posttoday
ต่างชาติจ้องฮุบโรงแรมเล็ก

ต่างชาติจ้องฮุบโรงแรมเล็ก

05 เมษายน 2557

หวั่นการเมืองวุ่นยาวกระทบท่องเที่ยว ชิ่งธุรกิจเกี่ยวเนื่องคนตกงานเพิ่ม

หวั่นการเมืองวุ่นยาวกระทบท่องเที่ยว ชิ่งธุรกิจเกี่ยวเนื่องคนตกงานเพิ่ม

ออนิกซ์หวั่นการเมืองวุ่นยาว พ่นพิษโรงแรมเล็กถูกเทกโอเวอร์จับตาปีหน้าคนตกงานเพิ่ม

ม.ล.สุรวุฒิ ทองแถม รองประธานอาวุโส ออนิกซ์ ฮอสพิทาลิตี้ ผู้บริหารโรงแรมอมารี โอโซ และชามา เปิดเผยว่า หากความวุ่นวายทางการเมืองยังลากยาวเลยไตรมาส 2 ธุรกิจท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบหนักมาก และอาจทำให้โรงแรมขนาดเล็กที่เจ้าของดำเนินการเองถูกเชนต่างประเทศมาซื้อกิจการ (เทกโอเวอร์) ได้

ทั้งนี้ เนื่องจากช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว (ไฮซีซั่น) ที่ทำเงินให้ภาคท่องเที่ยว มีระยะเวลา 5 เดือน คือ พ.ย.มี.ค. ซึ่งช่วง พ.ย.มี.ค.ที่ผ่านมา ก็ได้รับผลกระทบจากการเมืองไปเต็มๆ หากไฮซีซั่นปีนี้ได้รับผลกระทบอีก ก็เท่ากับธุรกิจท่องเที่ยวไทยจะเสียโอกาสไป 1 ปีเต็ม โดยนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเริ่มตัดสินใจจองห้องพักมาช่วงไฮซีซั่นตั้งแต่ ไตรมาสที่ 3

“ขณะนี้กลุ่มทุนประเทศใกล้บ้านกำลังรอจะเข้ามาเทกโอเวอร์โรงแรมไทย เนื่องจากเห็นศักยภาพการเติบโตระยะยาว ส่วนโรงแรมที่เพิ่งสร้างหรือเปิดได้ 3-4 ปี ยังมีภาระส่งเงินต้นและดอกเบี้ยเงินกู้ เมื่อรายได้ท่องเที่ยวไม่ดีจะประสบปัญหาสภาพคล่องได้” ม.ล.สุรวุฒิ กล่าว

นอกจากนี้ หากโรงแรมขนาดเล็กมีปัญหา จะส่งผลกระทบต่อภาวะการจ้างงานในภาคท่องเที่ยว และอาจกระทบต่อไปถึงผู้ประกอบการที่เกี่ยวเนื่อง เพราะผู้ประกอบการโรงแรมจะประหยัดและพยายามลดต้นทุนให้ได้มากที่สุด สิ่งที่จะทำแรกๆ คือ ปิดให้บริการบางส่วน เช่น ห้องอาหารที่ไม่ทำเงิน หรือปิดห้องพักบางชั้น เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น

สำหรับเครือออนิกซ์ รวมถึงเครือโรงแรมใหญ่อื่นๆ คงไม่มีปัญหาสภาพคล่องเหมือนโรงแรมขนาดเล็ก เพราะผ่านความวุ่นวายการเมืองมาหลายครั้ง มีแนวทางตั้งรับที่ดีพอ อีกทั้งออนิกซ์ไม่มีนโยบายเทกโอเวอร์โรงแรมที่มีปัญหา แต่ยินดีให้คำปรึกษา

ด้าน นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อํานวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย เปิดเผยว่า หากการเมืองลากยาวจนถึงปลายปี ก็ยังไม่เห็นคนตกงานในปีนี้ แต่อาจจะเริ่มเห็นในต้นปีหน้า เนื่องจากเอกชนไม่ขยายกำลังการผลิตและนักลงทุนต่างชาติอาจย้ายฐานการผลิต ทำให้เลิกจ้างงานในประเทศ

“ขณะนี้เห็นสัญญาณการจ้างงานเริ่มนิ่ง เพราะการลงทุนใหม่ไม่เกิดขึ้น แต่ภาคธุรกิจยังเชื่อว่าปัญหาการเมืองจะคงอยู่เพียง 1 ปี เมื่อคลี่คลายเศรษฐกิจจะเริ่มกลับมาฟื้นตัว กำลังซื้อจะกลับมา ปีนี้อาจเริ่มเห็นการลดเวลาการทำงานบ้าง แต่ไม่ถึงกับเลิกจ้าง” นายเบญจรงค์ กล่าว

ด้านนายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า ทุกคนต่างหวังว่าทุกอย่างจะจบภายในครึ่งปี และเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังจะฟื้นตัวได้เร็วแต่กรณีการเมืองยืดเยื้อทั้งปี เศรษฐกิจไทยคงโตต่ำกว่า 1.8% และน่าจะกระทบกับการจ้างงาน โดยเฉพาะการค้าในประเทศ ที่ได้รับผลกระทบจากคนชะลอการบริโภค เช่น พนักงานห้างสรรพสินค้า เป็นต้น ซึ่งกลุ่มที่น่าเป็นห่วงคือแรงงานจบใหม่และอาจทำให้อัตราการว่างงานของไทยขยับขึ้นบ้าง โดยปัจจุบันยังอยู่ในระดับต่ำกว่า 1%

"แม้เศรษฐกิจแย่เราคงยังไม่มีวิกฤตการจ้างงานเท่าไหร่นัก เพราะการที่ธุรกิจจะปลดคนงานเป็นเรื่องใหญ่ แม้เศรษฐกิจชะลอยอดขายตกแต่ก็ยังต้องรักษาคนไว้ เนื่องจากการหาคนมาทำงานแทนนั้นยากกว่า แต่ที่น่าเป็นห่วงคือแรงงานที่เพิ่งจบใหม่ ที่อาจจะหางานได้ยากขึ้น เพราะความต้องการแรงงานไม่เพิ่ม ตามยอดกำลังการผลิตที่นิ่ง" นายเชาว์ กล่าว

นายอมรเทพ จาวะลา หัวหน้าส่วนวิจัยเศรษฐกิจและตลาดการเงิน สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย มองว่า สภาพแรงงานของประเทศไทยไม่เหมือนประเทศอื่น เพราะยังมีปัญหาการขาดแคลนแรงงานอยู่ ดังนั้น เมื่อเศรษฐกิจมีปัญหาอย่างปัจจุบันจนกระทบยอดขายของผู้ประกอบการ นายจ้างก็ยังไม่ถึงกับเลิกจ้างพนักงาน แต่จะเป็นการลดการทำงานล่วงเวลา ลดชั่วโมงการทำงาน หรืออย่างแย่อาจจะปรับการจ้างงานเต็มเวลาไปเป็นพาร์ทไทม์ เพราะการเลิกจ้างทันทีอาจกระทบเมื่อถึงเวลาที่เศรษฐกิจฟื้น อยากจะเพิ่มกำลังผลิตอาจประสบปัญหาหาคนงานยากขึ้นหรือต้องจ้างในอัตราที่แพงขึ้น

"แรงงานในระบบไม่น่าเป็นห่วงเท่าแรงงานแฝงหรือแรงงานนอกระบบ (Informal Sector) เช่น คนขายของทั่วไป หรือ แรงงานภาคเกษตร ที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ที่จะได้รับผลกระทบมากกว่า เวลาเกิดปัญหาเศรษฐกิจ รายได้ที่มีไม่แน่นอนและยิ่งน้อยลงตามการใช้จ่ายของคน ซึ่งกลุ่มนี้จะเดือดร้อนมากจนอาจจะเลิกทำงาน แต่เราจะไม่เห็นตัวเลขโชว์ในอัตราว่างงาน รวมทั้งแรงงานจบใหม่ที่คงจะหางานยาก เพราะไม่มีทักษะและคุณภาพที่นายจ้างต้องการ" นายอมรเทพ กล่าว

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท