posttoday
สั่งรื้อเอทีเอ็มทั่วไทยปี'58 ธปท.ให้รองรับระบบชิปการ์ด

สั่งรื้อเอทีเอ็มทั่วไทยปี'58 ธปท.ให้รองรับระบบชิปการ์ด

11 เมษายน 2557

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

ปัญหาการโจรกรรมข้อมูลบนบัตรเอทีเอ็มของลูกค้าธนาคาร เกิดขึ้นเป็นระยะเหมือนเชื้อโรคที่ฆ่าไม่ตาย ทำให้ประชาชนกว่า 10 ล้านคน ที่ถือบัตรเอทีเอ็มต้องคอยหวาดผวาว่าเราจะตกเป็นเหยื่อโจรไฮเทคเมื่อไหร่

แต่ปัญหานี้กำลังจะถูกขจัดให้หมดไปโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้เข้ามาเป็นเจ้าภาพหารือกับธนาคารพาณิชย์หาทางแก้ไขปัญหาและได้ข้อสรุปว่าต้องใช้ “ไมโครชิป” บนบัตรเอทีเอ็มเดบิต ป้องกันโดนสกิมมิ่งคัดลอกข้อมูลบนบัตรเครดิต

รุ่ง มัลลิกะมาส โฆษก ธปท. กล่าวว่า คณะกรรมการระบบชำระเงิน ธปท. และธนาคารพาณิชย์มีแผนเปลี่ยนเครื่องเอทีเอ็มทั้งหมดให้รองรับระบบชิป ภายในปี 2558 และภายในปี 2559 ธนาคารพาณิชย์ต้องออกบัตรอิเล็กทรอนิกส์ใหม่เป็นแบบชิปทั้งหมด

ส่วนบัตรเอทีเอ็มแถบแม่เหล็กแบบเดิมยังใช้ได้ไม่ได้หมดอายุทันที อย่างไรก็ดี อยากให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังทุกครั้งที่กดเอทีเอ็ม โดยสังเกตเครื่องเอทีเอ็มว่าผิดปกติหรือไม่ หรือคนรอบข้างที่อาจจะแอบดูรหัสผ่าน เป็นต้น

วิเทศ เตชางาม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์และบริการจัดการทางการเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า การแก้ไขการโจรกรรมข้อมูลลูกค้าเอทีเอ็มคงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนเครื่องเอทีเอ็มทุกแบงก์ทั้งหมด เครื่องเอทีเอ็มที่มีการเปลี่ยนในช่วง 35 ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะมีระบบรองรับการใช้ชิปการ์ดอยู่แล้ว แค่ตั้งค่าก็ใช้ได้โดยไม่ต้องซื้อเครื่องใหม่

เครื่องเอทีเอ็มบางรุ่นที่ใช้แถบแม่เหล็กก็สามารถติดเครื่องอ่านชิปการ์ดเพิ่มเข้าไปเพิ่มเติมก็ใช้ได้ ส่วนตู้เอทีเอ็มรุ่นเก่า ที่ปัจจุบันก็มีการใช้กันอยู่ก็อาจจะต้องเปลี่ยนเพราะล้าสมัยเกินไป

“เข้าใจว่า ธปท.คงจะให้เปลี่ยนแค่ตัวเครื่องเอทีเอ็ม ไม่ใช่เปลี่ยนทั้งตู้คีออส เพราะจะมีราคาแพงกว่ากันมาก” วิเทศ กล่าว

วิเทศ กล่าวต่อไปว่า สำหรับตู้เอทีเอ็มของธนาคารขณะนี้ใช้ได้กับบัตรเอทีเอ็มแบบแถบแม่เหล็กเท่านั้น แต่มีระบบภายในที่รองรับการใช้บัตรแบบชิปอยู่แล้ว ซึ่งสามารถแก้ไขโปรแกรมเพิ่มการอ่านชิปในเครื่องเดิมได้ทันที และธนาคารจะเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มทุกประเภทเป็นแบบชิปประมาณปลายปีนี้

ปัจจุบันธนาคารกรุงไทยมีเครื่องเอทีเอ็ม 9,310 เครื่องทั่วประเทศ ซึ่งต้นทุนการเพิ่มโปรแกรมอ่านชิปเฉลี่ยเครื่องละ 12 หมื่นบาท จะมีต้นทุนเพิ่มประมาณ 189 ล้านบาท หากทุกธนาคารต้องปรับปรุงตู้เอทีเอ็มทั้งระบบ ธนาคารก็คงจะใช้เงินแก้ไขในจุดนี้รวม 3,0004,000 ล้านบาท

“ที่ต้นทุนจะสูงมากคือธนาคารขนาดใหญ่ที่มีฐานลูกค้าเยอะ เพราะจะต้องเปลี่ยนบัตรเอทีเอ็มเป็นบัตรติดชิปซึ่งมีรวมเป็นสิบล้านบัตร แต่นี่เป็นการลงทุนที่จำเป็นเพราะเมื่อเกิดความเสียหายมันไม่คุ้มค่ากับชื่อเสียงของธนาคาร” วิเทศ กล่าว

อาจ วิเชียรเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ขณะนี้ทุกธนาคารกำลังพัฒนาระบบเอทีเอ็มรองรับชิปตามที่ ธปท.ให้นโยบาย แต่ยังมีข้อจำกัดเกี่ยวกับผู้ให้บริการติดตั้งระบบชิปที่มีอยู่ในประเทศไทยไม่ถึง 10 ราย ซึ่งต้องรับงานเปลี่ยนระบบเอทีเอ็มของทุกธนาคาร แต่เชื่อว่าเครื่องเอทีเอ็มทั่วประเทศจะรองรับชิปการ์ดได้ทั้งหมดภายในปี 2558 และเปลี่ยนการออกบัตรเอทีเอ็มแบบแม่เหล็กมาเป็นแบบชิปทั้งหมดตั้งแต่เดือน ม.ค. 2559 อย่างแน่นอนโดยการเปลี่ยนระบบครั้งนี้ธนาคารมีต้นทุนในการดำเนินการหลายร้อยล้านบาท ซึ่งยอมรับว่าสูงแต่มีความจำเป็นเพื่อความปลอดภัยทางการเงินของลูกค้า

"ส่วนกรณีที่มีเครื่องเอทีเอ็มถูกสกิมเมอร์เมื่อไม่นานมานี้ ที่ย่านประชานิเวศน์ 1 มีลูกค้าของธนาคารกสิกรไทยอยู่หลายสิบคน คิดเป็นมูลค่าความเสียหายหลักแสนบาท ซึ่งธนาคารในฐานะผู้ออกบัตรพร้อมรับผิดชอบความเสียหายให้ลูกค้าธนาคารในครั้งนี้ทั้งหมด" นายอาจ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท