
ธนชาตฟื้นประกันนครหลวง
ศุภเดชสั่งทำแผนธุรกิจใหม่ลั่น3ปีฟื้นเปลี่ยนใจไม่ขายทิ้งหลังร่วมทุนเอ็มบีเค
ศุภเดชสั่งทำแผนธุรกิจใหม่ลั่น3ปีฟื้นเปลี่ยนใจไม่ขายทิ้งหลังร่วมทุนเอ็มบีเค
ทุนธนชาตจับมือเอ็ม บี เค ปลุกชีพประกันชีวิตนครหลวงไทย มั่นใจฟื้นใน 3 ปี
นายศุภเดช พูนพิพัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ทุนธนชาต เปิดเผยว่า ธนาคารตัดสินใจทบทวนการลงทุนในบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย ใหม่ โดยล้มแผนที่จะขายหุ้นของประกันชีวิตนครหลวงไทย เนื่องจากเห็นว่าบริษัทยังมีศักยภาพที่จะขยายฐานธุรกิจได้ ยืนยันว่าจะไม่มีการขายหุ้นออกในช่วง 23 ปีจากนี้ไป หรือจับแต่งตัวใหม่เพื่อหานักลงทุนอื่นมาซื้อหุ้น
ทั้งนี้ หลังจากที่บริษัท ทุนธนชาต ร่วมกับบริษัท เอ็ม บี เค ซื้อหุ้นบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย ทั้งหมด 900 ล้านบาทแล้ว โดยทุนธนชาตถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51% และบริษัท เอ็ม บี เค ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 49% เดิมธนาคารจะขายหุ้นออกทั้งหมด เพราะถูกนักลงทุนที่สนใจเสนอซื้อหุ้นในราคา 850 ล้านบาท ซึ่งมองว่าราคาต่ำไป รวมทั้งไม่สามารถที่จะเจรจาตกลงและรับเงื่อนไขที่นักลงทุนเสนอมาได้” นายศุภเดช กล่าว
นายศุภเดช กล่าวอีกว่า สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือการเข้ามาปรับโครงสร้างทางการเงินและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนการเงิน ซึ่งเชื่อว่าสามารถที่จะแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิตได้ และมีผลประกอบการดีขึ้นใน 3 ปีนับจากนี้
“เชื่อว่าบริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทย มีจุดแข็งด้านบุคลากรและฐานลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากธนาคารนครหลวงไทยเดิม” นายศุภเดช กล่าว
อย่างไรก็ดี แม้ธนาคารธนชาตได้มีสัญญาว่าจะเป็นช่องทางจำหน่ายประกันให้กับบริษัท พรูเด็นเชียล ประกันชีวิตอยู่ ก็ไม่น่าจะมีปัญหากับการบริหารงานของประกันชีวิตนครหลวงไทย เพราะสามารถพัฒนาช่องทางการตลาดใหม่ๆ ด้วยการขายผ่านทางระบบโทรศัพท์ (เทเลมาร์เก็ตติ้ง) หรือผ่านระบบการตลาดอื่นๆ รวมทั้งยังสามารถใช้เครือข่ายของกลุ่มเอ็ม บี เค มาช่วยต่อยอดธุรกิจได้
ก่อนหน้านี้ ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา บริษัท ประกันชีวิตนครหลวงไทยถูกแช่แข็งไว้ ไม่ได้ทำอะไรมาก เนื่องจากธนชาตตั้งใจจะขายทิ้ง อีกทั้งที่ผ่านมามีการออกกรมธรรม์ที่มีการจ่ายเงินปันผลตอบแทนสูง 6% แต่ไม่สามารถบริหารเงินหรือหาผลตอบแทนที่สูงมาขายลูกค้าได้ ทำให้บริษัทมีผลขาดทุนอยู่ประมาณ 800 ล้านบาท และในปี 2555 มีสินทรัพย์ 1.2 หมื่นล้านบาท ในปี 2556 สินทรัพย์ลดลง 1 หมื่นล้านบาท ด้านรายได้ในปี 2555 มีรายได้ 392 ล้านบาท และในปี 2556 มีรายได้ 40 ล้านบาทลดลงกว่า 90%นายศุภเดชกล่าวว่าหลังจากซื้อหุ้นบริษัทประกันชีวิตนครหลวงไทย สิ่งที่จะต้องเร่งดำเนินการคือการเข้ามาปรับโครงสร้างการเงินและผลิตภัณฑ์ใหม่ให้สอดคล้องกับต้นทุนการเงิน และเชื่อว่าสามารถที่จะแข่งขันในธุรกิจประกันชีวิตได้ และมีผลประกอบการดีขึ้นใน 3 ปีนับจากนี้ เนื่องจากเชื่อว่าบริษัทประกันชีวิตนครหลวงไทยมีจุดแข็งด้านบุคคลากร และฐานลูกค้าส่วนใหญ่ก็มาจากธนาคารนครหลวงไทยเดิม
ทั้งนี้บริษัททุนธนชาต ร่วมกับ บริษัทเอ็มบีเค ซื้อหุ้นทั้งหมดของบริษัทประกันชีวิตนครหลวงไทย มูลค่า 900 ล้านบาท โดยทุนธนชาตถือหุ้นไม่น้อยกว่า 51 % และบริษัทเอ็มบีเคถือหุ้นไม่น้อยกว่า 49 %







