posttoday
ย้อนเส้นทางกระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาก่อนเปิดเออีซี

ย้อนเส้นทางกระชับสัมพันธ์ไทย-กัมพูชาก่อนเปิดเออีซี

03 เมษายน 2557

“เส้นทางการคมนาคม” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนให้แก่ประเทศต่างๆ

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

“เส้นทางการคมนาคม” ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องอำนวยความสะดวกทางการค้าและการลงทุนให้แก่ประเทศต่างๆ ในการเชื่อมตลาดเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อย่างเต็มตัวเท่านั้น หากแต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการบอกเล่าและเชื่อมโยงวัฒนธรรม ความสัมพันธ์ที่เคยมีตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้านด้วย

พ.อ.สุรัตน์ เลิศล้ำ หัวหน้าโครงการการศึกษาความเชื่อมโยงทางวัฒนธรรมในภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นนักวิจัยคนหนึ่งที่ได้รับทุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) และได้คลุกคลีศึกษาเส้นทางและความสัมพันธ์ระหว่างไทยและกัมพูชามานานกว่า 10 ปี จนเห็นมุมคิดและความสัมพันธ์ระหว่างคนไทยกัมพูชาในอดีตถึงปัจจุบัน

พ.อ.สุรัตน์ เล่าว่า ต้องศึกษาเส้นทางถนนหลายเส้นทางที่ไทยกัมพูชาเคยใช้ออกรบทำการค้าขายระหว่างกัน เช่น เส้นถนนราชมรรคาจากเมืองพระนครไปถึงเมืองพิมาย จาก จ.ลพบุรี ไปศรีเทพ ดูว่าเส้นไหนใช้เพื่ออะไร ทำไมถึงมีการยกเลิก แล้วเปรียบเทียบกับเส้นทางปัจจุบัน ค้นหาความเปลี่ยนแปลงและประโยชน์ของเส้นทาง

ขณะเดียวกัน ได้ศึกษาเรื่องโลหะกรรมหรือแร่ชนิดต่างๆ ควบคู่กันไปด้วย เช่น เหล็ก ตะกั่ว ทอง เพื่อหาคำตอบของการเดินทางระหว่างไทยกัมพูชาในอดีตว่าเกี่ยวข้องกันอย่างไรบ้าง เช่น ค้นพบว่าคนไทยใน จ.สุรินทร์ ถลุงแร่เหล็กเช่นเดียวกับคนในฝั่งกัมพูชา

“เรื่องบางเรื่องของโลหะกรรมก็ทำให้เราตั้งคำถามว่า คนในอดีตเขาเดินทางข้ามไปหากันไกลๆ ได้อย่างไร เช่น เราค้นพบตะกั่วที่ อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ซึ่งอยู่สุดชายแดนฝั่งตะวันตกของไทย แต่ปรากฏว่าค่าคอมโพสิตของตะกั่วที่นั่นไปตรงกับเครื่องสำริดที่กัมพูชา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของไทย หมายความว่าต้องมีเส้นทางให้ของเหล่านี้ข้ามแดนไปหากันได้”

หลังจากเริ่มค้นพบความเชื่อมโยงกัน พ.อ.สุรัตน์ ได้พาคณะนักวิจัยไทยและกัมพูชาลงพื้นที่ชายแดน เพื่อดูความสัมพันธ์ระหว่างคนสองฝั่งด้วย ปรากฏว่าเมื่อนำรูปของชาวกวยหรือชาวส่วยใน จ.สุรินทร์ ไปให้คนฝั่งกัมพูชาดูและนำรูปของคนฝั่งกัมพูชามาให้ชาวกวยดู คนรุ่นปู่ย่าตายายของทั้งสองฝั่งรู้จักกันดี

“แต่ก่อนยังไม่มีชายแดน ไม่มีพรมแดนกั้น คนรุ่นก่อนก็ใช้เส้นทางต่างๆ ไปมาหาสู่กันได้ กลายเป็นว่าก่อนจะเปิดประชาคมอาเซียนเสียอีก ที่คนรุ่นใหม่ไม่รู้จักกันแล้ว”

พ.อ.สุรัตน์ ย้ำว่า อดีตคนในอาเซียนมีกลุ่มเล็กกลุ่มน้อยเพียงไม่กี่กลุ่ม ไม่ได้แบ่งแยกกันระดับนี้ หรือกล่าวได้ว่าในอดีตยังไม่มีความขัดแย้ง ต่างจากปัจจุบันที่ความสัมพันธ์บนเส้นทางที่ถูกปิดกั้นมี “รอยแผล” เสียแล้ว

สิ่งที่เขาจะทำหลังจากนี้คือ การค้นหา “จุดร่วม” ทางวัฒนธรรมระหว่างคน 2 ชาตินี้ และดึงออกมาให้คนรุ่นใหม่บนสองพรมแดนได้ตระหนักถึงการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข

“เราไม่จำเป็นต้องเอาแต่เรื่องบาดแผลใหม่ๆ มาคุยกัน เราอาจนำเรื่องวัฒนธรรมที่เหมือนกัน มีโครงสร้างคล้ายกันมาเชื่อมกันได้ เช่น บ้านเรามีแห่นางแมว บ้านเขามีแห่ปลาช่อน ทั้งสองประเทศมีวัฒนธรรมการแห่เพื่อขอฝนเหมือนกัน จริงๆ แล้วระหว่างชายแดนกับชายแดน คนไทยบางส่วนก็มีเชื้อสายกัมพูชาด้วยซ้ำ”

ทั้งนี้ เขายอมรับว่า การแก้ปัญหาความไม่ลงรอยกันให้หมดไปทันทีเป็นเรื่องยาก เพราะไม่ใช่คนไทยบางกลุ่มเท่านั้นที่มีอคติต่อเพื่อนชาวกัมพูชา ชาวกัมพูชาบางกลุ่มเองก็ยังมีรอยแผลเกี่ยวกับคนไทยเช่นเดียวกัน การแก้ปัญหาในฐานะครูและนักวิจัย จึงเน้นให้การศึกษาที่ดีแก่เยาวชนทั้งสองประเทศ เพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีร่วมกันและพัฒนาความสัมพันธ์ของทั้งสองฝั่งให้กลับมาดีขึ้น

ล่าสุด ปีที่ผ่านมา พ.อ.สุรัตน์ ได้พาคณะเยาวชนและผู้ใหญ่ชาวไทยรวม 7080 คน ข้ามฝั่งไปลงพื้นที่เรียนรู้และศึกษาวิจัยในกัมพูชาถึงที่เสียมราฐ เขาเชื่อว่าการปลูกฝังในลักษณะนี้จะช่วยให้คนทั้งสองฝั่งได้ปรับตัวร่วมกัน จนแก้ปัญหาความสัมพันธ์ในอนาคต

“เราต้องค่อยๆ ต่อจิ๊กซอว์ความสัมพันธ์นี้กันไป เริ่มจากกลุ่มเล็กๆ จากนั้นเราอยากใช้กรณีศึกษานี้เป็นโมเดลขยายผลไปช่วยแก้ความสัมพันธ์ในพื้นที่อื่นๆ ให้ดีขึ้น”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท