posttoday
"กิฟฟารีน" ฝ่าปัจจัยลบลุยดิจิทัล-เปิดตลาดนอก

"กิฟฟารีน" ฝ่าปัจจัยลบลุยดิจิทัล-เปิดตลาดนอก

04 เมษายน 2557

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

โดย...โชคชัย สีนิลแท้

จากปัจจัยลบด้านการเมืองภายในประเทศได้ส่งผลกระทบกับทุกภาคส่วน ไม่เว้นแม้แต่ธุรกิจขายตรงที่ปกติจะเติบโตได้ดีในช่วงเศรษฐกิจซบเซา แต่สถานการณ์ครั้งนี้กลับทำให้อารมณ์ในการจับจ่ายใช้สอยของคนลดลง หันมาเก็บเงินมากขึ้น เพราะไม่มั่นใจว่าอนาคตจะเป็นเช่นไร

พญ.นลินี ไพบูลย์ ประธานกรรมการ บริษัท กิฟฟารีน สกายไลน์ ยูนิตี้ กล่าวว่า ผลกระทบจากปัจจัยลบทางการเมืองที่ยืดเยื้อมานาน 6 เดือน ส่งผลให้ปีนี้บริษัทไม่กล้าตั้งเป้ายอดขายเติบโตจากปีก่อนที่ 5,600 ล้านบาท โดยจะพยายามรักษาระดับยอดขายทั้งปีให้ได้ใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมามากที่สุด ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้บริษัทมีอัตราการเติบโต 23% เท่านั้น แต่จะโหมทำการตลาดมากขึ้นในช่วงไตรมาส 3 และ 4 เพราะถือว่าเข้าสู่ช่วงหน้าขาย และเชื่อว่าผู้บริโภคจะมีอารมณ์จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น

ขณะที่กลยุทธ์ทางการตลาดในปีนี้จะให้ความสำคัญกับการสื่อสารผ่านสื่อ ดิจิทัล สมาร์ทโฟนแอพพลิเคชั่น แคมเปญออนไลน์ กิจกรรมทางเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และไลน์ พร้อมสานต่อกิฟฟารีน สติ๊กเกอร์ไลน์ “กิฟฟี่กิฟฟิน” เพื่อให้ใกล้ชิดกับกลุ่มผู้บริโภคมากขึ้น ปัจจุบันมียอดผู้ใช้กว่า 6 ล้านดาวน์โหลด การใช้โฆษณาผ่านสื่อทีวี ซึ่งใช้งบการตลาดรวมเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 200 ล้านบาท

นอกจากนี้ จะรุกตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยได้เปิดศูนย์ธุรกิจที่ลงทุนเองในพม่า การเจาะตลาดอินโดนีเซีย พร้อมจับมือคู่ค้าเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ในรัฐอาบูดาบีและรัฐฟูไจร่าห์ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ขณะเดียวกัน ล่าสุดได้จับมือร่วมกับ บริษัท วี รับเบอร์ (Vee Rubber) ผู้ผลิตยางรถจักรยานยนต์ให้กับค่ายรถยนต์ชั้นนำ และผลิตเพื่อส่งออกต่างประเทศ นำยางรถจักรยานยนต์มาจำหน่ายผ่านช่องทางขายตรง จากก่อนหน้านี้ได้นำสินค้าภายนอกเครือเข้ามาจำหน่าย เช่น เครื่องกรองน้ำและเครื่องกรองอากาศ

“การที่กิฟฟารีนนำยางรถจักรยานยนต์มาจำหน่าย จะได้กลุ่มลูกค้าผู้ชายมาขายสินค้ามากขึ้นด้วย เนื่องจากสินค้าประเภทดังกล่าวต้องอาศัยการพูดคุยถึงคุณสมบัติของยาง การเลือกใช้ที่เหมาะสม ซึ่งปัจจุบันความต้องการใช้งานจักรยานยนต์มีมาก ยิ่งทำให้การเปลี่ยนยางมีมากเช่นกัน” พญ.นลินี กล่าว

สำหรับโรงงานกิฟฟารีน ในปีนี้จะมีการรับผลิตสินค้า ประเภทเครื่องสำอางในรูปแบบ โอดีเอ็มหรือ (Original Design Manufacturer) ซึ่งเป็นการจ้างผลิตตามรูปแบบสินค้าที่ลูกค้ากำหนด รวมถึงการพัฒนาสูตรของสินค้าให้ลูกค้าด้วย

ปัจจุบัน บริษัทได้พัฒนาสินค้ารูปแบบดังกล่าวเป็นปีที่ 4 สำหรับ 5 ประเทศ รวม 12 แบรนด์ ได้แก่ รัสเซีย อินเดีย ฮ่องกง สิงคโปร์ และไทย ที่เป็นผู้ส่งออกสินค้าต่างประเทศ อีกทั้งยังอยู่ระหว่างการเจรจาอีก 9 ประเทศ จำนวน 16 แบรนด์

พร้อมกันนี้ บริษัทยังใช้สินค้าแบรนด์ แพทรีน่า เจาะตลาดธุรกิจสปา เพื่อต้องการทราบทิศทางความต้องการสินค้าในตลาดเมืองไทย และตลาดโลก โดยธุรกิจรับจ้างผลิตนั้นเมื่อปีก่อนเติบโตกว่า 100% สร้างรายได้ 40 ล้านบาท ขณะที่ในช่วงเดือน ม.ค.และ มี.ค. มีอัตราการเติบโต 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2556

พญ.นลินี ย้ำว่า ในปีนี้กิฟฟารีนยังให้ความสำคัญกับการเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่กว่า 10 รายการ ในกลุ่มเครื่องสำอาง อาหารเสริม และเครื่องดื่มเพื่อสุขภาพและความงาม โดยมีผลิตภัณฑ์ไฮไลท์ ได้แก่ กิฟฟารีน แอสตาร แซนธิน เอจดีไฟอิ้ง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวและลดเลือนริ้วรอย ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแอสตาเซราไมด์ ผสมทับทิม ป็นต้น เพื่อรองรับกับความต้องการของสมาชิกที่มีอยู่กว่า 6.8 ล้านรหัส และเชื่อว่าในครึ่งปีหลังบรรดาสมาชิกจะเร่งทำยอดขายกันมากขึ้น เพราะต้องการหารายได้เสริม จากเศรษฐกิจซบเซา

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท