
เทรนด์ใหม่หัตถกรรมไทยไม่ตกกระแสตลาดโลก
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Hi Crafts มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ หรืองาน IICF 2014 ซึ่งจัดขึ้นที่ไบเทค บางนา นับว่าเป็นงานที่รวบรวมความเป็นหัตถกรรมไว้อย่างครบทุกรูปแบบ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ Hi Crafts แทบไม่อยากจะเชื่อว่ากิจกรรมแบบนี้จะอยู่ภายใต้งานแสดงสินค้าหัตถกรรมไทย นั่นก็คือ SACICT Craft Trend
สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา Hi Crafts มีโอกาสไปเยี่ยมชมงานเทศกาลนวัตศิลป์นานาชาติ หรืองาน IICF 2014 ซึ่งจัดขึ้นที่ไบเทค บางนา นับว่าเป็นงานที่รวบรวมความเป็นหัตถกรรมไว้อย่างครบทุกรูปแบบ และอีกหนึ่งกิจกรรมที่ทำให้ Hi Crafts แทบไม่อยากจะเชื่อว่ากิจกรรมแบบนี้จะอยู่ภายใต้งานแสดงสินค้าหัตถกรรมไทย นั่นก็คือ SACICT Craft Trend
เรากำลังพูดกันถึงเทรนด์งานหัตถกรรมในประเทศไทยในอนาคตว่าจะไปทิศทางใด จะแตกต่างหรือใกล้เคียงกับเทรนด์งานหัตถกรรมในตลาดโลกเพียงใด
ถ้าพูดถึง SACICT Craft Trend คือก้าวสำคัญก้าวใหม่ที่น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งสำหรับงานหัตถกรรมในบ้านเรา โดย SACICT Craft Trend เป็นแหล่งความรู้ใหม่เกี่ยวกับนวัตกรรมของงานหัตถกรรม และแนวโน้มการออกแบบที่สอดคล้องกับตลาดโลก (World Trend) เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด โดยนำเสนอความเคลื่อนไหวที่มีอิทธิพลต่อผู้บริโภคทั้งในประเทศและทั่วโลก ทั้งการสร้างสรรค์และการออกแบบต่างๆ สำหรับการประยุกต์ สร้างสรรค์ และพัฒนางานหัตถกรรมไทย
SACICT Craft Trend ริเริ่มขึ้นโดยศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) เพื่อส่งต่อแบบแผนที่ได้รับต่อมา ในรูปแบบ The New Traditional : วิถีใหม่ ไทยนวัตศิลป์ ผ่านผลงานร่วมสมัยของนักออกแบบและช่างผู้มีทักษะฝีมือของไทยที่ร้อยโยงงานออกแบบสมัยใหม่เข้ากับการผลิตหรือลวดลายแบบดั้งเดิม โดยผู้คนจะได้สัมผัสเสน่ห์แห่งงานหัตถกรรมแบบดั้งเดิมในมุมต่างๆ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวแตกต่างไป ให้ตรงกับความต้องการของคนในปัจจุบัน
มาดูกันค่ะว่า SACICT Craft Trend จะกำหนดเทรนด์งานหัตถกรรมอย่างไร เริ่มที่กลุ่มแรก
Fine & High : งดงามและสูงส่ง
กระแสของเทรนด์ระดับโลกที่ปรากฏทั้งในงาน Milan Fair 2013 และ Maison & Objet 2014 เห็นได้ว่านักออกแบบส่วนใหญ่หันมาให้ความสำคัญกับงานที่มีรายละเอียดสูง สำหรับชนชั้นสูงหรือเฉพาะกลุ่มกันมากขึ้น โดยนำมาลดทอนในแนวทางของตัวเอง ก่อเกิดเป็นการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากความประณีตและงดงามของศิลปะชั้นสูง เช่น เครื่องเขิน พวงมาลัย งานแกะสลัก งานลงรักปิดทอง ฯลฯ แต่ไม่ใช่การทำตามแบบตรงไปตรงมา อาจเป็นแค่การดึงลวดลายและสีสันอันวิจิตรมาใช้บนวัสดุใหม่หรือการสร้างลวดลายใหม่ที่เรียบง่ายขึ้นบนวัสดุเดิม ซึ่งเป็นวัสดุที่มีความเงางามและมีราคา รวมถึงสีสันที่ดูหรูหรา
กลุ่มที่ 2 Inspired by Wisdom : มรดกแห่งภูมิปัญญา
คุณค่าของวัฒนธรรมที่ลงลึกถึงรายละเอียดของงานชั้นครู สร้างการเรียนรู้และต่อยอดให้เกิดความน่าสนใจ ถือเป็นการออกแบบสมัยใหม่ที่มีเสน่ห์ของภูมิปัญญาและเทคนิคเก่าของช่างฝีมือดั้งเดิมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งปัจจุบันหาดูได้ยากยิ่งขึ้น โดยผลงานในกลุ่มนี้จะถูกผสมผสานให้เกิดความทันสมัยที่คงรายละเอียดของการผลิตที่บ่งบอกถึงฝีมือเชิงช่าง วัสดุและสีที่เลือกใช้ในกลุ่มนี้จะเป็นสีที่มาจากธรรมชาติ แต่มีความสวยงามในตัวเอง
กลุ่มที่ 3 Vintage Technology : อุตสาหกรรมแบบทำมือ
งานกลุ่มนี้แม้จะยังมีไม่มากนักในเมืองไทยแต่ในต่างประเทศกำลังเป็นเทรนด์ที่ได้รับความสนใจ และน่าจับตามองมากที่สุด นักออกแบบหน้าใหม่จะใช้วิธีการทดลองสนุกกับการค้นคว้า คิดค้นวัสดุที่ไม่ซ้ำใครจนเกิดเป็นวัสดุของตัวเอง รวมถึงการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ไปปรับใช้กับการสร้างงานหัตถกรรม ผลที่ได้คือ งานอุตสาหกรรมที่มีความละเอียดแบบงานฝีมือ วัสดุที่อยู่ในกลุ่มนี้คืองานเหล็ก และสีสันใช้ สีเทา หรือดำ
กลุ่มสุดท้าย Folk Crafts & Vernacular : พื้นถิ่นบันดาลใจ
การค้นคว้า ลงมือ และปฏิบัติจริง ก่อให้เกิดการออกแบบที่ได้แรงบันดาลใจจากเสน่ห์ของลวดลายที่มาจากการใช้งานแบบพื้นบ้าน การอยู่ร่วมกับธรรมชาติ ภูมิประเทศของไทย รวมถึงความเชื่อและวิถีชีวิตของชาวบ้านพื้นถิ่นรวมถึงชนเผ่า ต่อยอดให้งานกลุ่มนี้เกิดการทำงานร่วมกันระหว่างผู้ผลิตในท้องถิ่นกับนักออกแบบรุ่นใหม่ เพื่อสร้างสรรค์งานหัตถกรรมที่มีสีสันเป็นธรรมชาติ (น้ำเงินคราม ม่วงดอกกล้วยไม้ป่า และเหลืองขมิ้น เป็นต้น) สะท้อนรูปแบบเฉพาะตัวแต่ละพื้นที่
เป็นอย่างไรบ้างคะกับเทรนด์งานหัตถกรรมไทยทั้ง 4 กลุ่ม สามารถหารายละเอียดข้อมูลเทรนด์ทั้ง 4 กลุ่มนี้แบบเต็มรูปแบบได้ที่ ศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพระหว่างประเทศ (องค์การมหาชน) จ.พระนครศรีอยุธยา







