
เวิลด์แบงก์หั่นเป้าจีดีพีไทยปีนี้ลง 1.5%
ธนาคารโลกหั่นเป้าจีดีพีไทยปี 2014 ลง 1.5% เหลือที่ 3% เหตุปัจจัยวุ่นวายการเมือง ส่วนทั้งเอเชีย-แปซิฟิก ลดลงเล็กน้อย เหลือที่ 7.1% จากเดิม 7.2%
ธนาคารโลกหั่นเป้าจีดีพีไทยปี 2014 ลง 1.5% เหลือที่ 3% เหตุปัจจัยวุ่นวายการเมือง ส่วนทั้งเอเชีย-แปซิฟิก ลดลงเล็กน้อย เหลือที่ 7.1% จากเดิม 7.2%
ธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) ได้ออกรายงานคาดการณ์แนวโน้มเศรษฐิจภูมิภาคเอเชีย - แปซิฟิก ฉบับใหม่ล่าสุด โดยระบุว่า เป้าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้จะลดลงจากเป้าเดิมถึง 1.5% ลงเหลือเพียงแค่ 3% จากเดิมที่มองไว้ก่อนหน้านี้ว่าจะโตได้ถึง 4.5% ขณะที่ปี 2015 จะลดลงมาเหลือที่ 4.5% จากเดิมที่ 5%
ธนาคารโลก ให้เหตุผลในการหั่นเป้าจีดีพีไทยในปีนี้และปีหน้าว่า เป็นผลมาจากปัจจัยจากความวุ่นวายทางการเมืองในประเทศที่ยืดเยื้อ ซึ่งคาดว่าจะกระทบต่อรายได้จากอุตสาหกรรมท่องเที่ยว การลงทุนภาครัฐ และความเชื่อมั่นของนักลงทุนให้แย่ลง
กระนั้นก็ตาม แม้ว่าธนาคารโลกจะปรับเป้าจีดีพีลงมา แต่ยังถือเป็นตัวเลขที่ดีกว่าเมื่อปีที่แล้วอยู่ ซึ่งขยายตัวได้เพียง 2.9% เท่านั้น เนื่องจากในปีนี้ยังพอมีปัจจัยบวกมาจากการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งน่าจะเข้ามาช่วยฟื้นภาคการส่งออกของไทยให้ดีขึ้น
แต่ทั้งนี้ ธนาคารโลกเชื่อว่า หากวิกฤตการเมืองในไทยกลับเข้าสู่ภาวะเสถียรภาพได้ การขยายตัวเศรษฐกิจจะกลับมาแข็งแกร่งขึ้นได้ในปีนี้
ขณะที่ แนวโน้มการขยายตัวจีดีพีของภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก ในปีนี้และปีหน้าคาดว่าจะลดลงมาเหลือที่ 7.1% จากเดิม 7.2% โดยให้เหตุผลว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะช่วยทำให้การค้าการส่งออกของกลุ่มประเทศกำลังพัฒนาในเอเชียตะวันออกดีขึ้น แต่มีสิ่งที่ต้องจับตานั่นคือภาวะทิศทางนโยบายการเงินโลกที่จะเริ่มหันมาดำเนินนโยบายที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลต่อภาวะทุนไหลออก
"ภาวะดอกเบี้ยโลกและในประเทศขาขึ้น มีแนวโน้มที่จะทำให้เกิดภาวะความผันผวนในตลาดการเงินและตลาดทุนมากขึ้น ซึ่งถือเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลมาก" รายงานธนาคารโลก ระบุ
ขณะเดียวกัน ธนาคารโลกมองอีกว่าในปีนนี้ เศรษฐกิจจีนน่าจะขยายตัวลดลงมาเหลือที่ 7.6% จากเดิมที่ 7.7% ส่วนปีหน้ายังอยู่ที่ 7.5% เท่าเดิม โดยระบุว่าในตั้งแต่เริ่มต้นปีนี้มาก็ดูจะเป็นปีที่ลำบากสำหรับจีน โดยเฉพาะหลังจากที่ดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมและการส่งออกในเดือน ม.ค.-ก.พ.เป็นไปอย่างอ่อนแอ
นอกจากนี้ ธนาคารโลก ยังพูดถึงภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ว่า การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกน่าจะมีส่วนเกื้อหนุนการปฏิรูปเพื่อก้าวไปสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนในปี 2015 ได้สะดวกมากขึ้น
ขณะที่การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของจีนที่หันมาเน้นการพึ่งพาตลาดภายในมากขึ้น แม้ว่าในระยะแรกจะทำให้ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ดิ่งลงอย่างหนัก แต่หากว่าทำสำเร็จจะช่วยกระตุ้นการค้าขายกับประเทศที่เป็นหุ้นส่วนกับจีนในภูมิภาคให้เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย







