวัฒนธรรมร่วมของภูมิภาค
สุทธินี ยาวะประภาษ ที่ปรึกษากระทรวงวัฒนธรรมและผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลมรดกโลก กระทรวงวัฒนธรรม อธิบายว่า หนังสือ Traditional Festivals of ASEAN ซึ่งเวียดนามเป็นเจ้าของโครงการระบุว่า งานเทศกาลในอาเซียนมีความหลากหลายมากมายตามบริบทของประเพณีนั้นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งไทย กัมพูชา และลาว ได้ชื่อว่าเป็นประเทศแห่งงานเทศกาล
ในฐานะที่อาเซียนเป็นภูมิภาคแห่งการปลูกข้าว องค์ประกอบสำคัญที่เกิดเป็นงานเทศกาลในประเทศต่างๆ มักคล้ายคลึงกัน เริ่มต้นที่ดิน น้ำ และข้าว เช่น งานแรกนาขวัญ งานวันปีใหม่ งานแข่งเรือ แต่เพราะงานเทศกาลในปัจจุบันกลายเป็นทรัพยากรทางวัฒนธรรมเพื่อนำรายได้เข้าประเทศ ทำให้คุณค่าของความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ มนุษย์กับสังคมและมนุษย์กับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นวิถีชีวิตหมดไป
อย่างกรณีการจัดสงกรานต์ในสิงคโปร์ เข้าใจว่าอยู่ในรูปแบบของสิ่งบันเทิง มากกว่าเป็นงานเทศกาลในวิถีชีวิตที่ผ่านมา สิงคโปร์พยายามสร้างภาพของโลกตะวันออกที่น่าพิสมัยและฝังอยู่ในการพัฒนาและความก้าวหน้าของสิงคโปร์ พัฒนาสิงคโปร์ให้เป็น “นครแห่งศิลปะ” ผ่านการสร้างพิพิธภัณฑ์ต่างๆ รวมถึงพยายามทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางศิลปวัฒนธรรมอาเซียน ด้วยการนำเสนอเนื้อหาวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในอาเซียน ทั้งการจัดแสดงนิทรรศการและสาธิตวัฒนธรรมของหลายประเทศ
การจัดงานสงกรานต์ที่สิงคโปร์ ก็เป็นอีกรูปแบบหนึ่งของการนำเสนอวัฒนธรรมของประเทศต่างๆ ในอาเซียน แต่เน้นหนักเฉพาะเรื่องบันเทิงเริงรมย์ ไม่ใช่งานเทศกาลในวิถีชีวิต
น่าสนใจว่า เรื่องนี้ได้กลายเป็นเหมือนกระจกสะท้อนถึงการจัดเทศกาลในไทย ที่มีประเด็นเบี่ยงเบนออกไปจากเทศกาลดั้งเดิมอยู่มากจนกลายเป็นเรื่องบันเทิงเริงรมย์ เช่น จัดประกวดนางงาม เล่นสาดน้ำอย่างคึกคะนองจนนำไปสู่ภาวะวิกฤตทางวัฒนธรรม เป็นเรื่องของการตลาด การบริโภคนิยม มากกว่าจะเป็นเรื่องของวัฒนธรรมอันดีงาม
ดังนั้น ฝ่ายไทยควรจะทบทวนว่าเทศกาลสงกรานต์ที่เป็นของแท้และมีคุณค่าที่โดดเด่นเป็นสากลควรเป็นอย่างไร งานสงกรานต์ที่ถูกที่ควรตามวัฒนธรรมอันดีงามนั้นจะมีที่ประเทศไทย หรือหากเป็นประเทศอื่นๆ ที่มีวัฒนธรรมเทศกาลสงกรานต์ก็จะขึ้นอยู่กับบริบทของประเทศนั้น นักท่องเที่ยวที่มีรสนิยม โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากยุโรปจะนิยมสิ่งที่เป็นของแท้ สมบูรณ์แบบและงดงาม
“สงกรานต์” เป็นงานเทศกาลที่มีน้ำเป็นองค์ประกอบอยู่ในกลุ่มประเทศอาเซียนที่มีศาสนาหลัก คือ พุทธ ได้แก่ พม่า ไทย ลาว และกัมพูชา ซึ่งเป็นงานเทศกาลปีใหม่ โดยไทยใช้ชื่อสงกรานต์ ที่แปลว่า “ผ่าน” มีการเคลื่อนย้ายของพระอาทิตย์เข้าสู่ราศีเมษในเดือน เม.ย. ซึ่งถือว่าเป็นช่วงปีใหม่ เรียกว่ามหาสงกรานต์ ในรัฐเคดาห์ของมาเลเซีย ซึ่งมีคนไทเจ๊ะเหอาศัยอยู่ ก็มีการเฉลิมฉลองวันสงกรานต์ รวมถึงชนชาติไททุกหมู่เหล่าก็รวมตัวกันในเทศกาลสงกรานต์ เช่น ไทลื้อในยูนนาน ไทคำตี้ที่รัฐอัสสัมในอินเดีย ไทลาวและไทดำในประเทศลาว
ในทางประวัติศาสตร์ ดินแดนที่เป็นอาเซียนปัจจุบันมีการปะทะสังสรรค์ระหว่างวัฒนธรรมอินเดียและจีน หลายสิ่งหลายอย่างได้รับอิทธิพลมาจากสองวัฒนธรรมและรับสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งยังไม่เป็นรัฐชาติ จึงมีลักษณะเป็นวัฒนธรรมร่วมและไม่อาจจดเป็นลิขสิทธิ์ได้
แม้ว่ามรดกทางวัฒนธรรมในภูมิภาคนี้มีลักษณะใกล้เคียงกัน เนื่องจากได้รับอิทธิพล แพร่กระจาย แลกเปลี่ยนกันมาเป็นเวลานาน แต่ประเทศต่างๆ ก็ได้ปรับปรุงพัฒนาสร้างสรรค์จากรุ่นสู่รุ่นจนมีลักษณะเฉพาะตัว ต่างฝ่ายจึงควรเคารพซึ่งกันและกัน ทำให้วัฒนธรรมเป็นสิ่งเชื่อมโยงความสัมพันธ์ที่เอื้ออาทรต่อกัน







