
ลงทุนในทอง อีกทางเลือกในการลงทุน
ทองคำเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกการลงทุนซึ่งได้รับความนิยมสูงมาช้านาน เพราะมูลค่าของคำนั้นไม่ลดลงตามอัตราเงินเฟ้อ ไม่เหมือนเงินตรากระดาษที่มีมูลค่าถดถอยลงเรื่อยๆ
โดย...MoneyGuru.co.th
ทองคำเป็นอีกหนึ่งในทางเลือกการลงทุนซึ่งได้รับความนิยมสูงมาช้านาน เพราะมูลค่าของคำนั้นไม่ลดลงตามอัตราเงินเฟ้อ ไม่เหมือนเงินตรากระดาษที่มีมูลค่าถดถอยลงเรื่อยๆ
ซึ่งทองคำก็มีความต้องการอยู่เรื่อยๆ ให้ซื้อง่าย ขายสะดวก วันนี้ MoneyGuru จึงจะมาแนะนำเรื่องการลงทุนในทองคำสำหรับผู้อ่านทุกท่านที่กำลังสงสัยว่าควรนำเงินเก็บไปลงทุนกับอะไรดี
ทองคำเป็นสินทรัพย์ที่มีความต้องการอยู่เรื่อยๆ ไม่ใช่แค่เฉพาะในประเทศไทยแต่ทั่วโลก เพราะเป็นสินทัพย์ที่ถือไว้ป้องกันความเสี่ยง เมื่อเกิดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจทำให้คนไม่มั่นใจใน คนก็จะหันไปเก็บทองคำกันมากกว่า ส่งผลให้ราคาทองคำพุ่งสูง เงินตรา เช่นช่วงวิกฤตเศรษฐกิจสหรัฐ-ยุโรปที่ผ่านมาทำให้ช่วงนั้นราคาทองพุ่งสูงถึง 250-300 บาท เพราะนักลงทุนไม่มั่นใจในเงินดอลล่าร์ จึงส่งผลให้เกิดการเก็งกำไรที่สูงขึ้นในตลาดทองคำ
นอกเหนือจากนั้น จากรายงานในปี 2556 สมาคมทองคำจีนยังระบุว่าการบริโภคทองคำของชาวจีนพุ่งขึ้นสูงถึงร้อยละ 41 ในปีที่ผ่านมา ทะลุยอด 1,000 ตัน สาเหตุที่ความต้องการบริโภคสูงขึ้นเป็นเพราะการที่เศรษฐกิจโลกประบตัวดีขึ้นหลังจากอยู่ในช่วงซบเซามานาน ทำให้ราคาทองลดลงกว่าร้อยละ 28 และจากข้อมูลล่าสุดระบุว่าการนำเข้าทองคำจากฮ่องกงของจีนพุ่งทะลุ 1,158.62 ตัน มากกว่าสองเท่าของปี 2555 อีกทั้งมีรายงานว่าอัตราการผลิตขยายตัวขึ้นกว่าร้อยละ 6.2 ส่งผลให้จีบเป็นผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ที่สุดของโลกเป็นเวลาเจ็ดปีซ้อน
จากข้อมูลของศูนย์วิจัย TME Analytics ยังระบุว่าผลตอบแทนเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปี ของการลงทุนในทอง คือกว่าร้อยละ 11.6 ซึ่งเป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจและมีความเสี่ยงในการขาดทุนน้อยการการลงทุนในหุ้น อีกทั้งให้ผลตอบแทนที่มากกว่าเงินเฟ้อในแต่ละปี และจะให้ผลตอบแทนสูงขึ้นภายใต้สภาวะปัญหาการเมืองหรือความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
สำหรับการเริ่มต้นลงทุนในทองคำ MoneyGuru มีคำแนะนำมาให้มือใหม่ดังนี้ ถามตนเองเสียก่อนว่าจะลงทุนในระยะสั้นหรือระยะยาว คุณควรกำหนดให้ได้ว่าจะลงทุนเงินในมองระยะสั้น รอให้ราคาขึ้นแล้วขาย หรือเก็บทองไว้ระยะยาว อาจจะเป็นหลายปี ซึ่งการกำหนดระยะเวลาในการลงทุนจะส่งผลต่อวิธีการลงทุน
เลือกวิธีการลงทุน
การลงทุนในคองคำของประเทศไทยนั้นมีด้วยกันอยู่ 4 รูปแบบ คือ:
1. ซื้อทองคำจากร้านขายทอง
หากเป็นการลงทุนระยะสั้น คุณอาจซื้อเก็บไว้เมื่อทองคำราคาตก และนำไปขายในช่วงเหตุการณ์ไม่สงบหรือเมื่อทองราคาขึ้น หรือหากต้องการลงทุนระยะยาวคุณก็สามารถเก็บไว้แทนการออมเงิน
2. ลงทุนผ่านกองทุนรวมทอง
คือกองทุนรวมที่ซื้อทองคำมาเก็บไว้เป็นasset ในกอง ซึ่งมีข้อดีก็คือสามารถได้รับเงินปันผลจากกองทุน และกำไรจากส่วนต่างในมูลค่าหน่วยลงทุน แต่ก็มีค่าธรรมเนียมซื้อขายที่ต้องเสียและค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนเช่นกัน ทำให้อาจได้ผลตอบแทนน้อยลง ซึ่งกองทุนประเภทนี้สามารถหาซื้อได้ทั่วไปตามธนาคารต่าง
3. ลงทุนในสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้า หรือ Gold Futures
เป็นการลงทุนระยะสั้นผ่านสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าโดยมีทองคำ 96.5% เป็นสินค้าอ้างอิง ใช้เงินลงทุนไม่มากและไม่จำเป็นต้องลงตามมูลค่าทองจริงแต่ใช้เป็นการวางเงินประกันแทน
4. ลงทุนซื้อหุ้นในบริษัทที่ทำเหมืองทองผ่านตลาดหลักทรัพย์
ก็คล้ายการลงทุนในหุ้นซื้อต้องศึกษาข้อมูลบริษัทให้ดีก่อนทำการตัดสินใจ เพราะผลประกอบการณ์ของบริษัทนอกจากจะขึ้นกับราคาทองในตลาดแล้วยังขึ้นกับการบริหารจัดการอีกด้วย
ข้อแนะนำ
คุณควรเลือกวิธีการลงทุนที่เหมาะกับตนเองที่สุดและควรศึกษาข้อมูลทุกครั้งก่อนตัดสินใจ ทั้งนี้ลงทุนกระจายความเสี่ยงอย่าเอาเงินไปลงกับทองคำเพียงอย่างเดียวเพราะมีความเสี่ยงอยู่ทุกที่ เพราะหากราคาทองตกแล้วอาจจะต้องถือติดมือนานกว่าที่ต้องการก็เป็นได้ นอกจากนี้ควรมีวินัยในการลงทุน ด้วยการกำหนดจุด Stop loss ให้ชัดเจนและขายที่จุดดังกล่าวเพื่อหยุดการสูญเสียไม่ให้มากเกินไปทองคำแท่ง หรือ ทองคำรูปพรรณ ดี?
หากต้องการลงทุนทองคำแท่งอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่าเพราะไม่ต้องเสียค่ากำเหน็จในการซื้อขายและมักไม่โดนกดราคา ส่วนทองคำรูปพรรณนั้นสามารถสวมใส่ได้ แต่หากจุดประสงค์เป็นเพื่อการลงทุนอย่างเดียว ทองคำแท่งน่าจะเป็นทางเลือกที่ดีกว่า นอกจากนี้ ควรติดตามข่าวสารที่เกิดขึ้นรอบวันในโลก โดยเฉพาะค่าเงินดอลล่าร์ ราคาน้ำมัน และข่าวสถานการณ์บ้านเมือง เพราะข่าวเหล่านี้มักส่งผลกระทบต่อราคาทองเสมอ โดยจากสถิติที่ผ่านมา การเคลื่อนไหวของราคาทองคำนั้นมักเป็นไปตามทิศทางตรงกันข้ามกับการแข็งค่าและอ่อนตัวของเงินดอลล่าร์ และตามสถิติแล้วมักเคลื่อนไหวไปในทางเดียวกับราคาน้ำมันโลก สุดท้ายนี้ ควรซื้อจากร้านค้าที่วางใจได้ร้านขายทองควรโปร่งใสและตรงไปตรงมา โดยมีข้อมูลให้ลูกค้าอย่างครบถ้วนว่าทองมาจากประเทศอะไร และมีการชั่งน้ำหนักอย่างละเอียด รวมทั้งมีฉลากที่ตรงตามข้อกฎหมายกำหนด และควรติดประกาศราคารับซื้อคืนขั้นต่ำชัดเจน หากทางร้านมีพฤติกรรมไม่โปร่งใสสามารถโทรศัพท์ติดต่อสคบ.ได้ที่หมายเลข 1166
ขอบคุณข้อมูลจาก







