
ลงนามสร้างสะพานแห่ง4เชื่อมไทยลาว
โพสต์ทูเดย์
— ไทยลาว ร่วมสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 คาดเสร็จปี 2555 หวังสร้างประโยชน์ด้านเศรษฐกิจการค้าไทยลาวจีนนายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ได้ลงนามความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทยกับรัฐบาลแห่งสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (สปป.ลาว) ในการสร้างสะพานมิตรภาพแห่งที่ 4 บริเวณเชียงของห้วยทราย โดยว่าจ้างบริษัท CR5KT Joint Venture ซึ่งเป็นบริษัทร่วมลงทุนระหว่าง บริษัท China Railway No.5 Engineering Group และบริษัท กรุงธนเอ็นจิเนียร์ วงเงิน 1,486.5 ล้านบาท คาดแล้วเสร็จในปี 2555
สำหรับงบก่อสร้างดังกล่าวทางฝ่ายรัฐบาลไทยและรัฐบาลจีนรับผิดชอบกันฝ่ายละครึ่ง เนื่องจากสะพานนี้จะทำให้เกิดประโยชน์ทางด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่าง 3 ประเทศคือ ไทย ลาว และจีน โดยจะใช้เส้นทางขนส่งสินค้าร่วมกัน
โดยจะให้ความสะดวกสำหรับรถที่ผ่านไปมา ซึ่งปัจจุบันทางลาวได้เปิดให้มีรถเข้าออกโดยไม่จำกัดจำนวน และเมื่อสะพานแห่งที่ 4 เสร็จแล้วจะทำให้ปริมาณสินค้าที่เข้าออกมีเพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน
ทั้งนี้ หลังจากลงนามเอ็มโอยูกันไปแล้ว ทั้งสองฝ่ายจะต้องไปเจรจาเรื่องการอำนวยความสะดวกในเรื่องการเก็บค่าผ่านแดนและการกำหนดอัตราภาษีกันต่อไป ซึ่งคาดว่าน่าจะยึดแนวทางปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน โดยสะพานแห่งนี้เป็นสะพานเชื่อมเส้น R 3 ซึ่งเป็นเส้นทางการค้าการลงทุนเป็นหลัก
นอกจากนี้ ฝ่ายลาวยังอยากให้ไทยเป็นเสรีการบิน หรือ Open Sky ให้ สปป.ลาวให้มากขึ้นด้วย เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งทางอากาศให้มากขึ้น และอำนวยความสะดวกด้านการท่องเที่ยวซึ่งเรื่องดังกล่าวก็จะต้องไปทำกรบอการทำงานก่อน อีกทั้งจะต้องนำเรื่องเสนอรัฐสภาตามกฎหมายรัฐธรรมนูญมาตรา 190 ด้วย
“
การขนส่งระหว่างไทยและ สปป.ลาวในปัจจุบันยังใช้ประโยชน์ไม่สูงสุด โดยแต่ละเส้นทางจะมีศักยภาพแตกต่างกันไป” นายวิทวัส กล่าวนายชัยรัตน์ สงวนชื่อ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า ในเดือนก.ค.53 ประเทศไทยจะเป็นเจ้าภาพในการทำความตกลงและเจรจาเรื่องการขนส่งสินค้า โดยมีกลุ่มประเทศเพื่อนบ้านเข้าร่วมด้วย ทั้งนี้เพื่อให้ระบบการขนส่งสินค้าทางถนนสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยล่าสุด รมว.คมนาคมไทยลาว ได้หารือในรายละเอียดปลีกย่อยเบื้องต้นระหว่างไทยลาวไปบางแล้ว อาทิ การขนส่งสินค้าไปยังประเทศที่ 3 ซึ่งหากมีการทำข้อตกลงกันได้ จะช่วยให้การขนส่งสินค้าสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นก่อนหน้านี้ ทางกระทรวงพาณิชย์ได้ประสานให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาข้อมูลเกี่ยวกับระบบการตรวจสอบสินค้าที่เน่าเสียง่าย ให้รวดเร็วขึ้นเพื่อลดค่าความเสียหายของสินค้าในกระบวนการขนส่ง นอกจากนี้ สมาคมผู้รับจัดการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศ (TIFFA) ระหว่างไทยลาวจะมีการเจรจาเรื่องนี้ ร่วมกับกระทรวงต่างประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำให้ระบบการขนส่งทั้งหมดเป็นไปในทิศทางเดียวกัน







