
สรรพากรเฮคืนภาษีต่ำเป้า
เศรษฐกิจชะลอตัวหนักเอกชนไม่ขึ้นเงินเดือน ทำยอดคืนภาษีเงินได้ต่ำเกินคาด แม้ปรับฐานภาษีให้
เศรษฐกิจชะลอตัวหนักเอกชนไม่ขึ้นเงินเดือน ทำยอดคืนภาษีเงินได้ต่ำเกินคาด แม้ปรับฐานภาษีให้
นายสุทธิชัย สังขมณี อธิบดีกรมสรรพากร เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่กรมสรรพากรปิดรับการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีไปตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา พบว่า ในจำนวนผู้แสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากว่า 10 ล้านราย มีผู้ขอคืนภาษี 3.3 ล้านราย คิดเป็นยอดที่กรมสรรพากรตีเช็คคืนเงินภาษี ถึง ณ วันที่9 เม.ย. เป็นเงินกว่า 2.4 หมื่นล้านบาทซึ่งถือว่าต่ำกว่าเป้าหมายที่กรมสรรพากรคาดไว้ก่อนหน้านี้ถึงราวเท่าตัว
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้กรมสรรพากรคาดว่าหลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศปรับโครงสร้างการเสียภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ จาก 5 ขั้น เป็น 7 ขั้น จะส่งผลให้ยอดการขอคืนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเพิ่มสูงขึ้นถึง 5 หมื่นล้านบาทแต่ตัวเลขที่ได้รับจริงในปีนี้กลับต่ำกว่าเป้าประมาณ 2.5-2.6 หมื่นล้านบาท
ขณะที่ยอดการเสียภาษีเพิ่มพร้อมแบบฯ ในปีนี้อยู่ที่ 1.4 หมื่นล้านบาทลดลงจากปีก่อนที่มียอดเสียภาษีเพิ่ม 1.8 หมื่นล้านบาท
นายสุทธิชัย กล่าวว่า สาเหตุที่คนขอคืนภาษีต่ำกว่าเป้าหมายนั้น เกิดจากรายได้ที่นำมาคำนวณภาษีของผู้เสียภาษีไม่เพิ่มตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง และอีกส่วนหนึ่งมาจากสิทธิการลดหย่อนของผู้เสียภาษีบางรายหมดไป เช่น การขอลดหย่อนเงินกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF)และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ(RMF)ไม่ต่อเนื่องกันจึงถูกตัดสิทธิรวมถึงภาษีลูกกตัญญูที่บิดา มารดาอาจเสียชีวิตไป จึงไม่สามารถยื่นขอลดหย่อนได้อีก
สำหรับสาเหตุการคืนภาษีเงินได้ช้าสำหรับผู้เสียภาษีบางรายนั้น อธิบดีกรมสรรพากร กล่าวว่า ผู้ที่ขอเงินภาษีคืนและยังไม่ได้รับเช็ค ขณะนี้เหลืออีกประมาณ10% ของผู้ที่ขอภาษีคืน บางรายอาจจัดอยู่ในกลุ่มสุ่มตรวจจึงทำให้การคืนล่าช้าขณะนี้พนักงานกรมสรรพากรก็ทำงานทั้งวันทั้งคืน ซึ่งกรมตั้งเป้าว่าจะเร่งภาษีให้ครบทั้งหมดภายในเดือน มิ.ย.นี้
ด้านเป้าหมายการจัดเก็บภาษีบุคคลธรรมดาปีนี้อยู่ที่ 2.94 แสนล้านบาท เท่าที่ประเมินสถานการณ์ล่าสุดเชื่อว่าปี2557 ยอดจัดเก็บจะต่ำกว่าเป้าหมายแน่นอน เพราะโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดาใหม่ ทำให้การหักภาษี ณ ที่จ่ายลดลง โดยสะท้อนจากยอดอากรแสตมป์ที่เป็นดัชนีวัดการจ้างงาน 6 เดือนที่ผ่านมาปรับลดลง 200 ล้านบาท และผลกระทบจากการเมืองทำให้รายได้ของคนลดลงด้วย
ทั้งนี้ หลังจากที่กรมสรรพากรได้ปิดการยื่นแบบแสดงรายการการเสียภาษีทั้งการยื่นแบบกระดาษและผ่านอินเทอร์เน็ตแล้ว ตั้งแต่วันที่ 8 เม.ย.ที่ผ่านมา มีตัวเลขผู้เสียภาษียื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากว่า 10 ล้านราย ในจำนวนนี้มีผู้ยื่นเสียภาษีทางอินเทอร์เน็ต7.7 ล้านราย หรือเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 11%
อย่างไรก็ดี ในเดือน พ.ค.นี้ จะถึงรอบการจัดเก็บภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยอธิบดี กรมสรรพากรได้กำชับให้การจัดเก็บภาษีเป็นไปอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะต้องตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลของบริษัทว่า สอดคล้องกับการเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาของเจ้าของบริษัท ผู้บริหารหรือกรรมการบริษัทหรือไม่ เนื่องจากที่ผ่านมาพบว่ามีการหลบเลี่ยงภาษีเกิดขึ้นจำนวนมาก







