
วอลุ่มกว่า1.8หมื่น
‘จรัมพร’ยันปีนี้ตลาดทุนมีกำไรบล.รัดเข็มขัดฝ่าการแข่งขันรุนแรง
‘จรัมพร’ยันปีนี้ตลาดทุนมีกำไรบล.รัดเข็มขัดฝ่าการแข่งขันรุนแรง
ตลท.ยันปีนี้มูลค่าการซื้อขายตลาดหุ้นไทยเกิน 1.8 หมื่นล้านทั้งอุตสาหกรรมยังมีกำไร
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า หากมูลค่าการซื้อขายหลักทรัพย์เฉลี่ยต่อวันมากกว่า 1.8 หมื่นล้านบาท ถือว่าเป็นจุดที่ทั้งตลาดหลักทรัพย์และอุตสาหกรรมมีกำไรได้
“แม้ปัจจัยภายนอกจะได้รับผลกระทบจากปัญหาการเมือง แต่ถือว่าคนตลาดทุนสามารถอยู่ได้อย่างมั่นคง โดยเฉพาะตลาดหลักทรัพย์หากมีความแข็งแกร่งก็สามารถช่วยหน่วยงานอื่นในตลาดทุนได้ด้วย”
“ประเทศขาดแผนแม่บทในการพัฒนาประเทศโดยเฉพาะด้านเศรษฐกิจ เพราะถูกการเมืองนำทุกเรื่อง หน่วยงานย่อยเลยเดินตามยาก ผิดกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีแผนพัฒนาประเทศชัดเจนและทุกหน่วยงานพร้อมเดินตาม ดังนั้นคนในตลาดทุนต้องช่วยกันซึ่งปัจจุบันถือว่ามีการปรับตัวรับภาวะผันผวนได้ดี” นายจรัมพร กล่าว
ปี 2557 เป็นปีแรกที่ ตลท.มีความคล่องตัวสูง มีกำไรหลังต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงไปมาก เพราะตลอด 34 ปีที่ผ่านมา ได้มีการปรับองค์กรให้มีความคล่องตัวในเรื่องบุคลากรและระบบเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ในวันที่ 6 พ.ค.นี้จะมีการเปลี่ยนระบบไอทีสำหรับการซื้อขายหลักทรัพย์ อนุพันธ์ และระบบชำระเงิน (เคลียร์ริ่ง) เพื่อรองรับมูลค่าการซื้อขายที่เพิ่มขึ้นได้อย่างมีศักยภาพ
นายกอบเกียรติ บุญธีรวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท หลักทรัพย์ (บล.)เออีซี (AEC) กล่าวว่า อัตราค่าธรรมเนียมการซื้อขาย (คอมมิชชั่น) เฉลี่ยทั้งอุตสาหกรรมอยู่ที่ 0.15% จากมูลค่าซื้อขายที่ 23 หมื่นล้านบาท/วัน ถือเป็นระดับที่อุตสาหกรรมยังมีกำไร
“AEC มีค่าคอมมิชชั่นใกล้อุตสาหกรรมและมีกำไรเช่นกัน แต่หากปัญหาการเมืองยุติก็มีโอกาสที่มูลค่าการซื้อขายจะเพิ่มไปที่วันละ 45 หมื่นล้านบาท ที่จะเห็นบริษัทและอุตสาหกรรมมีกำไรเพิ่มขึ้น” นายกอบเกียรติ กล่าว
บริษัทกำลังศึกษาแผนปรับโครงสร้างเป็นโฮลดิ้งคอมพานี (บริษัทร่วมลงทุนในบริษัทอื่น) ภายใน 23 ปีข้างหน้า หลังเห็น บล.ที่เดิมเป็นบริษัทจดทะเบียนใน ตลท.และเปลี่ยนเป็นโฮลดิ้งคอมพานีแล้วนำโฮลดิ้ง เข้าจดทะเบียนเข้า ตลท.แทน ส่วน บล.ก็กลายเป็นบริษัทลูกแทน
ทั้งนี้ เพื่อให้บริษัทมีความคล่องตัวในการออกไปลงทุนในธุรกิจอื่น ผ่านโฮลดิ้งคอมพานี เพราะที่ผ่านมา บล.มีข้อจำกัดการลงทุนได้เฉพาะกรอบใบอนุญาตภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)
นอกจากนี้ ปรับตัวเพื่อรองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ที่การแข่งขันจะมีความรุนแรงมากขึ้นจากผลของการเปิดเสรี และมีโบรกเกอร์ต่างประเทศเข้ามาแข่งขันมากขึ้น บริษัทจึงต้องขยายการลงทุนอื่นเพิ่มเพื่อมีรายได้ที่มีเสถียรภาพมากขึ้น
“บริษัทศึกษาโฮลดิ้งฯ มาตลอด และควรทำช่วงที่บริษัทมีกำไรอยู่ เพราะถ้าไม่ทำอนาคตเจอธุรกิจดีก็เข้าไปไม่ได้เพราะไม่คล่องตัว ตอนนี้ขอดูข้อดีข้อเสียของบริษัทอื่น ควบคู่กับหาโอกาสการทำธุรกิจใหม่ไปด้วยก่อน” นายกอบเกียรติ กล่าว
สำหรับแผนงานปีนี้ จะเน้นพัฒนาธุรกิจหลักหลังบริษัทเพิ่งเปิดเมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา เช่น การเพิ่มผลิตภัณฑ์ทางการเงิน จากปัจจุบันธุรกิจนายหน้าค้าหลักทรัพย์ที่มีสัดส่วนรายได้ 7080%ที่เหลืองานวาณิชธนกิจและพอร์ตลงทุน
นายชัยภัทร ศรีวิสารวาจา ประธานคณะกรรมการบริหาร (บล.) เคที ซีมิโก้ กล่าวว่า ปกติต้นทุนการดำเนินงานแต่ละโบรกเกอร์ไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการ แต่ปีนี้บริษัทเน้นลดต้นทุนและค่าใช้จ่ายเป็นหลักเพราะมูลค่าการซื้อขายปีนี้ลดลงจากปีก่อนมาก และระดับมูลค่าซื้อขายที่วันละ 1.8 หมื่นล้าน เป็นระดับที่บริษัทมีกำไรแล้ว
นายโสฬส สาครวิศว กรรมการผู้จัดการ บริษัท โกลเบล็ก โฮลดิ้ง แมนเนจเม้นท์ (GBX) กล่าวว่า มูลค่าซื้อขายปัจจุบันที่วันละ 2-3 หมื่นล้านบาท เป็นระดับที่บริษัทมีกำไรบ้างเท่าทุนบ้าง และบริษัทยังสามารถรับได้อยู่ แต่ก็เน้นที่จะลดเรื่องค่าใช้จ่ายคงที่และเปลี่ยนการทำโปรโมชั่นที่เข้าถึงลูกค้าโดยตรงมากขึ้น







