posttoday
'กิฟฟารีน' รุกหนักดิจิตอล

'กิฟฟารีน' รุกหนักดิจิตอล

04 เมษายน 2557

"กิฟฟารีน" ฝ่าปัจจัยลบการเมือง รุกหนักดิจิตอล เจาะตลาดต่างประเทศ

"กิฟฟารีน" ฝ่าปัจจัยลบการเมือง รุกหนักดิจิตอล เจาะตลาดต่างประเทศ

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากปัจจัยลบด้านการเมืองภายในประเทศได้ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขายตรงที่ปกติจะเติบโตได้ดีในช่วงเศรษฐกิจซบเซา แต่สถานการณ์ครั้งนี้กลับทำให้อารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของคนนั้นลดลง หันมาเก็บเงินมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้  กล่าวว่าผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน  6  เดือน  ส่งผลให้ปีนี้บริษัทฯไม่กล้าตั้งเป้ายอดขายเติบโตจากปีก่อนที่  5,600 ล้านบาทโดยจะพยายามรักษาระดับยอดขายทั้งปีให้ได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมามากที่สุด    ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทฯ มีอัตราการเติบโต 2-3%   เท่านั้น  แต่บริษัทฯจะโหมทำการตลาดมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4  เพราะถือว่าเข้าสู่ช่วงหน้าขาย และเชื่อว่าผู้บริโภคจะมีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ขณะที่กลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้นั้นจะให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านสื่อ ดิจิตอล   สมาร์ทโฟนแอพพลิเคชั่น  แคมเปญออนไลน์ กิจกรรมทางเฟซบุ๊ก อินสตราแกรม  และไลน์   พร้อมสานต่อกิฟฟารีน สติกเกอร์ไลน์  “กิฟฟี่-กิฟฟิน”  เพื่อให้ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันมียอดผู้ใช้ กว่า 6 ล้านดาวน์โหลด  การใช้โฆษณาผ่านสื่อทีวี ซึ่งใช้งบการตลาดรวมเท่ากับปีที่ผ่านมาจำนวน  200 ล้านบาท

นอกจากนี้จะรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยได้เปิดศูนย์ธุรกิจที่ลงทุนเองในพม่า  การเจาะตลาดอินโดนีเซีย  พร้อมจับมือคู่ค้าเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรัฐอาบูดาบีและรัฐฟูไจร่าห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์  และล่าสุดได้จับมือร่วมกับ  บริษัท วี รับเบอร์ (Vee Rubber)  ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ ให้กับค่ายรถยนต์ชั้นนำ และผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ นำยางรถจักรยานยนต์มาจำหน่ายผ่านช่องทางขายตรง จากก่อนหน้านี้ได้นำสินค้าภายนอกเครือเข้ามาจำหน่าย เช่น เครื่องกรองน้ำและเครื่องกรองอากาศ

"การที่กิฟฟารีนนำยางรถจักรยานยนต์มาจำหน่าย จะได้กลุ่มลูกค้าผู้ชาย มาขายสินค้ามากขึ้นด้วย เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวต้องอาศัยการพูดคุย ถึงคุณสมบัติของยาง  การเลือกใช้ที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันความต้องการใช้งานจักรยานยนต์มีมาก ยิ่งทำให้การเปลี่ยนยางมีมากเช่นกัน"  พญ.นลินี กล่าว

สำหรับโรงงานกิฟฟารีน ในปีนี้ จะมีการรับผลิตสินค้า ประเภทเครื่องสำอางในรูปแบบ โอดีเอ็มหรือ (Original Design Manufacturer)  ซึ่งเป็นจ้างผลิตตามรูปแบบสินค้าที่ลูกค้ากำหนด  รวมไปถึงมีการพัฒนาสูตรของสินค้าให้กับลูกค้าด้วย 
ปัจจุบันบริษัทฯได้พัฒนาสินค้ารูปแบบดังกล่าวเป็นปีที่4 แล้ว  ให้กับ 5 ประเทศ ได้แก่ รัสเซีย อินเดีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าต่างประเทศ  จำนวน 12 แบรนด์  ปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 9 ประเทศ จำนวน 16 แบรนด์    
พร้อมกันนี้บริษัทฯ ยังใช้สินค้าแบรนด์ แพทรีน่า เจาะตลาดธุรกิจสปา เพื่อต้องการทราบทิศทาง ความต้องการสินค้าในตลาดเมืองไทย และตลาดโลก โดยธุรกิจรับจ้างผลิตนั้นปีก่อน เติบโตกว่า 100% สร้างรายได้  40 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเดือนม.ค.และมี.ค. มีอัตราการเติบโต 20%  เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี  2556

พญ.นลินี   ย้ำว่าในปีนี้กิฟฟารีนยังให้ความสำคัญกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการ ในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพแลความงาม โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ กิฟฟารีน แอสตาร แซนธิน เอจ-ดีไฟอิ้ง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและลดเลือนริ้วรอย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอสตา-เซราไมด์ ผสมทับทิม เป็นต้น  เพื่อรองรับกับความต้องการ ของสมาชิกที่มีอยู่กว่า 6.8  ล้านรหัส  และเชื่อว่าในครึ่งปีหลังบรรดาสมาชิกจะเร่งทำยอดขายกันมากขึ้น เพราะต้องการหารายได้เสริม จากเศรษฐกิจซบเซา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท