posttoday
วิวาห์พาวุ่น

วิวาห์พาวุ่น

04 เมษายน 2557

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อคู่รักเกย์ชาวพม่าลุกขึ้นมาจัดงานวิวาห์ใหญ่โตในโรงแรมกลางนครย่างกุ้ง ต่อหน้าแขกราว 200 คน เพราะความรักของชาวสีรุ้ง ไม่ว่าจะเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล หรือข้ามเพศ ยังเป็นเรื่องต้องห้ามในดินแดนอนุรักษนิยมแห่งนี้

กลายเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลก เมื่อคู่รักเกย์ชาวพม่าลุกขึ้นมาจัดงานวิวาห์ใหญ่โตในโรงแรมกลางนครย่างกุ้ง ต่อหน้าแขกราว 200 คน เพราะความรักของชาวสีรุ้ง ไม่ว่าจะเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล หรือข้ามเพศ ยังเป็นเรื่องต้องห้ามในดินแดนอนุรักษนิยมแห่งนี้

เวลาผ่านไปเพียง 1 เดือนหลังงานแต่ง แทนที่ทั้งคู่จะชื่นมื่นจากงานประกาศความรักที่ช่วยกันประคบประหงมมานาน 10 ปี ทว่า “ติน โก โก” และ “เมียว มิน เต๊ด” กลับต้องอยู่อย่างหวาดผวา เพราะกลัวจะถูกจับฐานละเมิดกฎหมายความผิดวิตถารทางเพศ และผู้คนในสังคมก็ยังรับไม่ได้กับเรื่องนี้

เพราะการจัดพิธีแต่งงานของทั้งสองหนุ่มถูกสื่อท้องถิ่นและสื่อต่างชาติประโคมข่าวว่า เป็นงานวิวาห์ครั้งแรกของคู่เกย์ในพม่า จนกลายเป็นที่จับจ้องของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เตรียมจะสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้น เนื่องจากการแต่งงานของคนเพศเดียวกันเป็นเรื่องที่ผิดกฎหมายในพม่า และความสัมพันธ์แบบนี้ก็มีความผิดอาญาด้วย

ทีแรกทั้งสองบอกว่า เป็นการจัดงานวิวาห์และสวมแหวนแต่งงาน แต่เมื่อเจอกระแสต่อต้าน ทั้งข่าวที่ตำรวจเตรียมจะสืบสวนสอบสวนเรื่องนี้ รวมถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมในสื่อสังคมออนไลน์และเว็บไซต์ข่าว พวกเขาจึงต้องเปลี่ยนถ้อยคำว่าไม่ใช่การแต่งงาน แต่เป็นพิธีฉลองความรักครบรอบ 10 ปี

นี่สะท้อนว่า แม้พม่าจะเริ่มเปิดประเทศแล้ว แต่ความรักของบรรดาชาวสีรุ้งก็ใช่จะราบรื่น เพราะพม่ายังมีกฎหมายความผิดวิตถารทางเพศที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคอาณานิคม ขณะที่ผู้คนในสังคมก็ค่อยๆ เปลี่ยน และไม่คุ้นเคยกับการเปิดเผยความรักต้องห้ามต่อสาธารณะ จึงเกิดแรงต้านขึ้นเมื่อทั้งสองจัดงานแต่งใหญ่โต

ที่จริงแล้ว งานวิวาห์ของติน โก โก และเมียว มิน เต๊ด ไม่ใช่ครั้งแรกของคู่รักชาวเกย์ในพม่า แต่เพราะคู่นี้เปิดเผยความรักต่อสาธารณะ พูดถึงแผนอนาคตร่วมกัน แถมยังยอมให้สื่อเข้าร่วมและถ่ายภาพงานแต่ง งานวิวาห์จึงวุ่นวาย กลายเป็น “งานเข้า”

เรื่องนี้จุดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมพม่าเกี่ยวกับสิทธิของบรรดาชาวสีรุ้ง ที่ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดในยุคที่ทหารปกครองยาวนานร่วม 50 ปี กระทั่งเปิดประเทศเมื่อปี 2554 ที่แม้จะมีเสรีภาพมากขึ้น ผู้คนมีโอกาสเรียกหาการปกป้องสิทธิมนุษยชนและสิทธิในการแสดงออก แต่กระแสต่อต้านก็ยังมีไม่น้อยในหมู่คนที่เคร่งศาสนา เพราะคิดว่าเป็นเรื่องต้องห้าม และจะกลายเป็นภัยคุกคามต่อวัฒนธรรมและศาสนา

แม้กฎหมายจะไม่ได้บังคับใช้อย่างกว้างขวาง แต่ก็เป็นอุปสรรคต่อการเรียกร้องสิทธิของชาวสีรุ้งในพม่า โดยเฉพาะประมวลกฎหมายอาญามาตรา 377 ของพม่าที่ระบุว่า การมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบผิดธรรมชาติเป็นการก่ออาชญากรรม และผู้ที่กระทำความผิดจะถูกลงโทษโดยการจำคุกไม่เกิน 10 ปี นอกจากนี้ กฎหมายดังกล่าวยังเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่เข้าจับกุม คุกคาม และข่มขู่บุคคลที่มีพฤติกรรมต้องสงสัยเหล่านี้ด้วย

ออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้าน ก็เรียกร้องให้รัฐบาลยกเลิกกฎหมายต่อต้านรักร่วมเพศ เช่นเดียวกับองค์การสหประชาชาติ ที่ระบุว่า กฎหมายลักษณะนี้เป็นอุปสรรคขัดขวางความก้าวหน้าในการต่อสู้กับโรคเอดส์และเชื้อเอชไอวี

อ่อง เมียว มิน นักรณรงค์พิทักษ์สิทธิของชาวเกย์ มองว่า ถึงแม้พม่าจะอยู่ระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่านประเทศ โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชน แต่สิทธิของชาวเกย์และเพศที่สามก็ยังไม่ได้รับความสนใจมากนัก

“ผู้คนส่วนใหญ่ยังคงรู้สึกว่า ชาวสีรุ้ง ทั้งเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กชวล และข้ามเพศ เป็นพวกพลเมืองชั้นสอง ทำให้คนพม่าให้ความสำคัญกับเรื่องรัฐธรรมนูญและกฎหมายมากกว่า ซึ่งก็ต้องใช้เวลาเพื่อให้ความรู้ผู้คนว่า สิทธิของชาวสีรุ้งไม่ใช่สิทธิพิเศษ แต่เป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐานที่ทุกคนพึงได้รับ”

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69