posttoday
‘SCC’ร่วมทุนอิตาลี

‘SCC’ร่วมทุนอิตาลี

09 เมษายน 2557

ทุ่ม506ล้านตั้งโรงงานผลิตเซรามิกขอหุ้น33%หวังเจาะตลาดระดับบน

ทุ่ม506ล้านตั้งโรงงานผลิตเซรามิกขอหุ้น33%หวังเจาะตลาดระดับบน

ปูนซิเมนต์ไทยทุ่ม 506 ล้านบาท รุกร่วมทุนฟลอริม เซรามิก ลงทุนผลิตกระเบื้องที่อิตาลี

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) เปิดเผยว่า ธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักของ SCC ได้เข้าร่วมทุนในสัดส่วน 33% คิดเป็นมูลค่า 506 ล้านบาท กับ ฟลอริม เซรามิก เอส.พี.เอ. (ฟลอริม) ประเทศอิตาลี เพื่อลงทุนในโรงงานผลิตกระเบื้องเซรามิกในระดับบน ที่เมืองโบโลญญา ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี ด้วยขนาดกำลังการผลิต 5 ล้านตารางเมตรต่อปี ทั้งนี้คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการผลิตได้ภายในต้นปี 2558

อย่างไรก็ตาม การเข้าร่วมทุนกับฟลอริมครั้งนี้ นอกจากจะช่วยยกระดับและเสริมสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์คอตโตแล้ว ยังทำให้คอตโตสามารถผลิตกระเบื้องเซรามิกขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นสินค้าที่มีมูลค่าสูง (HVA) ได้ โดยใช้เทคโนโลยีพิเศษที่เรียกว่า Continua Plus ซึ่งในปัจจุบันมีเฉพาะในทวีปยุโรปเท่านั้น

สำหรับเอสซีจี ซิเมนต์ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ปัจจุบันเป็นผู้ผลิตกระเบื้องเซรามิกที่มีขนาดกำลังการผลิตใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีกำลังการผลิตรวม 225 ล้านตารางเมตรต่อปี จากโรงงานตั้งอยู่ทั้งในประเทศไทย เวียดนาม อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์

ขณะที่ฟลอริมเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตกระเบื้องเซรามิกระดับโลก มีโรงงานผลิต ธุรกิจค้าขาย และหุ้นส่วนทางธุรกิจทั้งในยุโรป สหรัฐ และเอเชีย มีพนักงานมากกว่า 1,300 คน และมีกำลังการผลิต 23 ล้านตารางเมตรต่อปี

ทั้งนี้ ในปี 2556 ฟลอริมมียอดขายรวมกำไรก่อนหักดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา และกำไรสุทธิ เท่ากับ 1.5 หมื่นล้านบาท 3,285 ล้านบาท และ 1,620 ล้านบาท ตามลำดับ โดยแบรนด์ของฟลอริม ประกอบด้วย ฟลอร์ เกรส, เร็กซ์, เซริม, คาซา โดซ คาซา และฟลอริม ยูเอสเอ

ด้าน SCC ประกาศกำไรสุทธิไตรมาส 4 ปี 2556 เท่ากับ 8,200 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 16% จากไตรมาส 3 ปี 2556 สูงกว่าคาดการณ์ 17% เนื่องจากมีกำไรพิเศษประมาณ 600 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) และกำไรสุทธิทั้งปี 2556 เท่ากับ 3,670 ล้านบาท เติบโตสูงถึง 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นอัตราสูงสุดในรอบ 9 ปีย้อนหลัง

อย่างไรก็ดี การที่กำไรเติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องมาจากการปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องของส่วนต่างผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีสอดคล้องกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและธุรกิจปูนซิเมนต์ที่เติบโตทั้งในด้านปริมาณขายและราคาขายเฉลี่ยต่อตันภายหลังที่ผลประกอบการปี 2556 เติบโตสูงถึง 56% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่เกิดจากทั้งธุรกิจปิโตรเคมี ปูนซิเมนต์ และวัสดุก่อสร้าง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กรุงศรี ยังแนะนำซื้อหุ้น SCC โดยให้ราคาที่เหมาะสมปีนี้หุ้นละ 500 บาท โดยคาดการณ์แนวโน้มเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2557 จะเหลือการเติบโตเพียง 8% จากปีก่อน โดยมีธุรกิจปิโตรเคมีเป็นปัจจัยหลักสร้างอัตราเติบโต ในขณะที่คงมุมมองอนุรักษนิยมต่อธุรกิจปูนซิเมนต์และวัสดุก่อสร้างภายหลังที่งานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศครั้งใหญ่ชะลอออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ราคาหุ้น SCC ปิดที่ 420 บาท ลดลง 8 บาท หรือลดลง 1.87% ลงแรงกว่าดัชนีหุ้นไทยที่ปิดที่ 1,379.34 จุด ลดลง 12.67 จุด หรือลดลง 0.91% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 28,330.84 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท